ข้าก็แค่คนธรรมดาสามัญ(มีebook)
ข้อมูลเบื้องต้น
นน ชายหนุ่มประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทะลุมิติไปยังยุคจีนโบราณ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมาเข้าร่างเด็กน้อยวัยสิบขวบ ตื่นขึ้นมานั่งมองรอบๆ ห้องด้วยความสงสัยใคร่รู้ สักพักอาการปวดหัวเกิดขึ้นจนต้องล้มตัวลงนอนความทรงจำของเจ้าของร่างคนเก่าค่อยๆ ไหลเวียนอยู่ในหัวผ่านไป 30 นาที นน ก็ได้สติลืมตาตื่นขึ้นมา ในร่างของชายหนุ่มนามว่าหยางหลง อายุ 10 ปี ครอบครัวอบอุ่นรักใคร่ปรองดองกันดี ผู้ป่วยติดเตียง คำนี้เหมือนจะตรงกับร่างที่นนเข้ามาอาศัยอยู่จะเรียกว่าอาศัยก็คงจะไม่น่าอภิรมย์เท่าไหร่เรียกว่าเกิดใหม่แล้วโตเลยดีกว่า
เดิมทีเจ้าของร่างคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรงสามวันดีสี่วันไข้จนพ่อกับแม่สั่งไม่ให้ออกไปนอกบ้านเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้ เงินที่หามาได้ทั้งหมดก็นำไปซื้อยามารักษาตนเลยทำให้ฐานะที่เป็นอยู่ลำบากพอสมควร
ฐานะค่อนข้างยากจน อีกอย่างคนบ้านนี้ปลูกข้าวอย่างเดียวที่ทำเงินได้ มีปลูกผักไว้กินแค่นิดหน่อย พอหมดหน้านาปลูกมันเทศเอาไว้กินเหมือนกันเพราะขายไม่ได้ราคา อาศัยล่าสัตว์ไปขายในเมืองเสียส่วนใหญ่ในบ้านมีเงินเก็บไม่ถึงห้าตำลึงด้วยซ้ำ
นน นั่งวางแผนถึงอนาคตของคนในบ้านถ้าหากตนมาอยู่ที่แห่งนี้ตลอดไปแล้วล่ะก็ชีวิตของทุกคนจะต้องดีขึ้นแน่ๆ เพราะความจนมันน่ากลัว ดิ้นรนให้ตัวเองรอดนั่นแหละถึงจะเรียกว่าการใช้ชีวิต หลังจากตนฟื้นขึ้นมาจึงพยายามเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตให้ดียิ่งขึ้นทุกคนรอบตัวก็เช่นกัน
"เงินทองไม่มีต้องขยันหา อาหารไม่พอต้องขยันเพาะปลูก ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ถ้ามัวแต่ท้อจะก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ได้"
นน ตั้งมั่นเอาไว้ในใจ อย่างไรเสียจะต้องมีชีวิตที่ดีกว่านี้แน่นอน รอก่อนครอบครัวหยาง ชีวิตที่โลกเดิมก็เป็นชาวไร่ชาวนาก่อนจะมาเป็นบุรุษพยาบาล ทะลุมิติมายุคนี้ทำนากันหน่อยจะเป็นไรไป
"ผักบ้านเราทำไมมันต้นเล็กจังแถมต้นก็แคะแกรนอีกน้องเล็กเจ้าบอกพี่ชายได้หรือไม่ว่าปลูกเช่นไร"
"ข้าจำได้ ท่านพ่อขุดดินตากไว้สามวันแล้วนำน้ำมารดเขี่ยดินแบบนี้จนมันเท่ากันแล้วว่านเมล็ดผักลงไปรดน้ำอีกรอบรอมันโต เสร็จแล้วพี่ข้าฝากถือหน่อยจะไปล้างมือตรงนั้นเจ้าค่ะ"
"ไปด้วยกันเดี๋ยวตกน้ำเอาได้"
ปลูกแบบไม่ใส่ปุ๋ยสินะ นนคิดว่าที่นี่น่าจะมีมูลสัตว์อยู่บ้างล่ะมั้งเย็นนี้ค่อยถามท่านแม่ดู ถ้าไม่มีคงต้องทำปุ๋ยหมักขึ้นมาเองไม่งั้นผักไม่พอกินแน่ๆ ดีนะที่ช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อนไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนจะเข้าหน้าหนาว ริเริ่มโครงการปรับเปลี่ยนแนวคิดแล้วลงมือทำเลย ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ล้วนหาได้ไม่ยาก
มาดูกันว่าหยางหลงจะพัฒนาไปได้มากน้อยเพียงใด
นิยายเรื่องนี้เกิดจากจินตนาการของผู้แต่งเท่านั้นไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลหรือ สถานที่แค่อย่างใด ขอให้ทุกคนอ่านด้วยความเพลิดเพลินนะเจ้าคะ
การจากลา
