โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เศรษฐกิจไทยแย่แบบนี้ คนไทยลดซื้อหนังสือ หันอ่านหนังสือออนไลน์ถูกกว่า 27% เทียบกับซื้อหนังสือ รายได้ร้านขายหนังสือซบเซาต่อ แต่ไม่แย่เท่าก่อนเกิดโควิด-19

BTimes

อัพเดต 10 ต.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 09 ต.ค. 2568 เวลา 14.45 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่าในปี 2024 คนไทยอ่านหนังสือนานขึ้น แต่นิยมการอ่านออนไลน์มากกว่าหนังสือเล่มถึง 100.7 นาที ราคาหนังสือเล่มสูงขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.7% จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มต่อเนื่อง ขณะที่การอ่านหนังสือแบบออนไลน์ หรือ e-book มีราคาถูกกว่าราว 27% ทำให้ผู้บริโภคบางส่วนลดการซื้อหนังสือเล่มและหันไปอ่าน e-book นั่นทำให้รายได้ร้านหนังสือยังหดตัวแต่ชะลอลง โดยปี 2025 คาดลดลงเพียง 4.5% เทียบกับที่เคยหดตัวเฉลี่ย 14% ต่อปี ก่อนโควิด-19

คนไทยใช้เวลาในการอ่านหนังสือมากขึ้น แต่เน้นการอ่านออนไลน์มากกว่า

จากผลสำรวจในปี 2024 ไทยอ่านหนังเฉลี่ย 93 นาทีต่อวัน เพิ่มขึ้นจาก 80 นาทีต่อวันในปี 2018 อย่างไรก็ตาม เวลาที่ใช้ในการอ่านออนไลน์ยังมากกว่าหนังสือเล่มถึง 100.7 นาที เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลได้หลากหลายและสะดวกกว่า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือพิมพ์และนิยายออนไลน์ รวมไปถึงการอ่านหนังสือในรูปแบบดิจิทัล (e-book)

ทั้งนี้ จากผลการสำรวจผู้อ่านหนังสือ พบว่า สัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามที่อ่านหนังสือเล่มมีทิศทางลดลงจาก 98% ในปี 2019 มาเป็น 81% ในปี 2024 ขณะที่ในส่วนของ e-book กลับเพิ่มขึ้นจาก 22% มาเป็น 33% ในช่วงเวลาเดียวกัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ปัจจัยสำคัญที่หนุนการเติบโตของ e-book คือ ราคาที่ถูกกว่าหนังสือเล่มเฉลี่ยราว 27% ราคาหนังสือเล่มมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มกว่า 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาส่งผลให้ราคากลางต่อเล่มขยับจาก 230 บาทในปี 2020 มาเป็นราว 290 บาทในปัจจุบัน หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 4.7% ความแตกต่างด้านราคานี้ทำให้ผู้บริโภคจำนวนหนึ่งจำกัดการซื้อหนังสือเล่มลง และหันไปเลือกซื้อ e-book มากขึ้น

ทั้งนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปดังกล่าว กดดันให้จำนวนร้านหนังสือลดลงราว 12% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และทำให้รายได้ธุรกิจร้านหนังสือลดลงจากที่เคยอยู่ในระดับ 15 พันล้านบาทในปี 2018 สู่ระดับ 10 พันล้านบาทในปัจจุบัน

ธุรกิจร้านหนังสือปรับตัว ส่งผลรายได้ลดลงน้อยกว่าช่วงก่อนการระบาดโควิด-19 โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า รายได้ร้านหนังสือในปี 2025 จะลดลง 4.5% (รูปที่ 3) จากที่หดตัวสูงถึง 14% ต่อปี ในช่วงก่อนการระบาดของโควิด-19

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยต่อไปว่า หลังการระบาดของโควิด-19 ผู้ประกอบการในธุรกิจร้านหนังสือมีการปรับแผนดำเนินธุรกิจหลายด้าน เพื่อชะลอการหดตัวของรายได้ ดังนี้ ขยายช่องทางและสินค้า เพิ่มการขายออนไลน์ ส่งตรงถึงบ้าน และพัฒนา e-book ควบคู่กับการนำหนังสือประเภท มังงะ ที่มักจำหน่ายในช่องทางอื่น มาวางจำหน่ายในร้านเพื่อดึงดูดกลุ่มผู้อ่านที่กว้างขึ้น

ตอบโจทย์พื้นที่และผู้อ่านเฉพาะกลุ่ม ไม่ขายหนังสือเหมือนกันทุกสาขา ให้แต่ละสาขามีการคัดเลือกหนังสือตามความสนใจของลูกค้าในพื้นที่ เช่น ร้านในย่านมหาวิทยาลัยเน้นหนังสือวิชาการ

สร้างรายได้เสริมในร้าน เปิดคาเฟ่ พื้นที่นั่งอ่าน และการขายสินค้าไลฟ์สไตล์ เพื่อเพิ่มรายได้เสริมจากพื้นที่ร้าน ลดความเสี่ยงจากยอดขายหนังสือที่ลดลง

สร้างประสบการณ์ร่วมกับนักอ่านผ่านการจัดกิจกรรมในร้าน สร้าง “พื้นที่ชุมชน” จัดกิจกรรมพบปะนักเขียน และสนทนาแลกเปลี่ยนข้อคิดจากหนังสือ ซึ่งช่วยสร้างความสัมพันธ์และให้ร้านมีบทบาทมากกว่าแค่ขายหนังสืออย่างเดียว

ความเสี่ยงของธุรกิจร้านหนังสือ ได้แก่ ผู้อ่านรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับคอนเทนต์ที่สั้น กระชับ และเข้าถึงฟรี เช่น TikTok หรือ Podcast ซึ่งอาจแย่งเวลาในการอ่านหนังสือไป ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบันส่งผลต่อยอดขายหนังสือ โดยเฉพาะในภาวะที่กำลังซื้อของผู้บริโภคอ่อนแอ และราคาหนังสือที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้ผู้บริโภคอาจเลือกที่จะลดการใช้จ่ายในการซื้อหนังสือลง และความสนใจของผู้อ่านแตกย่อยเป็นกลุ่มเฉพาะมากขึ้น ทั้งนิยายวาย นิยายจีนแฟนตาซี หนังสือแนวสร้างแรงบันดาลใจ และหมวดหมู่เฉพาะอื่นๆ ทำให้ร้านหนังสือที่เน้นขายหนังสือทั่วไปดึงดูดลูกค้าได้ยากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...