โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“นางกวัก” คือใคร? ไฉนมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียกโชภลาภ-เงินทอง

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 19.37 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 19.36 น.
(ภาพจาก หนังสือ ตำราพรหมชาติ ฉบับราษฎร)

นางกวัก คือใคร? ไฉนมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียกโชภลาภ-เงินทอง

ตั้งแต่ก่อนทศวรรษ 2530 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในกลุ่มให้โชคลาภและความมั่งคั่งร่ำรวยที่คนไทยนิยมมากที่สุดเห็นจะเป็น“นางกวัก” แต่น้อยคนนักจะรู้ว่า ชื่อจริง ๆ ของนางกวักคือ นางสุภาวดีเป็นบุคคลที่มีตัวตนอยู่ในพุทธประวัติเมื่อครั้งสมัยพุทธกาล

สตรีท่านนี้มาเกี่ยวข้องกับการ “กวัก” เรียกเงินทอง โชคลาภ และความมั่งคั่งได้อย่างไร?

ก่อนอื่นต้องชี้แจงเสียหน่อยว่า เหตุใดเรื่องของความร่ำรวยที่ดูเหมือนจะมีพื้นฐานมาจากความอยากได้อยากมี จึงไม่ใช่สิ่งต้องห้ามในพุทธศาสนา ก็ในเมื่อเรื่องเล่าของ “นางกวัก” ที่เกี่ยวกับการเรียกเงินทองในการทำมาค้าขายยังเป็นส่วนหนึ่งของพุทธประวัติ นั่นเพราะอันที่จริงพระพุทธเจ้าเองไม่เคยกล่าวว่า “กำไร” เป็นอวิชชาแต่อย่างใด การมีโชคลาภและเพิ่มพูนเงินตราจึงไม่ใช่สิ่งผิดแปลกจากหลักศาสนา หากกระทำโดยสุจริต

ดังจะเห็นการบูชาในพุทธศาสนาแบบเถรวาทเองยังกลายเป็นสินค้าหรือเครื่องผลิตโภคทรัพย์ได้ ชี้ให้เห็นว่า ศาสนาพุทธมิได้ปิดกั้นการแสวงหาความร่ำรวยระหว่างที่มุ่งสู่นิพพาน แม้แต่ศีลและพรยังเน้นเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีและความ “ร่ำรวย” อันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่อยู่เย็นเป็นสุขของชาวพุทธ

ตำนานพุทธศาสนาจึงมีเรื่องราวของพระสาวกผู้เกี่ยวข้อง หรือมีพุทธคุณเรื่องการส่งเสริมเรื่องการทำมาค้าขายและความร่ำรวย ซึ่งเรื่องเล่าหลัก ๆ ที่แพร่หลายกันมานานในสังคมไทยคือ ตำนานพระอรหันต์นามว่า พระสีวลีกับ นางกวัก นี่เอง

นางสุภาวดี เป็นธิดารูปงามของครอบครัววรรณะพราหมณ์ครอบครัวหนึ่ง พวกเขามีอาชีพเร่ขายสินค้าตามชนบททางเหนือของอินเดีย ระหว่างขับเกวียนอยู่นั้น นางสุภาวดีผู้เคยฟังเรื่องราวของและทราบกิตติคุณของพุทธสาวกหลาย ๆ รูป ได้สวดอ้อนวอนขอให้ตนและครอบครัวพบพระอรหันต์นามว่า “พระกัสสะปะ” ระหว่างการเดินทาง

และก็สมดังปรารถนา นางและครอบครัวได้พบและสดับฟังเทศนาธรรมจากพระกัสสะปะ จึงถวายตัวเป็นพุทธมามกะแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านับแต่นั้น

ที่สำคัญคือ ก่อนจะกล่าวลา พระกัสสะปะยังให้พรแก่นางสุภาวดีบุตรีพราหมณ์ว่า “ขอให้คิดสิ่งใดก็สมปรารถนา การค้าประสบแต่ความเจริญรุ่งเรืองมากไปด้วยทรัพย์ศฤงคาร เงิน ทอง”

ในเวลาต่อมา ครอบครัวพราหมณ์ยังได้พบ พระสีวลี พระอรหันต์ผู้โดดเด่นเรื่องการดลบันดาลโชคลาภโดยตรง ดังปรากฏในพุทธประวัติว่า ท่านเป็นพระสาวกรุ่นแรกของพระพุทธเจ้า และเคยอยู่ในครรภ์มารดานานถึง 7 ปี 7 เดือน 7 วัน ก่อนกาลกำเนิด ซึ่งเลข 7 ถือเป็น “เลขมหามงคล” ในพระพุทธศาสนา

พระสีวลีเองได้ประทานพรให้ครอบครัวพราหมณ์เหมือนพระกัสสะปะ ทำให้อานุภาพเรื่องการทำมาค้าขายของครอบครัวนี้เพิ่มทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก ครอบครัวของนางสุภาวดีจึงประสบพบเจอแต่ความรุ่งเรืองด้านการค้าจนมีทรัพย์สมบัติมากมายมหาศาล

เชื่อได้ว่าครอบครัวนี้มั่งคั่งด้วยพรอันประเสริฐของพระอรหันต์ทั้ง 2 รูป โดยมีจุดเริ่มต้นคือ นางสุภาวดี ผู้อธิษฐานจิตถึงพระอรหันต์นั่นเอง

จึงเกิดเป็นรูปเคารพของนางสุภาวดี ในท่านางกวัก เป็นรูปผู้หญิงส่งยิ้ม ดวงตาดำขลับ หน้าตาละม้ายคล้ายสตรีชาวอินเดีย ในท่านั่งคุกเข่าแบบเทพธิดา พร้อมยกมือขวาทำท่ากวักมือเรียกผู้คน

ภาพลักษณ์ดังกล่าวกลายเป็นสัญลักษณ์หรือ “สิ่งศักดิ์สิทธิ์” สำคัญประจำกิจการร้านรวงต่าง ๆ ของพ่อค้าแม่ขาย เพื่อใช้เป็นเครื่องรางของขลังส่งเสริมด้านการค้าขาย เราจึงมักเห็น “นางกวัก” อยู่บนหิ้งบูชาบนผนังร้านค้าและร้านอาหารทั่วไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปีเตอร์ เอ. แจ็คสัน; วิราวรรณ นฤปิติ แปล. (2566). เทวา มนตรา เกจิ: ไสยศาสตร์สมัยใหม่กับทุน(ไทย)นิยม.กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 3 เมษายน 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “นางกวัก” คือใคร? ไฉนมาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เรียกโชภลาภ-เงินทอง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...