นน ชายหนุ่มภาคอีสานเดินทางเข้ามาเรียนต่อในเมืองใหญ่ พอเรียนจบหางานทำจากสายที่เรียน เพราะเป็นคนขยันขันแข็งมีน้ำใจแต่ไม่โง่นะ เลยมีเพื่อนสนิทแค่สองคนคือ หญิงปลากับ น้องมาย งานที่ทำเป็นบุรุษพยาบาลขึ้นเวรเช้า บ่าย ดึก สลับกันบ้างควงเวรบ้าง เหนื่อยแต่รายได้ดี แม้จะพักผ่อนน้อยผลตอบแทนทำให้มีแรงสู้เพราะต้องส่งน้องสาวกับน้องชายเรียนช่วยพ่อแม่
"นน เราไปกินข้าวกันนี่ก็เที่ยงแล้วพักเบรคพอดี มาย ทางนี้"
ปลา พยาบาลสาวหน้าตาน่ารักคนที่นนแอบชอบแต่ไม่กล้าบอก เรียกเสียงดังขณะเดินลงมาที่โรงอาหาร
มาย เกย์น้อยตัวเล็กผิวขาว เภสัชกรเพื่อนที่คบอีกคนกำลังเดินมา
"วันนี้เราจะไปกินข้าวที่ไหนดีอ่ะ เบื่อกับข้าวโรงอาหาร นน เบรคกี่นาทีเหรอ ส่วนหล่อนไม่อยากรู้ไม่ต้องบอก"
"แหม ทีผู้เนี่ยเสียงอ่อนเสียงหวานทีเพื่อนสาวจิกเชียวหมั่นไส้ ส่อมาตรฐานชะมัด นน อย่าไปสนเก้งกวางไปกับเราดีกว่า"
"เล่นพอรึยังจะหมดเวลาแล้วไปกันได้เสียทีร้านเจ๊แดงปากซอยแล้วกันใกล้ดี"
นนตัดบทจูงมือเพื่อนทั้งสองคนหยุดสงครามน้ำลายได้ทันที สามสหายเดินเข้ามานั่งในร้านมีลุงชัยเอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้คนคุ้นเคยทั้งนั้นมาบ่อยลุงแกจำได้
"เอาอะไรกันบ้างวันนี้เด็กๆ "
“ผมเอากะเพราทะเลไข่ดาวสุกๆ สองฟองครับ”
"น้องมาย เอาราดหน้าผู้ชายผักน้อยเนื้อเยอะๆ นะครับ"
"สั่งดีดีอย่ามัวแต่เล่น ปลาเอาสุกี้ทะเลพิเศษหมึกกับกุ้งค่ะ สั่งใหม่ค่ะอีน้องมาย"
"เช๊อะ! ก็ได้เอาใหม่นะครับ เอาราดหน้าหมูใส่กุ้งด้วยพิเศษๆ เลยนะลุงชัย"
"ได้ได้รอสักครู่ลุงไปบอกคนทำให้นะ"
"แกเดือนหน้าได้วันลาพักร้อนรึยังฉันได้แล้ว12-18 เมษายน ไปเล่นสงกรานต์ที่บ้านไอ้มายดีไหม"
"ว่าจะกลับบ้านแม่บอกจะหาสาวให้น่ะสิเบื่อเหมือนกันแต่แกก็คงจะห่วงล่ะนะ"
"ไปดูตัวเหรอ ยายปลา นนจะไปดูตัวแล้วนะชักช้าอยู่ได้เดี๋ยวหมาก็คาบไปหรอก"
"พูดอะไรของแกนั่นไงข้าวมาพอดีกินกินเข้าไป"
น้องมายได้แต่ส่ายหน้าให้เพื่อนทั้งสองคนปากแข็งทั้งคู่จะช่วยอย่างไรดี นนแอบรักปลาส่วนยายปลาก็แอบชอบอยู่เหมือนกันไม่รู้พวกมันรออะไร น้องมายจนใจจริงๆ
"เวลาคนเรามันสั้นวันนี้พรุ่งนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรอะไรที่ยังไม่ได้ทำก็ทำซะอย่ามัวแต่รอเดี๋ยวจะเสียใจ"
นนหันไปมองหญิงสาวในดวงใจฝ่ายนั้นก็หันมาสบตาพอดีเกิดเขินอายจนหันหน้าไปคนละทาง มายได้แต่อมยิ้มข้าวมื้อนี้รสชาติมันหวานๆ ยังไงไม่รู้
กินข้าวกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำงานต่อวันนี้เวรนนไปกับรถรับคนไข้ฉุกเฉิน เวรเปลมาเรียกอยู่หน้าแผนกกำลังเช็คเครื่องช่วยชีวิตอีกรอบก่อนออกรถ มียายแก่ๆ คนหนึ่งเดินมาจับมือ นนจำได้ว่าแกมากับหลานสาวตอนนี้กำลังไปรับยาจึงนั่งลงคุยกับคุณยาย
"มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ"
"ยายไม่เป็นอะไรหรอกลูก แต่เจ้านั่นแหละที่กำลังจะเป็นไม่ไปทำงานนี้ได้หรือไม่ขึ้นรถคันนั้นน่ะมันอันตราย"
"ไม่ได้ครับยายผมต้องไปรับคนป่วยเวรดึกเหลือแค่ผมกับพยาบาลอีกสามคนเท่านั้นครับ คุณยายไม่ต้องห่วงนะครับไม่มีอะไรหรอกสบายใจได้"
"เฮ้อ! อย่างไรก็ไม่พ้นสินะ เอ้า! นี่ยายให้พกไว้นะลูกมันจะช่วยได้"
นนรับเครื่องรางมาจากคุณยายเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อตรงหน้าอกจากนั้นจึงยกมือไหว้ ยายแกลูบศีรษะให้พรพอดีกับหลานสาวมาจึงลากลับบ้าน เดินจนออกนอกแผนกยายก็ยังมองตามนนจนสุดทางเดิน พี่เวรเปลก็มาเรียกเช่นกันแม้จะสงสัยแต่ก็ต้องทำหน้าที่อยู่ดี ในใจก็ยังอดคิดสิ่งที่คุณยายท่านนั้นเตือนไม่หายจึงพนมมือขึ้นอธิษฐาน
