เรียนรู้ปัญหา-อยู่ร่วมอย่างเข้าใจ กับ 4 สัตว์น้อยใหญ่ใจกลางเมือง
การใช้ชีวิตร่วมกันระหว่างคนและสัตว์มีให้เห็นในหลายเมืองทั่วโลก โดยสัตว์บางชนิดมีสถานะพิเศษหรือได้รับการยอมรับจากชาวเมืองให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นอิสระในเขตเมือง กระทั่งกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำเมือง แต่ธรรมชาติของสัตว์บางครั้งก็สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์และบางครั้งการใช้ชีวิตในเมืองของสัตว์ก็เป็นอันตรายต่อตัวสัตว์เอง จึงน่าสนใจที่จะเรียนรู้ว่า การใช้ชีวิตของสัตว์ในเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกประสบปัญหาอย่างไรบ้าง เพื่อให้คนและสัตว์สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างเข้าใจ
01 “วัว” ศักดิ์สิทธิ์ตามท้องถนนของอินเดีย
วัวเป็นสัตว์ที่ได้รับการเคารพสักการะในอินเดียมาแต่โบราณกาล ตามความเชื่อของชาวฮินดูที่ว่า วัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้าองค์สำคัญอย่างพระกฤษณะและพระศิวะ วัวจึงได้รับการปฏิบัติอย่างนอบน้อมจากชาวอินเดียและยังมีอิสระในการดำรงชีวิตภายในเมืองโดยที่ไม่มีผู้ใดทำอันตรายได้ เพราะไม่เพียงแต่ความเชื่อทางศาสนาที่มีมาเนิ่นนาน แต่การคุ้มครองวัวในอินเดียยังได้รับความสำคัญถึงขั้นที่มีการบัญญัติไว้เป็นกฎหมาย ห้ามการฆ่า บริโภค และส่งออกเนื้อวัวในหลายรัฐ
ข้อห้ามเหล่านี้ทำให้วัวเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วในอินเดีย โดยเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวจำนวนมากไม่นิยมเลี้ยงลูกวัวตัวผู้ เพราะไม่สามารถให้นมและให้ลูกวัวได้ ขณะที่บทบาทของวัวตัวผู้ในการทำการเกษตรก็ลดลงจากการเข้ามาแทนที่ของเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ วัวแก่ที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อผู้เลี้ยงแล้วก็ไม่เป็นที่ต้องการเช่นกัน ทำให้วัวจำนวนมากถูกปล่อยทิ้งให้ใช้ชีวิตเร่ร่อนในเมืองโดยไม่มีผู้ใดเป็นเจ้าของดูแล ตามข้อมูลของกระทรวงการประมง สัตวบาล และโคนมของอินเดียเมื่อปี 2019 ประมาณการว่า มีวัวเร่ร่อนมากถึง 5 ล้านตัวทั่วอินเดีย
แม้ว่าวัวจะได้รับการเคารพจากคนส่วนใหญ่ในอินเดีย แต่วัวก็สร้างปัญหาให้กับชาวเมืองเช่นกัน แม้แต่ในเดลีที่เป็นมหานครและมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด ก็สามารถพบเห็นวัวเดินเตร็ดเตร่ได้ทั่วไป ซึ่งสร้างปัญหาการจราจรติดขัดและก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนบ่อยครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องติดสติกเกอร์เรืองแสงให้กับวัว เพื่อเป็นจุดสังเกตสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน นอกจากนี้ วัวเร่ร่อนยังสร้างความเสียหายให้กับพืชผลทางการเกษตร ส่งผลให้เกษตรกรอินเดียต้องคอยเฝ้าระวังฝูงวัวเข้ามารุกล้ำแปลงเกษตรของตนเอง
การใช้ชีวิตเร่ร่อนของวัวไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายให้กับมนุษย์เท่านั้น แต่ยังเป็นอันตรายต่อวัวเองด้วย ไม่ว่าจะเป็นอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในเมือง และวัวเร่ร่อนจำนวนมากยังมีปัญหาระบบย่อยอาหารจากการกินพลาสติกและขยะอันตรายเข้าไป แม้ในปัจจุบันจะมีความพยายามแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการจัดตั้งสถานที่รับเลี้ยงวัวเร่ร่อนในอินเดีย แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนวัวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นปัญหาที่ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันระหว่างคนกลุ่มต่าง ๆ ในสังคมอินเดียถึงแนวทางในการจัดการวัวที่เหมาะสม
