โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

กลุ่ม KTIS ผุดโครงการ “ทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน” ปั้นลูกหลานเกษตรกรเป็นนักธุรกิจ หวังสร้างความมั่นคงให้อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของไทย

Wealthy Thai

อัพเดต 24 ต.ค. 2568 เวลา 23.49 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2568 เวลา 06.25 น.

กลุ่ม KTIS มุ่งสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย จัดทำโครงการ “ทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน” หวังปั้นลูกหลานเกษตรกรเป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีความเข้มแข็งในสายอาชีพเกษตรกรรมอ้อย ก้าวทันโลกอย่างยั่งยืน สามารถยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับทั้งตนเอง ครอบครัว และสังคมไทยโดยรวม
นายภูมิรัฐ หวังปรีดาเลิศกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวัตถุดิบ กลุ่มบริษัท เกษตรไทย อินเตอร์เนชั่นแนล ชูการ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือกลุ่ม KTIS ผู้นำในอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่องครบวงจรสู่ BCG อย่างยั่งยืน เปิดเผยว่า จากปรัชญาการดำเนินธุรกิจที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่นว่า “ชาวไร่อ้อยมั่งคั่ง กลุ่ม KTIS มั่นคง” อันสะท้อนถึงการให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับชาวไร่อ้อยของกลุ่ม KTIS ซึ่งนอกเหนือจากการส่งเสริมสนับสนุนชาวไร่อ้อยในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องแล้ว ทางกลุ่ม KTIS ได้ดำเนินการโครงการ “ทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้าน” ต่อเนื่องมาเป็นรุ่นที่ 2 แล้ว
“โครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้านนี้ เราไม่ได้มองชาวไร่อ้อยเป็นเพียงแค่เกษตรกรที่ทำไร่อ้อย แต่เรามีเป้าหมายที่จะสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่มีความเข้มแข็งในสายอาชีพเกษตรกรรมอ้อย เราต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดี มีความมั่นคงได้ด้วยอาชีพปลูกอ้อย ซึ่งโครงการนี้จะช่วยสร้างคนรุ่นใหม่ที่เป็นรุ่นลูกรุ่นหลานของชาวไร่อ้อย ให้สามารถสืบทอดอาชีพไร่อ้อยได้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมทั้งสร้างโอกาสใหม่ ๆ ในการพัฒนาธุรกิจไร่อ้อยให้เติบโตยิ่งขึ้น” นายภูมิรัฐ กล่าวและเสริมว่า โครงการนี้ไม่ใช่เพียงแค่การต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นสู่รุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างรากฐานที่มั่นคงให้กับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทยโดยรวม
นายภูมิรัฐ กล่าวถึงรายละเอียดเพิ่มเติมของโครงการทายาทชาวไร่อ้อย 100 ล้านว่า มีการถ่ายทอดความรู้ด้านการบริหารจัดการไร่อ้อยอย่างเป็นระบบ ด้วยการนำเทคโนโลยีและวิธีการสมัยใหม่มาใช้ เพื่อก้าวสู่การทำไร่อ้อยอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมีการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างเกษตรกรทายาทรุ่นใหม่ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรอ้อย อีกทั้งผลักดันทายาทชาวไร่ให้มีความสามารถในการสืบทอดกิจการไร่อ้อยให้เติบโตต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน มีความสามารถในการแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับโลก
“อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลถือเป็นหนึ่งในเสาหลักของเศรษฐกิจการเกษตรไทย สร้างรายได้และการจ้างงานให้กับประชาชนจำนวนมาก แต่ในขณะเดียวกัน ภาคเกษตรก็ต้องเผชิญกับความท้าทายจากทั้งสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการของตลาดโลกที่ผันผวน ตลอดจนนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น การสร้างทายาทเกษตรกรรุ่นใหม่ที่มีความรู้ ความสามารถ และพร้อมที่จะนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ภาคการเกษตรไทยก้าวต่อไปได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน” นายภูมิรัฐ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...