"ขอให้ลูกผ่านพ้นเคราะห์กรรมครั้งนี้ไปด้วยเถิดสาธุ"
เดินทางมาได้สักพักมีรถสิบล้อวิ่งสวนเลนมาด้วยความเร็วเสียงบีบแตรดังสนั่นพอพอกับเสียงชนดังไม่แพ้กัน รถพยาบาลกระเด็นไปข้างหน้าข้ามเลนถนนในสภาพพลิกคว่ำ เวรเปลสองคนกระเด็นออกจากรถไถลไปข้างหน้าเช่นกันบาดเจ็บสาหัสหนึ่งคนอีกคนคอหักตายคาที่ ส่วนนนถูกอัดเข้ากับถังออกซิเจนเสียชีวิตคาที่เช่นกัน
ทันใดนั้นเองแสงสีขาวจากเครื่องรางคุณยายสว่างวาบแค่ชั่วครู่แล้วก็หายไป เสียงคนมาช่วยหามคนเจ็บส่งโรงพยาบาล ส่วนร่างที่อยู่ในซากรถพยาบาลต้องใช้ช่างงัดอยู่เกือบหกชั่วโมงถึงนำร่างคนตายออกมาได้ สภาพศพคล้ายคนนอนหลับเพราะไม่มีอะไรฉีกขาด มีแค่เลือดไหลออกจากปาก จมูก หู เท่านั้น คาดว่าคงโดนกระแทกจนอวัยวะภายในเสียหายทั้งหมด
ปลากับมายได้ยินข่าวของเพื่อนตัวเองจากพี่ๆ ที่มาส่งเวร ปลาถึงกับเป็นลมส่วนมายร้องไห้เสียใจจนเพื่อนๆ ต้องพาไปห้องพักก่อน หลายชั่วโมงกว่าจะหยุดร้องมายยังนั่งเม่อใจลอยไม่สามารถทำงานได้จึงขอลาหยุดห้าวันหัวหน้าก็เข้าใจอนุญาตให้ลาได้
"ยัยปลา! พี่สาว ปลาอยู่ไหนครับ"
"น้องมายปลากลับคอนโดไปแล้วพี่ฝากเอาข้าวไปให้ด้วยนะคงจะเสียใจมาก พวกพี่บอกหัวหน้าให้แล้ว ฝากดูแลด้วย"
"ได้ครับขอบคุณพี่ๆ ทุกคน"
มายยกมือไหว้แล้วรีบไปหาเพื่อนสาวทันที พอไปถึงยืนเคาะประตูอยู่หลายครั้งกว่าคนข้างในจะมาเปิดให้
"นนตายแล้วมาย ฮึก นนไม่อยู่แล้ว ฮือ ฮือ เรายังไม่ได้บอกรักนนเลยเราเสียใจจริงๆ ฮือ เรามันไม่ได้เรื่อง ฮือ ฮือ"
เพื่อนเสียใจอย่างหนักมายได้แต่กอดปลอบใจ
"ร้องไห้ให้พอเพื่อนเอาให้เต็มที่แล้วตั้งสติฟังที่ฉันพูดให้ดี นนรักปลามากแอบรักมานานแต่ไม่กล้าบอกอดทนรอจนปลาเริ่มมีใจให้ ฮึก มันเคยบอกว่าจะสารภาพกับแกหลังสงกรานต์นี้แต่คงไม่มีโอกาสแล้ว ฮือ นนมันไปสบายแล้วหมดทุกข์หมดโศก อีกสองวันแกไปกับฉันที่บ้านเกิดของนนไปขอขมาศพกันนะแกไหวหรือเปล่า"
"ไหว ฮึก ยังไงก็ต้องไหวแต่ตอนนี้จะตายอยู่แล้วขอยานอนหลับได้ไหม ฮือ อยากนอนไม่อยากคิดอะไรแล้วมันเจ็บตรงนี้เจ็บมาก"
ปลาทุบลงที่อกตนเองจนมายต้องจับมือไว้ ดีที่ตนเตรียมอาหารและยามาด้วยอาหารคาดว่าคงไม่กินแต่ยานอนหลับปลานำเข้าปากไปสองเม็ดดื่มน้ำจนหมดแก้วเดินเข้าไปในห้องนอนล้มตัวลงหลับไปเรียบร้อยหลับทั้งน้ำตา
ตอนอยู่มัวแต่เขินอายพอตอนตายได้แต่เสียใจ ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน วันนี้มีความสุขทั้งวันพรุ่งนี้อาจจะทุกข์ทั้งวันก็ได้ใครจะรู้ มายได้แต่นั่งมองเพื่อนสาวอยู่ข้างเตียง
นนรักปลานะคงบอกได้แค่ในความฝันแล้วล่ะ ฮะ ฮะ นนมันขี้ขลาดจนสายเกินไปแต่ก็อยากให้ปลามีชีวิตอยู่ต่อไปในส่วนของเราด้วยอย่าได้เศร้าโศกเพราะนนเลย ชาติหน้ามีจริงขอให้ได้คู่กัน ลาก่อน
ถึงแม้จะหลับแต่ปลาก็ยังฝันเห็นนนมาบอกลาน้ำตาค่อยๆ ไหลรินลงอีกครั้ง
มายเพื่อรักนนลาก่อนเกิดชาติหน้าเรามาเป็นเพื่อนกันอีก ชาตินี้นนทำบุญมาน้อยเรายังไม่ได้เที่ยวกันเลยน่าเสียดายจัง อย่ามัวแต่หลงผู้ชายล่ะรักตัวเองให้มากรู้ไหม ลาก่อนเพื่อนรัก
มายละเมอเรียกชื่อนนเสียงดังสะดุ้งตื่นขึ้นมามองไปรอบๆ ห้องมีแต่ความเงียบสงบหันไปมองเพื่อนสาวเห็นน้ำตาตรงหางตา ตนก็ยกมือกุมหน้าร้องออกมาอีกครั้ง