02 “กวาง” นำสารจากเทพเจ้า ณ เมืองนารา ญี่ปุ่น
ที่นารา อดีตเมืองหลวงของญี่ปุ่น กวางซีกา (Sika Deer) สามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นอิสระภายในเมือง โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณโดยรอบศาลเจ้าคะสุงะไทฉะ (Kasuga Taisha) ศาสนสถานอันศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาชินโต โดยชาวญี่ปุ่นเชื่อว่ ากวางซีกาเป็นผู้นำสารจากเทพเจ้า ตามตำนานของเทพทาเคมิคาซึจิ (Takemikazuchi) เทพแห่งสายฟ้าและดาบที่มีพาหนะเป็นกวางสีขาว กวางซีกาจึงมีสถานะเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเมืองให้การเคารพนับถือและมีกฎห้ามการล่ามาตั้งแต่ราวศตวรรษที่ 8 ในยุคนาราของญี่ปุ่น
ในปัจจุบัน กวางซีกากว่า 1,000 ตัวอยู่อาศัยร่วมกับผู้คนในเมืองนารา โดยสามารถพบกวางเหล่านี้ได้ทุกหนแห่งไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ ทางม้าลาย สวนสาธารณะ หรือป้ายรถเมล์ กวางซีกายังเป็นมิตรกับผู้คน ส่งผลให้สัตว์ประจำเมืองนารานี้กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ที่นอกจากจะมาเยี่ยมชมโบราณสถานในอดีตเมืองหลวงเก่าแล้ว ยังมาชื่นชมความน่ารักและป้อนอาหารกวางซีกา ที่รู้จักกันดีคือ ซิกะเซมเบ้ (Shika senbei) หรือคุกกี้รูปกวางที่ชาวเมืองทำขึ้นสำหรับการป้อนอาหารกวางโดยเฉพาะ
แม้ว่าธรรมชาติของกวางซีกาอาจรบกวนวิถีชีวิตของชาวเมืองอยู่บ้าง แต่การบริหารจัดการที่นี่ก็เป็นไปอย่างรัดกุม กวางตัวเมียที่ตั้งท้องจะถูกแยกออกจากพื้นที่สาธารณะไปยังพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้สำหรับการคลอดและการเลี้ยงดูลูกกวาง ส่วนกวางตัวผู้ที่โตเต็มวัยจะถูกตัดเขาออกก่อนถึงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในพิธีกรรมของชินโตที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 แต่เป้าหมายสำคัญอยู่ที่การลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเขาที่แข็งแกร่งของกวาง ซึ่งอาจสร้างความเสียหายให้กับผู้คนได้ สิ่งเหล่านี้จึงกลายเป็นวิธีการลดปัญหาจากการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับกวางในเมืองและยังเป็นการอนุรักษ์พันธุ์กวางอย่างยั่งยืนอีกด้วย
03 “นกยูง” บนหลังคาบ้านในลอสแอนเจลิส
คงน่าตื่นเต้นไม่น้อย หากนกยูงซึ่งเป็นสัตว์หายากที่เราจะสามารถพบได้ในสวนสัตว์หรือพื้นที่เลี้ยงเฉพาะเท่านั้น กลับมาปรากฏตัวที่หน้าบ้านของเราทุกเช้า แต่นั่นคือสถานการณ์ปกติในโรลลิง ฮิลส์ เอสเตตส์ เมืองในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา ที่เมืองนี้ นกยูงกว่า 300 ตัวสามารถดำรงชีวิตได้อย่างเป็นอิสระร่วมกับชาวเมือง ไม่ว่าจะเป็นตามท้องถนน กิ่งไม้ โรงรถ ไปจนถึงหลังคาบ้าน กระทั่งชาวเมืองไม่สามารถนึกถึงเมืองแห่งนี้ที่ปราศจากนกยูงได้
ไม่มีใครรู้ที่มาของนกยูงเหล่านี้อย่างชัดเจน แต่เรื่องราวหนึ่งที่มีการบอกเล่ากันคือ เอลิอัส “ลัคกี้” บอลด์วิน (Elias "Lucky" Baldwin) มหาเศรษฐีอสังหาริมทรัพย์ ผู้เป็นนักบุกเบิกผู้ยิ่งใหญ่ของแคลิฟอร์เนียคือผู้นำนกยูงป่าจากอินเดียเข้ามายังพื้นที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1920 และหลังจากนั้นมา ประชากรนกยูงก็ได้ขยายตัวอย่างรวดเร็วในคาบสมุทรปาโลส แวร์เดส (Palos Verdes) ก่อนที่จะเริ่มย้ายถิ่นเข้ามาอยู่ร่วมกับมนุษย์ในเขตเมือง
