MVP แจงปมเดินหน้า WLD ปรับโครงสร้างหุ้นดึงเชื่อมั่น
#MVP #ทันหุ้น – MVP แจงชัดกรณีตำรวจบุกจับเครือข่ายรับแลกเหรียญ WLD ไม่เกี่ยวกับบริษัท ชี้เป็นการดำเนินการกับกลุ่มที่รับแลกเหรียญนอก Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ซึ่งเมืองไทยทำไม่ได้ ชี้ตำรวจย้ำเองว่าโครงการยืนยันความเป็นมนุษย์เดินหน้าได้ “โอภาส” รับการเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดจาก CAI เพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่น
นายโอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็ม วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ MVP เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า กรณีที่มีตำรวจบุกจับเครือข่ายรับแลกเหรียญดิจิทัลเวิล์ดคอยน์ หรือ WLD ซึ่งเป็นเหรียญที่ได้รับหลังจากยืนยันความเป็นมนุษย์ผ่านเครื่อง Orb นั้น ขอยืนยันว่า เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มคนที่ทำการโพสต์รับซื้อเหรียญ WLD หรือรับแลกเหรียญเป็นเงินบาท โดยมีการคิดค่าธรรมเนียมประมาณ 7-8% ก่อนจะนำเหรียญไปขายต่อในแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น Bitkub, Binance เนื่องอาจจะไม่รู้ว่ากฎหมายของไทยนั้น ไม่สามารถดำเนินการรับแลกเหรียญโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต.ได้ จะซื้อขายได้เฉพาะใน Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.ได้เท่านั้น
ประเด็นดังกล่าวไม่ได้เกี่ยวข้องกับบริษัทในฐานะที่เป็นผู้ให้บริการในการยืนยันตัวตนความเป็นมนุษย์ผ่านเครื่อง Orb ซึ่งทางผู้บัญชาการตำรวจรวมถึง ก.ล.ต. ได้ย้ำตลอดการแถลงข่าวว่า ตัวบริษัทไม่ได้ผิดกฎหมาย และโครงการยังคงถูกต้องและสามารถทำต่อได้ ตลอดจนการระบุอย่างชัดเจนว่า ตั้งแต่เปิดดำเนินการมา ไม่มีผู้เสียหายใดๆ มาแจ้งความแม้แต่คนเดียว
@ เดินหน้าให้ข้อมูล
นายโอภาส ยอมรับว่า ปัจจุบันบริษัทยังคงเดินหน้ารับยืนยันความเป็นมนุษย์ผ่านเครื่อง Orb ในโครงการ Worldcoin โดยมี แซม อัลท์แมน (Sam Altman) เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง อย่างต่อเนื่อง แต่ไม่ได้เร่งในการให้คนเข้ามายืนยันมากนัก เพราะต้องการสื่อสารให้ความรู้ และข้อมูลมากที่สุด โดยเปิดเผยความเสี่ยงทุกทางเพื่อเป็นการตัดสินใจอย่างถูกต้อง ซึ่งยืนยันว่า ณ ขณะนี้มีความปลอดภัย ไม่มีการเก็บข้อมูลส่วนตัว
“วันนี้ปลอดภัยไม่มีการเก็บข้อมูล เก็บเพียงแต่ม่านตาเพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์ แต่เราได้สื่อสารระบุความเสี่ยงด้วยว่า หากในอนาคตมีควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้ข้อมูลที่สลายแล้ว กลับมาได้ เหมือน เปลี่ยนหมูสับ ให้กลายเป็น ขาหมู ซึ่งในความเป็นจริงอาจจะเกิดยาก แต่เราก็ต้องระบุเป็นความเสี่ยงให้นักลงทุนได้รับทราบด้วย”
@ ปรับโครงสร้างถือหุ้น
ส่วนกรณีล่าสุดบริษัทได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากที่ตน (นายโอภาส เฉิดพันธุ์) ได้เข้าซื้อหุ้น MVP จาก CAPITAL ASIA INVESTMENTS PTE (CAI) ทั้งหมด จำนวน 45 ล้านหุ้น ด้วยวิธีการซื้อขายรายใหญ่ (Big Lot) ผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น จะส่งผลให้ตน (นายโอภาส เฉิดพันธุ์) มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 8.53% เป็น 21.87% ส่งผลให้ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริษัทอย่างชัดเจน ยืนยันว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นดังกล่าว ไม่มีผลกระทบต่ออำนาจในการควบคุมบริษัท เพราะตนเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและเป็นผู้บริหารหลักอยู่แล้ว
ส่วนสาเหตุที่ซื้อหุ้นเข้ามานั้นเนื่องจากต้องการที่จะสร้างความเชื่อมั่น เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายดังกล่าวเป็นบริษัทที่กำลังถูกสังคมจับตา ขณะที่บริษัทยังจำเป็นที่จะต้องทำงานและได้รับความร่วมมือกับหลายฝ่าย จึงไม่ต้องการให้มีการโยงหรือเกี่ยวข้องใดๆ ซึ่งที่ผ่านมากลุ่มดังกล่าวได้เข้ามาถือหุ้นลงทุนเท่านั้นไม่ได้ส่งตัวแทนเข้ามาบริหาร
ทั้งนี้ CAI OPTIMUM FUND VCC – EDH INVESTMENTS เป็นกองทุนในสิงคโปร์ และมีข่าวที่ปรากฏความเกี่ยวข้องกับธุรกรรมการให้วงเงินสนับสนุนของธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกับธุรกรรมในตลาดหุ้นของนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีต รมช.คลัง