เช้าวันต่อมาสองสหายขับรถไปยังบ้านเกิดของนนด้วยสภาพอิดโรยจากการร้องไห้แม้จะได้นอนไม่เต็มที่ตาปูดบวม เส้นเลือดฝอยในตาแดก่ำไปหมดแม้จะประคบด้วยความเย็นก็ไม่หาย อาศัยแว่นดำอำพรางเท่านั้น
มายใช้เวลาประมาณแปดชั่วโมงเดินทางมาถึงอุบลบ้านเกิดของนน เดินเข้าไปหาพ่อกับแม่ ปลาสวมกอดแม่อรแน่นร้องไห้สะอึกสะอื้น ส่วนมายยืนมองสองสาวคนหนึ่งเพื่อนตนอีกคนหนึ่งแม่ของเพื่อนไม่มีอะไรจะกล่าวหันไปมองยังโลงศพที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางศาลามีน้องสาวกับน้องชายนั่งร้องไห้เฝ้าอยู่กับพ่อจันทร์ มายจึงเข้าไปนั่งข้างๆ เด็กน้อยสองคนเข้ามากอดเพื่อนของพี่ชายเพราะมายกับปลามาบ่อยจึงสนิทกัน พิธีศพดำเนินไปเรื่อยๆ จนถึงวันเผา
“จากไปด้วยดีเถอะเพื่อนไม่ต้องห่วงกังวลแล้วนะเราจะดูแลปลาเองต่อจากนี้ อีกอย่างจะรักตัวเองให้มากๆ ลาก่อน"
มายวางดอกไม้จันทน์บนฝาโลงตามด้วยปลาไม่มีถ้อยคำออกมาจากปาก แม้ครึ่งคำก็ไม่มี แค่เสียงสะอื้นราวใจจะขาดของสาวสวยคนนี้มายพาเพื่อนมาสงบสติอารมณ์ที่รถส่วนตนไปยืนมองควันไฟที่ลอยสู่ฟากฟ้า
หนึ่งปีผ่านไปจากวันนั้นถึงวันนี้ใครจะเชื่อว่ามายจะกลายมาเป็นผู้ชายเต็มตัวแต่งงานมีเมียชื่อน่านจีบอยู่นานกว่าจะได้มาครอง ส่วนปลายังครองโสดนิสัยเปลี่ยนไปเคยร่าเริงสดใสกลายเป็นนิ่งๆ ทำงานหนักขึ้นไม่ค่อยไปเที่ยวที่ไหนอีก กลับบ้านนนทุกเดือนตลอดหนึ่งปีมานี้คอยเป็นที่ปรึกษาให้เด็กๆ น้องสาวน้องชายทั้งสองของนนแม้พ่อกับแม่จะเกลี้ยกล่อมให้เลิกเป็นแบบนี้ปลาก็จะบอกว่า
"หนูจะใช้ชีวิตที่เหลือในส่วนของนนค่ะ พ่อกับแม่ไม่ต้องกังวลนะคะแบบนี้ปลาก็มีความสุขแล้ว"
แม้จะเป็นแค่ฝันแต่เธอถือว่ามันคือความจริงอันนี้มายก็รับรู้เพราะทั้งคู่ได้พูดคุยกันถึงความฝันในวันนั้นวันที่เสียเพื่อนรักไป
เปลี่ยนแปลงทีละน้อย
นน ชายหนุ่ม 2022 ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ทะลุมิติไปยังยุคจีนโบราณ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดจึงมาเข้าร่างเด็กน้อยวัยสิบขวบ ตื่นขึ้นมานั่งมองรอบๆ ห้องด้วยความสงสัยใคร่รู้ สักพักอาการปวดหัวเกิดขึ้นจนต้องล้มตัวลงนอนความทรงจำของเจ้าของร่างคนเก่าค่อยๆ ไหลเวียนอยู่ในหัวผ่านไปสองเค่อ นนก็ได้สติลืมตาตื่นขึ้นมา
เดิมทีเจ้าของร่างคนนี้ไม่ค่อยแข็งแรงสามวันดีสี่วันไข้จนพ่อกับแม่สั่งไม่ให้ออกไปนอกบ้านเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้ เงินที่หามาก็นำไปซื้อยามารักษาตนจนหมดเลยทำให้ฐานะที่เป็นอยู่ลำบาก
บิดาชื่อหยางกว่างอายุ 28 ปี มารดาชื่อหยางอี้หนิงอายุ 26 ปี ส่วนร่างนี้ชื่อหยางหลงวัย10ขวบ มีน้องสาวหนึ่งคนชื่อหยางหงส์วัย 4 ขวบกำลังซน
ครอบครัวนี้มีอาชีพทำนา หาของป่าล่าสัตว์ไปขายในบางครั้ง มีที่นาสิบหมู่เอาไว้ทำมาหากินบ้านหลังเล็กทำด้วยดินเหนียวทั้งบ้าน มีห้องทั้งหมดสี่ห้อง ห้องครัวแยกอยู่ด้านนอก หลังคามุงด้วยหญ้าคา รั้วบ้านทำด้วยไม้ไผ่ล้อมไว้ทั้งหมด ด้านหลังมีธารน้ำไหลผ่าน ส่วนอีกฝั่งติดชายป่าทมิฬเป็นที่ล่าสัตว์ของชาวบ้าน
ฐานะค่อนข้างยากจนเพราะเงินที่ได้นำไปรักษาบุตรชายนั่นเองอีกอย่างบ้านนี้ปลูกข้าวอย่างเดียวที่ทำเงินได้ มีปลูกผักไว้กินแค่นิดหน่อย พอหมดหน้านาปลูกมันเทศเอาไว้กินเพราะขายไม่ได้ราคาเงินในบ้านมีเก็บไม่ถึงห้าตำลึงด้วยซ้ำ นน นั่งวางแผนถึงอนาคตของคนบ้านนี้ถ้าหากตนมาอยู่ที่แห่งนี้ตลอดไปแล้วล่ะก็ชีวิตของทุกคนจะต้องดีกว่านี้แน่ๆ
