โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ค้นหาตัวเองผ่าน ‘Inner Child’ เด็กเมื่อวานซืนคนนั้น ที่ยังอยู่ในตัวเราวันนี้

Mission To The Moon

เผยแพร่ 02 มี.ค. 2567 เวลา 05.30 น. • Mission To The Moon Media

“ความคิดคำนึงที่ทรงพลังที่สุด คือความเป็นเด็กในตัวเรา”
.
คำกล่าวนี้มาจากข้อความหนึ่งในหนังสือ “Free Play: Improvisation in Life and Art” ของนักเขียนและนักดนตรีชาวอเมริกันอย่าง Stephen Nachmanovitch ที่พูดถึงการค้นหาแรงบันดาลใจและการเติมพลังความคิดสร้างสรรค์ของตัวเองจากภายในจิตวิญญาณ ซึ่งคำกล่าวนี้ทำให้นึกถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวตนของผู้ใหญ่ทุกคนอย่าง “Inner Child”
.
Inner Child หรือตัวตนของความเป็นเด็กในตัวเรา เป็นส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณของเราที่มีความบริสุทธิ์ทางด้านอารมณ์มากเป็นพิเศษ บ่อยครั้งที่เราเห็นเด็กๆ เรามักจะพบว่าเด็กเหล่านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องซ่อนตัวตนของตัวเอง เมื่อรู้สึกอย่างไรก็แสดงออกมาอย่างนั้น ผิดกับผู้ใหญ่ที่จำเป็นต้องเก็บซ่อนตัวตนบางอย่างเอาไว้ หรือแม้แต่บางครั้งเราในปัจจุบันก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะซ่อนมัน เพียงแต่มีหลายประสบการณ์ที่เข้ามาหล่อหลอมให้เราค่อยๆ ลดตัวตนเหล่านั้นลงไป
.
ความเป็น Inner Child เป็นสิ่งที่สามารถสร้างทั้งประโยชน์และโทษได้ หากลองสังเกตคนที่ประสบความสำเร็จ เราจะพบว่าทุกคนมีมุมที่เป็นเด็กอยู่ในตัวของตัวเอง ทุกคนมีความคิดสร้างสรรค์ มีความช่างฝัน ไม่แพ้กับตัวเราในสมัยเด็กที่มักจะวาดภาพต่างๆ ไว้ในความคิดของตัวเอง ซึ่งตัวตนความเป็นเด็กกลับถูกซ่อนไว้จนเราเข้าไม่ถึง จากประสบการณ์ต่างๆ ผ่านความเจ็บปวดที่เราพบเจอ
.
เมื่อการเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องง่าย และเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เราต่างใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่เข้ามาปะทะจนลืมดูแลจิตวิญญาณที่แท้จริงของตัวเอง และลืมไปว่า “เราก็แค่เด็กคนนั้น” ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่เหมือนกับตอนที่ยังเป็นเด็กอยู่
.
.
พวกเราทุกคนต่างก็มี “เด็กคนนั้น” ซ่อนอยู่ในเนื้อแท้
.
ลองย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เรายังเด็ก เราทุกคนต่างก็มีทั้งความใฝ่ฝัน มีการมองอนาคตที่แตกต่างกัน และยังมีปมในวัยเด็กที่ต้องเจ็บปวดเพราะสิ่งนั้นมาแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านพ้นไปจนเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เรากลับลืมเหตุการณ์ที่สร้างความเจ็บปวดในวัยเยาว์ไป แต่เชื่อหรือไม่ว่าความเจ็บปวดนั้นยังคงซ่อนอยู่ในตัวตนของเราที่เป็น “เด็กคนนั้น”
.
ความจริงก็คือ เราทุกคนมีตัวตนในวัยเด็ก (Inner Child) ของตัวเองซ่อนอยู่ในเนื้อแท้เสมอ ซึ่งความเป็นตัวตนในวัยเด็กนั้นคือหนึ่งในจิตใต้สำนึกของเราที่เก็บเกี่ยวเหตุการณ์สำคัญ อารมณ์ ความทรงจำ และความเชื่อในอดีตไว้ ตลอดจนความฝันและความคาดหวังต่ออนาคตของเราในวัยเด็ก แม้ว่านิสัยของเราในตอนนี้จะแตกต่างจากเราในตอนที่ยังเป็นเด็ก แต่ถ้าหากมีสิ่งใดมากระตุ้น เราก็จะสามารถพบกับนิสัยเด็กๆ บางอย่างที่ไม่สอดคล้องกับนิสัยปัจจุบันของเราได้เช่นเดียวกัน
.
