โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปภ. บูรณาการแจ้งเตือนภัย “T-Alert” เข้าถึงปชช.ทุกช่องทาง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 22 ก.ย 2568 เวลา 11.31 น. • เผยแพร่ 22 ก.ย 2568 เวลา 04.31 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

22 ก.ย.- ปภ.ระดมประชาสัมพันธ์ระบบการแจ้งเตือนภัยของประเทศไทย “T – Alert” ที่จะเป็นการแจ้งเตือนภัยในทุกรูปแบบที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ผ่านอุปกรณ์เตือนภัยทุกระบบในพื้นที่เสี่ยง

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จัดการประชุมสัมมนาและประชาสัมพันธ์ระบบการแจ้งเตือนภัยของประเทศไทย “T – Alert” ให้แก่ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน ซึ่งจะเป็นการแจ้งเตือนภัยในทุกรูปแบบที่ดำเนินการโดยภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นการส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยผ่านอุปกรณ์เตือนภัยในพื้นที่เสี่ยง เช่น หอเตือนภัย การส่งสัญญาณเตือนภัยไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ผ่านเครื่องรับสัญญาณเตือนภัยผ่านดาวเทียม เพื่อให้มีการกระจายข้อความการแจ้งเตือนไปยังประชาชนในพื้นที่ให้รับทราบและเตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้น เช่น การกระจายข้อมูล ผ่านสถานีวิทยุ โทรทัศน์ รถกระจายเสียง หรือแม้กระทั่งกลไกที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และรวมถึงการส่งสัญญาณแจ้งเตือนภัยไปยังโทรศัพท์เคลื่อนที่ของประชาชน ทั้งระบบ Cell Broadcast และ SMS ถึงประชาชน

กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชน เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบการแจ้งเตือนภัย จึงร่วมกันพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยอยู่อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการแจ้งเตือนภัยคือการรับรู้ของประชาชน และความเชื่อมั่นที่จะพร้อมปฏิบัติตามคำแนะนำของส่วนราชการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นไปเพื่อประโยชน์และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เพราะยิ่งเราลดความสูญเสีย และความเสียหายจากสาธารณภัยได้มากเท่าใด กิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่ก็สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องมากยิ่งขึ้น

สำหรับสาธารณภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ถือเป็นภัยคุกคามของรัฐและมีแนวโน้มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ หรือจากน้ำมือของมนุษย์ ซึ่งส่งผลให้หลายพื้นที่เกิดสาธารณภัยรุนแรง และซับซ้อนขึ้นเมื่อเทียบกับสถานการณ์ภัยที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เช่น อุทกภัยที่เกิดขึ้นจากเรนบอม (Rain Bomb) ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. 2567 หรือเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 โดยมีจุดศูนย์กลางที่ประเทศเมียนมา แต่ส่งผลกระทบถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 หรือแม้กระทั่งเหตุปะทะกันบริเวณชายแดนไทย – กัมพูชา ในช่วงเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล 4 เรื่อง หนึ่งในนั้น คือนโยบายด้านปัญหาภัยธรรมชาติ ที่จะสานต่อระบบเตือนภัยที่ริเริ่มไว้ครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เร่งเยียวยา ฟื้นฟู การแจ้งเตือนภัย และการชดเชยผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม

สาธารณภัยที่เกิดจากธรรมชาติเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถสร้างกลไกการบรรเทา และหลีกเลี่ยงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสาธารณภัยได้ ดังนั้น การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่สำคัญคือการป้องกันและการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือ ซึ่งรวมถึงการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าด้วย -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...