"พี่ชายฟื้นแล้วท่านแม่! ท่านแม่! "
เสียงเด็กหญิงตัวน้อยร้องเรียกมารดาด้วยความดีใจ พี่ชายหลับไปสองวันเด็กน้อยคอยนั่งเฝ้าข้างเตียงรอวันพี่ชายมาเล่นด้วยกันแม้จะเล่นได้เเค่ในห้องนางก็ดีใจ พี่ชายใจดีเสมอมักจะชวนนางเล่นใบ้คำอยู่ในบ้านเพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงท่านแม่เคยบอกไว้ เสี่ยวหงส์ตัวน้อยจึงคอยวนเวียนอยู่ใกล้ๆ เสมอ แต่คราวนี้พี่ชายนอนนานเกินไปนางจึงเป็นกังวล ท่านแม่บอกว่าพี่อาการไม่ค่อยดี
"หลงเอ๋อร์ฟื้นแล้วหรือลูก ดีจริง หงส์เอ๋อร์เด็กดีไปกินข้าวได้แล้วกระมัง น้องรอเจ้าฟื้นวันนี้เลยยังไม่ยอมกินอะไร"
"ลำบากท่านแม่แล้วลูกช่างอกตัญญูยิ่งนักน้องสาวกินข้าวพร้อมพี่ชายดีไหม ตอนนี้พี่หิวมากกินไก่ได้ทั้งตัวเลยนะ รบกวนท่านแม่แล้วขอรับ"
"ท่านแม่กินพร้อมพี่ชายนะเจ้าคะ"
"จ้าเดี๋ยวแม่ไปทำอาหารมาให้ ดีที่เมื่อวานพ่อเจ้าวางกับดักได้ไก่ป่ามาสามตัวนำไปขายเหลือไว้หนึ่งตัวพอดี"
หยางหลงมองดูน้องสาวตัวน้อยหน้าตาน่ารักแก้มบุ๋มทั้งสองข้าง รูปร่างผอมไปตามวัยแล้วควรจะอวบอ้วนกว่านี้สักหน่อย พาลคิดถึงน้องชายน้องสาวป่านนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง คิดนานไปเด็กน้อยเรียกสองสามรอบพี่ชายก็ไม่ตอบจึงจับที่แขนออกแรงดึงสองสามที
"พี่ชายเดินไหวไหมไปเล่นกันข้างนอกแดดไม่เเรงนะเล่นได้"
หยางหลงยกมือลูบศีรษะเจ้าตัวเล็กลุกขึ้นจากเตียงเซนิดหน่อย ร่างนี้ช่างบอบบางเสียจริงแรงฆ่าไก่ก็ยังไม่มี ค่อยเป็นค่อยไปก็แล้วกันสองพี่น้องเดินออกมานอกบ้าน เสียงเด็กหญิงคุยจ้อเรื่องนั้นเรื่องนี้คนพี่ได้แต่ยิ้มเดินตามน้องสาวไปด้านหลังบ้าน เห็นท่านแม่กำลังเชือดไก่พอดี
"เหนื่อยก็นั่งพักนะลูกอย่าตามใจนางมากนัก หงส์เอ๋อร์ไปเก็บผักมาให้แม่หน่อยเอามาสักกำมือนะตรงแปลงที่เราเก็บเมื่อวานนะจ๊ะ"
"เจ้าค่ะท่านแม่พี่ชายไปกัน"
เดินตามน้องสาวมาจนถึงแปลงผักเล่นเอาเหงื่อซึมเหมือนกันส่วนเจ้าตัวเล็กเหงื่อไหลตามกรอบหน้า ตนจึงหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับให้ นางยิ้มหวานส่งให้พี่ชายลงมือเด็ดผักตรงหน้าตามที่ท่านแม่บอก
"ผักบ้านเราทำไมมันต้นเล็กจังแถมต้นก็แคระแกนอีกน้องเล็กเจ้าบอกพี่ชายได้หรือไม่ว่าปลูกเช่นไร"
"ข้าจำได้ท่านพ่อขุดดินตากไว้สามวันแล้วนำน้ำมารดเขี่ยดินแบบนี้จนมันเท่ากันแล้วว่านเมล็ดผักลงไปรดน้ำอีกรอบรอมันโต เสร็จแล้วพี่ชายข้าฝากหน่อยจะไปล้างมือตรงนั้นเจ้าค่ะ"
"ไปด้วยกันเดี๋ยวตกน้ำเอาได้"
ปลูกแบบไม่ใส่ปุ๋ยสินะนนคิดว่าที่นี่น่าจะมีมูลสัตว์อยู่บ้างล่ะมั้ง เย็นนี้ค่อยถามท่านแม่ดู ถ้าไม่มีคงต้องทำปุ๋ยหมักขึ้นมาเองไม่งั้นผักไม่พอกินแน่ๆ ดีนะที่ช่วงนี้อากาศค่อนข้างร้อนไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนจะเข้าหน้าหนาว
เด็กน้อยเดินต้อยๆ นำหน้าพี่ชายไปถึงลำธารดีที่มันค่อนข้างตื้นจึงไม่น่าเป็นห่วง หยางหลง ลงไปช่วยเด็กน้อยล้างมือล้างเท้าจนสะอาด สายตามองดูในธารน้ำเห็นผักบุ้งน้ำขึ้นเยอะเลยชวนน้องสาวไปเก็บมาสองสามกำเด็กน้อยทำตามที่พี่ชายบอกแม้จะสงสัยว่าพี่ชายเก็บไปทำไมก็ตาม มองเลยขึ้นไปบนฝั่งเห็นกอตะไคร้กับใบเตยขึ้นเต็มไปหมด ดีจริงธรรมชาติสมบูรณ์มากจึงเก็บไปด้วย
"พี่ชายมันกินได้เหรอข้าไม่เคยกินเลยนะเจ้าคะอร่อยไหม"
"กินได้แต่มันเป็นเหมือนเครื่องปรุงนะไว้พี่จะทำให้กินเสียดายไม่มีมะนาว"
"มะนาวคือสิ่งใดหรือเจ้าคะ?"