.
แต่นิสัย “เด็กๆ” ของเรานั้น ไม่ได้เป็นข้อเสียเสมอไป
.
แม้ว่านิสัยบางอย่างของเราในวัยเด็ก จะแสดงออกมาเป็นความก้าวร้าวในตอนโต จนหลายคนพยายามหาทางที่จะหลีกเลี่ยงมันและมองความหมายของนิสัย “เด็กๆ” ไปในทางลบ แต่ความจริงแล้วนิสัยเด็กๆ ของเราก็ไม่ได้เป็นนิสัยที่แย่เสมอไป ตรงกันข้ามกลับสามารถนำพาจิตวิญญาณของเราไปในทิศทางบวกได้อีกด้วย
.
เพราะเราในตอนที่ยังเป็นเด็กก็มีทั้งนิสัยที่ดีและแย่ปนกัน ความเป็น “เด็กคนนั้น” ในตัวเราจึงสามารถแสดงออกมาผ่านนิสัยที่ดีอย่างเช่นความรักอิสระ ความตื่นเต้น และความหวังได้เช่นเดียวกัน ลองนึกย้อนกลับไปถึงช่วงเวลาที่เรายังไม่มีภาระหน้าที่หรือความกดดันในชีวิต ในวัยนั้นเราสามารถแสดงออกถึงความตื่นเต้นในเรื่องใหม่ๆ สามารถสนุกกับเรื่องเล็กๆ ได้อย่างจริงใจ หรือแม้แต่มีความกล้าในเรื่องที่เราไม่เคยลองมาก่อน
.
แต่ไม่ว่าความเป็นเด็กคนนั้นในตัวเรา จะแสดงออกผ่านนิสัยที่ดีหรือแย่ก็ตาม ก็ขอให้รู้ไว้ว่า “เด็กคนนั้นกำลังสื่อสารถึงความรู้สึกนึกคิดภายในใจของเราอยู่เสมอ” ขอเพียงแค่เราต้องเรียนรู้ที่จะฟัง และทำความเข้าใจกับเด็กในตัวเรา แล้วเราจะสามารถปลดปมในจิตใจ แล้วค้นหาประสิทธิภาพในตัวเองรวมถึงพบกับความสุขได้ในที่สุด
.
นี่จึงเป็นเหตุผลที่การวินิจฉัยทางจิตเวชมักจะใช้วิธีในการค้นหาปมที่ซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ที่ฝังลึกจนตัวของผู้ป่วยอาจหลงลืมไป แต่ปมนั้นยังคงไม่สูญหายและมีผลกับคนคนนั้นอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับการดูแล Inner Child หรือเด็กคนนั้นในตัวเรา
.
.
พัฒนาความสัมพันธ์กับ “เด็กคนนั้น” ที่ซ่อนในตัวเรา
.
เด็กก็คือเด็ก มีทั้งด้านที่ดีและร้ายที่พร้อมจะแสดงอารมณ์ออกมาอยู่ตลอดเวลา แต่หน้าที่ของเราในฐานะที่เป็นตัวตนฝั่งผู้ใหญ่นั้นก็คือการค้นหา พูดคุยและดูแลเด็กคนนั้น ไม่ละเลยจนเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวของเราเกิดอาการน้อยใจจนอาละวาดขึ้นมาอีกครั้ง
.
ซึ่งวิธีการในการพัฒนาความสัมพันธ์กับเด็กคนนั้นในตัวเรา มีอยู่ 2 ข้อง่ายๆ ก็คือ “การติดต่อและรับฟัง” เพื่อคลายปมในวัยเด็ก รับรู้ถึงความต้องการที่ส่งผลมาสู่เราในปัจจุบัน แล้วทำความต้องการนั้นให้เป็นจริงได้ในอนาคต
.
