โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ด่วน! ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน "ภาษีนำเข้าจากทั่วโลก" ของทรัมป์ ผิดกฎหมาย เหตุไม่ใช่อำนาจของประธานาธิบดี

สวพ.FM91

อัพเดต 30 ส.ค. 2568 เวลา 05.19 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. 2568 เวลา 05.14 น.

30 สิงหาคม 2568 บีบีซี รายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ศาลอุทธรณ์เขตอำนาจศาลกลางสหรัฐอเมริกาตัดสินว่า ภาษีศุลกากร ส่วนใหญ่ที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศใช้นั้น "ผิดกฎหมาย" ซึ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้าทางกฎหมายที่อาจพลิกนโยบายต่างประเทศของเขาได้

คำตัดสินนี้ส่งผลต่อภาษีศุลกากรแบบ "ต่างตอบแทน" ซึ่งรัฐบาลทรัมป์บังคับใช้กับประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลก รวมถึงภาษีศุลกากรอื่นๆ ที่บังคับใช้กับจีน เม็กซิโก และ แคนาดา ศาลอุทธรณ์เขตอำนาจศาลกลางมีคำตัดสินด้วยคะแนน 7 เสียงต่อ 4 เสียง ปฏิเสธข้อโต้แย้งของนายทรัมป์ที่ว่าภาษีศุลกากรดังกล่าวได้รับอนุญาตภายใต้กฎหมายว่าด้วยอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศ (ไออีอีพีเอ) เนื่องจาก "ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย" คำตัดสินจะไม่มีผลบังคับใช้จนกว่าจะถึงวันที่ 14 ตุลาคม เพื่อให้ฝ่ายบริหารมีเวลาร้องขอต่อศาลฎีกาเพื่อรับพิจารณาคดีนี้

ขณะที่ ทรัมป์ ได้วิพากษ์วิจารณ์คำตัดสินผ่าน Truth Social (ทรูธโซเชียล) ว่า “หากปล่อยให้เป็นไปตามนี้ คำตัดสินจะทำลายสหรัฐอเมริกาอย่างแท้จริง วันนี้ศาลอุทธรณ์กล่าวอย่างไม่ถูกต้องว่าควรยกเลิกภาษีศุลกากรของเรา แต่พวกเขารู้ดีว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐอเมริกาจะเป็นฝ่ายชนะ หากภาษีศุลกากรเหล่านี้หายไปมันจะเป็นหายนะสำหรับประเทศชาติอย่างสิ้นเชิง มันจะทำให้เราอ่อนแอทางการเงิน และเราต้องเข้มแข็ง” ทรัมป์ได้ให้เหตุผล ในการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากนานาประเทศภายใต้กฎหมาย IEEPA (ไออีอีพีเอ) ซึ่งให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการดำเนินการกับภัยคุกคามที่ "ผิดปกติและพิเศษ"

พร้อมประกาศภาวะฉุกเฉินทางการค้าแห่งชาติ โดยให้เหตุผลว่า "ความไม่สมดุลทางการค้าเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของสหรัฐ" แต่ศาลตัดสินว่าการกำหนดภาษีศุลกากรไม่ได้อยู่ในอำนาจของประธานาธิบดีและการกำหนดภาษีศุลกากรเป็น "อำนาจหลักของรัฐสภา" คำพิพากษา 127 หน้าระบุว่ากฎหมาย IEEPA (ไออีอีพีเอ) "ไม่ได้ระบุถึงภาษีศุลกากร (หรือคำพ้องความหมายใดๆ) และไม่มีมาตรการคุ้มครองตามขั้นตอนที่กำหนดขอบเขตอำนาจของประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างชัดเจน"

ดังนั้นศาลจึงตัดสินว่าอำนาจในการกำหนดภาษีและภาษีศุลกากรยังคงเป็นของรัฐสภา และ IEEPA ไม่ได้ลบล้างอำนาจดังกล่าว ศาลยังระบุด้วยว่าไม่น่าเป็นไปได้ที่เมื่อรัฐสภาผ่านกฎหมายฉบับนี้ในปี 2520 มีเจตนาที่จะเบี่ยงเบนจากแนวปฏิบัติเดิมและให้อำนาจประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรอย่างไม่จำกัด

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพื่อตอบโต้คดีความ 2 คดี ที่ยื่นฟ้องโดยธุรกิจขนาดเล็กและกลุ่มรัฐต่างๆ ของสหรัฐหลังจากคำสั่งฝ่ายบริหารของนายทรัมป์ในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดอัตราภาษีศุลกากรพื้นฐานร้อยละ 10 กับเกือบทุกประเทศทั่วโลก รวมถึงภาษีศุลกากรซึ่งกันและกันกับหลายสิบประเทศ นายทรัมป์ประกาศให้วันดังกล่าวเป็น "วันปลดปล่อย" ของอเมริกาจากนโยบายการค้าที่ไม่เป็นธรรม โดยในเดือน พ.ค. ศาลการค้าระหว่างประเทศในนครนิวยอร์ก ประกาศว่าภาษีศุลกากรนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำตัดสินดังกล่าวถูกระงับไว้ในกระบวนการอุทธรณ์

นอกจากภาษีศุลกากรดังกล่าวแล้วคำตัดสินเมื่อวันศุกร์ ที่ผ่านมา ยกเลิกภาษีศุลกากรต่อแคนาดา เม็กซิโก และ จีนซึ่งตัวของทรัมป์ ก็ได้โต้แย้งว่าจำเป็นต่อการหยุดยั้งการนำเข้าสารเสพติด อย่างไรก็ตาม คำตัดสินนี้ไม่ครอบคลุมภาษีศุลกากรอื่นๆ เช่น ภาษีศุลกากรเหล็กและอะลูมิเนียมซึ่งนำเข้าภายใต้อำนาจของประธานาธิบดีที่แตกต่างกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...