"ลูกสีเขียวพอแก่หน่อยสีเหลืองรสเปรี้ยวมาก หงส์เอ๋อร์เคยเห็นไหม"
"ขอคิดดูก่อน นึกออกแล้วมีอยู่ตรงนั้นพี่ชายไปดูกัน"
เดินเรียบริมน้ำไปสิบเก้าเจอต้นมะนาวจริงๆ หยางหลงดีใจจับเด็กน้อยยกขึ้นหมุนรอบๆ ตัว เด็กหญิงตัวน้อยตกใจในคราแรกแต่พอหายตกใจแล้วขอให้พี่ชายเล่นอีกหลายรอบจนคนพี่เหนื่อยหอบจึงยอมหยุด นางชอบพี่ชายที่สุด สองพี่น้องเดินกลับมาหามารดาที่กำลังตุ๋นไก่อยู่ในครัว ชายหนุ่มเห็นเครื่องในไก่ในชามขณะเอาผักไปวางไว้ให้มารดา
"ท่านแม่พวกนี้ท่านเอาไว้ทำไมเหรอขอรับ"
"แม่จะเอาไปทิ้งน่ะมันกินไม่ได้กลิ่นแรงเกินไป เจ้าเก็บผักอะไรมาเหรอแม่เคยเห็นแต่ไม่มีใครเก็บมากินนะลูก"
"ท่านแม่พี่ชายบอกว่ากินได้เจ้าค่ะอร่อยด้วยหงส์เอ๋อร์เชื่อพี่ชาย"
"ดีมากน้องพี่ ท่านแม่ขอรับลูกขอเครื่องในชามนี้เดี๋ยวลูกจะทำอาหารจากสิ่งนี้ให้ท่านได้ลองกินดูนะขอรับ หากกินไม่ได้ค่อยทิ้งดีไหม ผักที่ลูกเก็บมากินได้จริงๆ นะ"
ไม่รู้จะบอกเป็นภาษาจีนอย่างไรเพราะตนก็ไม่รู้คนไทยทำไมไม่ทะลุไปในยุคโบราณของไทยดันมายุคจีนโบราณก็จะลำบากกันหน่อย
"ได้สิจ๊ะถ้าอย่างนั้นตรงนี้แม่ฝากเจ้าด้วยนะเดี๋ยวแม่จะไปให้อาหารไก่เสียหน่อย หงส์เอ๋อร์ไปกับแม่ไหมลูก"
"ไม่เจ้าค่ะลูกจะช่วยพี่ชาย"
"เจ้าตัวน้อยช่วยยุ่งล่ะสิไม่ว่า ติดพี่ชายไปถึงไหนเอาเถอะอย่าให้ตัวเองบาดเจ็บนะแม่ไปล่ะ"
ท่านแม่เดินออกไปเล้าไก่ หยางหลงน้ำเครื่องในไก่ไปล้างโดยรีดไส้ไก่ออกจนแบนคราแรกว่าจะกลับด้านแต่มันเล็กเกินไปจึงแค่รีดเท่านั้นทำอยู่สองสามรอบ ผ่าเอาของเสียในไตไก่ออกจนหมด ล้าง ตับ หัวใจ จนสะอาดหั่นมะนาวบีบราดจนทั่วขยำสองสามที ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
หั่นตะไคร้กับใบเตยโรยด้วยเกลือแค่หยิบมือจนทั่วคลุกให้เข้ากันถ้ามีพริกไทยคงหอมไม่น้อย แล้วนำขึ้นย่างไฟ หยางหงส์มองดูพี่ชายปิดจมูกตอนล้างขี้ไก่เพราะทนกลิ่นไม่ไหวแต่ไม่ยอมไปไหน พอพี่ชายหมักเครื่องในไก่นางจึงเอามือออก ถึงขั้นตอนย่างกลิ่นหอมหวนไปทั้งครัวโชยไปถึงนอกบ้าน ทีนี้เด็กน้อยลอบกลืนน้ำลายจนคนพี่สงสารพอไส้สุกแล้วจึงยื่นให้น้องน้อยได้ชิม
"ระวังร้อนเป่าก่อนนำเข้าปากนะเจ้าตัวตะกละของพี่ หึหึ"
"อา อร่อยมากพี่ชายขออีกได้ไหมเจ้าคะ"
หยางหลงจึงหยิบให้อีกสองชิ้น หันไปจัดการกับผักบุ้งอีกสองกำ ทำอะไรดีนะทีนี้ผัดแล้วกัน พอย่างเครื่องในเสร็จ จึงนำผักบุ้งไปล้างหั่นเรียบร้อย ตั้งกระทะทุบกระเทียมสองสามกลีบนำผักบุ้งลงไป โรยเกลือกับน้ำตาลเล็กน้อยผัดจนผักเริ่มนิ่มตักออกใส่จาน กลิ่นหอมตลบอบอวล ลองสังเกตดูในครัวค้นพบเครื่องปรุงแค่สองอย่างคือน้ำตาลครึ่งไห เกลือครึ่งไหเช่นกัน ดีนะที่มีกระเทียมกับน้ำมัน