แม้ว่านกยูงจะเป็นสัตว์สวยงามที่เป็นที่ชื่นชอบของหลายคน แต่มันก็สร้างปัญหาให้ชาวเมืองเช่นกัน อย่างการสร้างความเสียหายให้กับสนามหญ้าหรือหลังคาบ้าน สร้างรอยขีดข่วนบนรถยนต์ ส่งเสียงดังรบกวนในเวลากลางคืน หรือกระทั่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเป็นสาเหตุให้คนบางกลุ่มไม่ชื่นชอบและมีการลักลอบฆ่านกยูงเกิดขึ้น แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองนกเหล่านี้ในโรลลิง ฮิลส์ เอสเตตส์ ส่งผลให้ผู้บริหารเมืองเริ่มมีมาตรการในการย้ายนกยูงไปยังพื้นที่เฉพาะ เพื่อลดจำนวนนกยูงภายในเมืองและปกป้องนกยูงเหล่านี้จากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของคนบางส่วน
04 “นาก” สร้างบ้านกลางเมืองในสหราชอาณาจักร
นากใหญ่ธรรมดา (Eurasian otter) เป็นนากป่าที่พบได้ทั่วไปในสหราชอาณาจักร แต่การพัฒนาอุตสาหกรรมในช่วงทศวรรษ 1950-1960 ส่งผลให้เกิดมลพิษในแหล่งน้ำต่าง ๆ อย่างรุนแรง โดยเฉพาะทางตอนกลางและตอนใต้ของเกาะบริเตนใหญ่ ร่วมกับการทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยและการล่าของมนุษย์ ทำให้นากหายไปจากหลายเมืองและเกือบจะสูญพันธุ์ไปจากสหราชอาณาจักร
แต่สถานการณ์เริ่มกลับมาดีขึ้นอีกครั้งในทศวรรษ 1980 เมื่อมีการออกกฎหมายห้ามการล่านาก และการปล่อยนากที่เพาะพันธุ์ไว้กลับสู่ธรรมชาติ รวมถึงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำครั้งสำคัญ เมื่อแหล่งน้ำสะอาดและมีความอุดมสมบูรณ์ของอาหารเพียงพอ นากก็เริ่มกลับมาสร้างแหล่งอาศัยในหลายเมืองใหญ่ของสหราชอาณาจักรอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเอดินบะระ แมนเชสเตอร์ เบอร์มิงแฮม รวมถึงเมืองหลวงอย่างลอนดอน การดำรงชีวิตในเมือง ทำให้นากมีความคุ้นชินกับมนุษย์และเริ่มปรากฏตัวให้ผู้คนเห็นจนชินตา
แม้ว่าการใช้ชีวิตในเมืองจะเป็นอันตรายต่อนาก ไม่ว่าจะเป็นการได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุและการกลืนกินขยะพลาสติก แต่การกลับมาปรากฏตัวในเมืองของนากก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ปลาในเขตเมือง โดยเฉพาะปลาแซลมอน ปลาเทราท์ และปลาเกรย์ลิงที่เป็นอาหารหลักของนาก ส่งผลให้มีชาวอังกฤษจำนวนมากหันมาตื่นตัวในการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการอนุรักษ์นากในเมืองอย่างยั่งยืน เพราะสุดท้ายแล้วความหลากหลายทางชีวภาพเหล่านี้จะเป็นผลดีสำหรับทุกคน
ที่มา : บทความ “Animals in the city: When people sing in tune with Nature” โดย Anna Alliain
บทความ “Inside India’s plastic cows: How sacred animals are left to line their stomachs with polythene” โดย Adam Withnall
บทความ “They’re destructive, there are 5 million of them—and they’re sacred” โดย Sushmita Pathak
บทความ “Messengers of the gods: 1,400-year religious protection of sika deer in Japan’s Nara have made them genetically unique” โดย Rajat Ghai
บทความ “The Wild Deer That Roam a Japanese City's Streets” โดย Zachary Slobig
บทความ “Hunt For Peafowl 'Killer' Underway In Rolling Hills Estates” โดย KCAL News
บทความ “How Palos Verdes Got Its Peacock Problem” โดย Elijah Chiland
บทความ “Rancho Palos Verdes to continue peacock eviction program” โดย Jason Song
บทความ “Otters are making themselves at home in UK cities” โดย Paul Teasdale และ Lisa Hendry
เรื่อง : ธีรพล บัวกระโทก