โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียงเพรียกจากผี 'ออม มานิตา' Ghost star แห่งยุค

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 01 ต.ค. 2568 เวลา 01.52 น. • เผยแพร่ 01 ต.ค. 2568 เวลา 02.00 น.

ตั้งแต่ภาพยนตร์ “ธี่หยด” เข้าฉายภาคแรกเรามักจะเห็นไวรัลของ “ผีชุดดำ” กระจายไปทั่วทั้งทามไลน์ถึงความหลอน น่าสะพรึงกลัว หรือแม้แต่คนที่พากันเปิดวาร์ปว่าตัวจริงของผีชุดดำคือใคร จน “ออม มานิตา ชอบชื่น” เจ้าของบทบาทผีชุดดำกลายเป็นที่รู้จักไปทั่ว

เธอผู้นี้มีดีกรีเป็น แอคติ้งโค้ด ครูสอนการแสดง ผู้ร่วมก่อตั้งสตูสอนการแสดง “THEATRUM.bkk” ซึ่งออม มานิตาจบปริญญาโท Master of Fine Arts in Acting จาก Essex University London ประเทศอังกฤษ มาโดยตรง

ในวันที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสพูดคุยกับออม มานิตา เธอสถาปนาตัวเองเป็น “Ghost star” เพราะไม่ใช่แค่บทบาทของผีชุดดำที่โด่งดังไปทั่ว แต่ทุกบทบาทความเป็นผี เรียกว่า ออม มานิตา กวาดเรียบ ล่าสุดเธอได้รับบท แขไข แม่ของ เขมจิรา ในซีรีส์เขมจิราต้องรอด ที่กำลังดังอยู่ในขณะนี้ ซึ่งฉากแรกที่ออกมาก็เป็นคนอยู่ดี ๆ แล้วเธอก็ตายกลายเป็นผี ก็ ออม มานิตา เล่นทั้งทีจะเป็นแค่คนปกติได้ยังไง

“เราชอบเล่นเป็นผีมาตั้งแต่เด็ก วันฮัลโลวีนเพื่อนก็โหวตให้เราแต่งเป็นผี เคยเล่นละครเวทีเป็นผี เคยรับบทผีใน 7 วัน จองเวร ทำโคโรกราฟเกี่ยวกับภูตผีปีศาจ เช่นใน แสงกระสือ 2 , ท่าแร่ ล่าสุดก็ซอมไวเวอร์ที่กำลังจะมาเร็วๆ นี้ เราออกแบบมอนเตอร์ในเรื่อง ว่ามันควรจะเป็นอย่างไร เล่นเป็นผีเองด้วย ไปดูแลนักแสดงในการเล่นด้วย”

“ชอบมาก เอยจอยกับการเป็นผีมาตลอดค่ะ เพราะมันมีความแฟนซี แต่มันก็มีความเป็นมนุษย์ เรารู้สึกว่ามันคุ้ม มันได้แสดงได้ขยับมากกว่าเล่นเป็นคน มันมีดีมานด์ที่มากกว่าปกติ มันพอดีกับพลังงานเราที่ไม่ต้องควบคุม คุ้มในการเป็นผี อาจจะเพราะเราชอบการคอลเอ้าท์ การเป็นผีมันได้พูดแทนคนที่ตาย เราว่าอันนี้มันทำงานฟังชั่นคล้ายร่างทรง เพราะปัญหาสังคม หรือเหยื่อที่ถูกฆ่าให้ตายมันมีมาทุกยุคทุกสมัย การที่เราได้มาเป็นตัวละครแล้วสื่อสารในสิ่งนี้ มันทำให้เสียงนี้ดังขึ้น เราได้พูดในสิ่งที่คนตายไม่มีโอกาสได้พูด”