"พี่ชายเก่งที่สุด หอมจังข้าไปเรียกท่านแม่มาทานข้าวนะเจ้าคะ"
"ได้เดี๋ยวพี่ยกไปที่โต๊ะรอแล้วกันท่านพ่อน่าจะกำลังมาจะได้กินพร้อมกัน อ้าว! วิ่งเร็วเสียจริงหวังว่าท่านจะไม่สงสัยในตัวข้านะขอรับท่านแม่เพราะข้าก็ไม่รู้จะบอกอย่างไร"
ดีที่เจ้าของร่างคนเดิมเป็นคนคอยทำอาหารให้ทุกคนเพราะไม่ได้ออกไปใช้แรงงานตนจึงขอทำงานบ้านท่านแม่จึงยอม หงส์เอ๋อร์วิ่งออกจากครัวไปหามารดาตอนนี้ถอนหญ้าอยู่ที่แปลงผัก เจอเข้ากับบิดาตนที่กำลังหิ้วของอะไรมาเยอะแยะเรียกความสนใจจากเด็กน้อยได้มากกว่าจึงเลี้ยวไปหาบิดาแทน
"ท่านพ่อมาแล้วท่านพ่อพี่ชายฟื้นแล้วทำอาหารอร่อยมาก มีขนมมาให้ลูกไหมเจ้าคะ"
นั่นไง จุดประสงค์ของนางอย่างแท้จริงสินะหยางกว่างเดินเอาของเข้าไปเก็บที่โต๊ะ เอื้อมมือไปอุ้มบุตรสาวตัวน้อยฟัดแก้มจนพอใจ
"พ่อซื้อมาฝากหงส์เอ๋อร์อยู่แล้วแต่ว่าลูกเป็นเด็กดีหรือไม่ว่าอย่างไรลูกรัก"
"คิกคิก ลูกเป็นเด็กดีแน่นอนไหนท่านพ่อ อุ้ย! ลืมพี่ชายบอกให้ไปตามท่านแม่มาทานข้าวได้แล้ว ท่านพ่อปล่อยก่อนเจ้าค่ะ"
"ไม่ต้องแล้วน้องเล็ก คารวะท่านพ่อขอรับ"
"ฟื้นแล้วเหรอเจ้าเป็นอย่างไรบ้างหลงเอ๋อร์พ่อซื้อยามาด้วย"
"ลูกดีขึ้นมากแล้วท่านพ่อลูกมีเรื่องจะคุยด้วยขอรับ แต่หลังจากทานข้าวกันเสร็จ"
ลงมือทำ
"อาหารอันนี้พี่ชายทำ อันนี้พี่ชายก็ทำ ส่วนไก่ตุ๋นท่านแม่ทำอร่อยมาก ท้องจะแตกแล้วท่านแม่เจ้าขา"
เสียงหัวเราะของครอบครัวหยางช่างมีความสุขเสียนี่กระไร เด็กหญิงตัวน้อยนอนแผ่หลาให้ท่านแม่ช่วยลูบท้องเผื่อคลายความอึดอัดผ่านไปแค่สองเค่อก็หลับเป็นที่เรียบร้อย ท่านพ่อจึงอุ้มไปนอนในห้อง
"มีเรื่องอะไรจะพูดเหรอหลงเอ๋อร์"
"คืออย่างนี้ท่านพ่อผักที่บ้านเราปลูกมันต้นเล็กและไม่ค่อยแข็งแรง เก็บได้อีกไม่เกินสามวันข้าว่ามันก็คงจะหมดแล้ว จริงไหมท่านแม่ ข้าทราบว่าท่านพ่อปลูกแบบว่านเมล็ดเท่านั้นไม่มีการใส่ปุ๋ยในดินก็คือ การให้อาหารแก่ดินท่านเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"
"พ่อเข้าใจ แล้วปุ๋ยหรืออาหารที่ว่านั้นเราต้องซื้อหามาจากที่ใดและมันคืออะไรมันจะทำให้พืชผักของเรางอกงามใช่ไหม พ่อไม่มีเวลาเท่าไหร่ปลายเดือนนี้จะเข้าฤดูลงนาแล้วนะลูก"
"ท่านแม่พอจะรู้จักคนที่เลี้ยงเป็ดหรือไก่จำนวนเยอะๆ เลี้ยงเพื่อนำไข่ไปขาย แล้วไม่ต้องการมูลของมัน เราพอจะขอซื้อได้หรือไม่ขอรับถ้าเป็นมูลวัวหรือควายยิ่งดีใหญ่ "
"ผู้ใหญ่บ้านมีวัวอยู่แม่จะไปถามให้ ส่วนมูลไก่กับเป็ด บ้านลุงไห่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้านโน่นมีเยอะเลยล่ะ แม่เคยไปรับจ้างเก็บไข่ที่บ้านแกอยู่ เห็นแกนำไปทิ้งนะ"