[ ] ติดต่อกับเด็กคนนั้นในตัวเรา (Inner Child) แล้วเริ่มต้นพูดคุย เรียนรู้ว่านิสัยเด็กๆ ที่ดีและร้ายของเราคืออะไร ผ่านการทบทวนเหตุการณ์ที่เข้ามากระตุ้นอารมณ์ในประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านเข้ามา แล้วพยายามตระหนักถึงอารมณ์เหล่านั้นโดยไม่โทษหรือรู้สึกโกรธเคืองในความเป็นตัวเอง
[ ] เริ่มรับฟังเพื่อพัฒนาเด็กคนนั้นให้ดีขึ้น หากมีนิสัยด้านร้ายที่เป็นผลพวงมาจากปมในอดีตก็ควรมองหาสิ่งที่ช่วยเยียวยาได้ โดยไม่มองข้าม และเรียนรู้ถึงความต้องการ ความเจ็บปวด ความหวัง รวมทั้งความฝันของตัวเราในวัยเด็ก เพื่อพัฒนาตัวเองให้สามารถทำสิ่งเหล่านั้นให้เกิดขึ้น
.
ตัวเราในวัยเด็ก เป็นตัวตนที่บริสุทธิ์และเต็มเปี่ยมไปด้วยความปรารถนาที่แรงกล้าไร้สิ่งรบกวน ซึ่งอาจจะมีแรงบันดาลใจบางอย่างที่มากกว่าตัวของเราในปัจจุบันเสียอีก เป้าหมายของการค้นหาเด็กที่ซ่อนอยู่ในตัวเรา (Inner Child) นั้นจึงไม่ใช่การฟื้นฝอยหาตะเข็บในเรื่องที่เคยเจ็บปวดขึ้นมาให้เจ็บปวดซ้ำๆ แต่กลับเป็นการพยายามทำความเข้าใจ ใส่ใจและฟื้นฟูตัวเองด้วยการดึงจุดแข็งที่เราอาจจะลืมไปให้กลับมาสู่เราอีกครั้ง
.
การกลับไปรู้จักตัวตนในวัยเด็กของเราจะช่วยให้ความต้องการและสิ่งที่เราต้องทำเพื่อการก้าวไปยังอนาคตที่สดใสชัดเจนมากขึ้น อีกทั้งยังทำให้การต่อต้าน หรืออคติบางอย่างที่เรารู้สึกในชีวิตวัยผู้ใหญ่ลดลงไปอีกด้วย
.
.
“หากความเป็นเด็กในตัวของเรารู้สึกปลอดภัยและมั่นคง เราก็จะสามารถเบ่งบานได้อย่างเต็มที่” และ Inner Child นี้ก็เปรียบเสมือนสมอเรือ โดยที่ความเป็นผู้ใหญ่ในปัจจุบันนั้นก็คือเรือ หากสมอเรือสั่นคลอน ไม่แข็งแรง เรือก็จะไม่มั่นคง แต่ถ้าสมอมีความมั่นคงแข็งแรง ก็ทำให้เรือนั้นมั่นคงไปด้วย เช่นเดียวกันกับความเป็นเด็กในตัวของเรา เมื่อเด็กคนนั้นรู้ว่าเรากำลังให้ความสนใจที่เพียงพอ เด็กคนนั้นก็จะลดนิสัยด้านร้ายลง และเผยให้เห็นด้านดีที่เปิดประตูให้เราพัฒนาตัวเองได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
.
.
ที่มา
- Free Play: Improvisation in Life and Art, Stephen Nachmanovitch - https://amzn.to/3Tbin7b
- What Is An Inner Child & What Does It Know?, Esther Goldstein, Integrative Psychotherapy - https://bit.ly/3I3oSCw
- Why Is Everyone Working on Their Inner Child?, ANGELA HAUPT, TIME - https://bit.ly/3ONLbzU
- Inner Child Work: How Your Past Shapes Your Present, Julia Childs Heyl, MSW, Verywell Mind - https://bit.ly/3wd8KeU
.
#inspiration
#innerchild
#psychology
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...