ก่อนจะเล่าถึงบทบาทการเป็นผีที่ได้รับล่าสุด ผีชุดดำ ในธี่หยด และ แขไข ในเขมจิราต้องรอด ว่า ต่างกันมาก “ความเป็นแม่แขมันพูดไม่ได้ มันมีวิญญาณแบบนั้นที่ไม่สามารถใช้แรงเพื่อให้มนุษย์เห็นเราได้ ร่างกายเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้มนุษย์เห็นเราได้ ทั้งการเป็นผีที่ห่วงลูก มันรู้สึกมากกว่าตอนที่เล่นเป็นคน มีสภาวะที่อยากพูดแต่พูดไมได้ เราเชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต่อให้เคยมีลูกหรือไม่มีลูกมันจะมีสัญชาตญาณความเป็นแม่อยู่แล้วในดีเอ็นเอ”

“ผีชุดดำเขามีความแค้น แต่แขไขเขาไม่ได้แค้น เขาห่วง ก็เป็นปัญหาผู้หญิงเหมือนกันนะ ไม่ห่วงก็แค้น แขไขเขาตายก่อนลูก เขามาเพื่อปกป้องลูก แต่ผีชุดดำเขาไม่มีใครให้ปกป้องแล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็ทำลายทุกอย่าง เป็นผีเหมือนกัน แต่มาจากคนละต้นตอ ทั้งนี้ทั้งนั้นสองคนเป็นเหยื่อของสังคม”

“เราเชื่อว่าผีทุกตัวมีปม” ออม มานิตา บอกกับเราถึงมุมมองต่อตัวละครผี

“การมีผีในสื่อคือการเรียกร้องสัญญะอะไรบางอย่างอยู่แล้ว แปลว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนๆ นั้นตอนมีชีวิตอยู่ไม่ได้ถูกฟัง ไมได้ถูกได้ยิน เราว่าโครงสร้างทางสังคมไม่ได้ให้ความสำคัญกับเหยื่อ โดยเฉพาะผีผู้หญิง เรามักจะเห็นตัวละครผีมาทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นผีซัตเตอร์ แม่นาค ผีผู้หญิงเหล่านี้มันกำลังสะท้อนบางอย่างในสังคม ที่เป็นปิตาธิปไตย ถ้าได้ไปดูธี่หยดมันไม่ได้วิพากษ์แค่ปิตาธิปไตย แต่มันคือโครงสร้างสังคม คนเขียนบทลงพื้นที่ ซึ่งเขาก็ไปเจอไปในพื้นที่มีประวัติใกล้เคียงกันกับผีชุดดำ สะท้อนให้เห็นปัญหาโครงสร้างอำนาจนิยมบางอย่าง บ้านของยักษ์อาจจะไม่ใช่คนที่กระทำกับเขาโดยตรง แต่ก็เป็นครอบครัวทหารที่สัมปทานระบบอำนาจนิยมนั้น”

“มันไม่มีผีที่ไหนที่เกิดมาแล้วจะเป็นผีเลย เริ่ด ฉันจะเป็นผี เราเชื่อว่าผีทุกตน ดวงวิญญาณทุกดวงมีที่มาที่ไป เรากำลังพูดถึงคนๆ หนึ่งที่เกิดมาใช้ชีวิตแล้วก็โดนกระทำบางอย่าง มันตายทั้งเป็น ผีทุกตัวมีปม เป็นปมที่ถูกกระทำจากสังคม จากคนใกล้ชิด เขาเป็นเหยื่อมาก่อน พอเขาเป็นผีแล้วมาพูด เสียงเขาถึงถูกได้ยิน

แต่ตอนที่เขาเป็นคนปกติเสียงกรีดร้องนั้นจะไม่ดัง แต่เสียงกรีดร้องของเรามันจะดูเป็นที่ใส่ใจเสมอ เมื่อไม่ได้มาในรูปแบบของคน เมื่อเราตายไปแล้ว ชีวิตหรือปัญหาจะถูกมองเห็นเมื่อมันมีการสูญเสียขึ้นจริง ๆ” ออม มานิตา บอกเล่าอย่างลึกซึ้งก่อนจะฝากภาพยนตร์ ธี่หยด 3 ในเราได้ไปรับชม รับฟัง เสียงเพรียกจาก ผีชุดดำ เป็นครั้งสุดท้าย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสียงเพรียกจากผี ‘ออม มานิตา’ Ghost star แห่งยุค

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...