"ข้าอยากได้เยอะๆ เลยท่านพ่อนำพวกมูลเหล่านี้ไปเทลงที่นาของเราด้วยยิ่งดี เพราะข้าวก็ต้องการอาหารเช่นกัน "
"เจ้ารู้ได้อย่างไรหลงเอ๋อร์สิ่งที่ลูกพูดมาไม่มีใครเคยทำเลยนะ"
"ไม่เคยทำใช่ว่าจะทำไม่ได้ คืออย่างนี้ตอนที่ข้าหลับไปนั้นข้าฝันเห็นที่แห่งหนึ่งชาวบ้านทำนาเหมือนเรา ข้าเดินเข้าไปดูพวกเค้าเห็นวิธีปลูกข้าว ปลูกผัก ปลูกผลไม้ ต่างงอกงามให้ผลผลิตดีมาก เห็นการนำสิ่งต่างๆ มาประกอบอาหาร มันเหมือนคนละโลกกับเรา แต่ก็ยังต้องกินต้องใช้เหมือนกัน ข้าจำได้แค่บางอย่างจึงอยากจะนำมาใช้ในบ้าน ลองดูก็ไม่เสียหาย พวกท่านจะเชื่อข้าหรือไม่ขอรับ"
"นั่นสินะลองดูก็ไม่เสียหายตกลงพรุ่งนี้พ่อจะนำเกวียนไปเก็บมูลวัวที่บ้านผู้ใหญ่หวงแล้วกัน"
"ข้าไปด้วยนะขอรับท่านพ่อ แม้ข้ายังไม่แข็งแรงแต่งานแค่นี้ย่อมทำได้ ช่วยกันหลายคนจะได้เร็วขึ้น"
"เจ้าแน่ใจนะลูกหากเจ้าหลับไปอีกคราวนี้แม่จะทำอย่างไร"
"ท่านแม่มั่นใจได้ลูกจะรักษาตัวให้ดีไม่ทำให้ท่านต้องเป็นกังวลอีกแล้ว"
สองสามีภรรยาเห็นดีเห็นงามกับบุตรชายพอตกลงกันเรียบร้อยจึงเข้าไปพักผ่อนในห้องหยางหลงแวะไปดูน้องสาวตัวน้อยก่อนเข้านอน ไก่ขันยามเช้าปลุกทุกชีวิตที่หลับไหลให้ลุกขึ้นมารับอรุณ หยางหลงตื่นมาล้างหน้าล้างตาแปรงฟันด้วยเกลือใช้กิ่งไม้ทุบจนแตกหัวมันจะบานออกนำไปแตะเกลือเล็กน้อยขัดถูฟันแม้จะรู้สึกไม่ค่อยสะอาดแต่ก็ยังดีล่ะนะ ถ้าพอมีทุนขึ้นมาเมื่อไหร่ตนจะลองทำยาสีฟันมาให้ทุกคนได้ใช้ในบ้านคอยดู
"ท่านพ่อไปกันเลยไหม"
"ได้พ่อจะพาเจ้าไปยืมเกวียนที่บ้านป้าหลินก่อนเพราะบ้านเรามีแค่เกวียนเดียว ไปกันเถอะ น้องหญิงข้ากับลูกไปก่อนนะ"
"เจ้าค่ะท่านพี่ดูแลหลงเอ๋อร์ด้วยนะ"
สองพ่อลูกลากเกวียนไปถึงบ้านป้าหลิน พอดีท่านลุงกวนสามีของนางเดินมาจึงเอ่ยปากขอยืมเกวียน
"เอาไปเถอะข้ายังไม่ได้ใช้อะไรตอนนี้หรอก นี่อาหลงเหรอหายแล้วสินะมาช่วยพ่อเจ้าได้แล้ว ดีดี"
"ขอรับท่านลุงข้าดีขึ้นมากแล้วขอบคุณนะ ใช้เสร็จเดี๋ยวข้านำมาคืน"
ถึงบ้านผู้ใหญ่หวง หยางกว่างเข้าไปพูดคุยสักพักแกก็บอกให้ไปเข็นได้เลยเอาไว้ก็ไม่มีประโยชน์เหม็นอีกต่างหาก แกรำคาญภรรยาบ่นอยู่เหมือนกัน
"โอ้โห! เยอะมากเลยลุงหวงข้าขอทั้งหมดได้ไหมขอรับ"
"ได้สิว่าแต่เจ้าคือเสี่ยวหลง? เสี่ยวหลงจริงๆ ด้วยหายเเล้วหรือ หมดเคราะห์หมดโศกเสียทีนะอาหยาง ว่าแต่พวกเจ้าเอามูลวัวไปทำไมเยอะแยะ"
"คือข้าอยากเอาไปใส่ในนาข้าวลองดูขอรับเผื่อข้าวจะงามขึ้นมาบ้างไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือเปล่า"
"เออลองดูแล้วกันข้าก็ไม่เคยเห็นใครเอาไปใส่นะไปเถอะเดี๋ยวแดดร้อน"
"ขอบคุณท่านลุงเอาไว้ถ้าได้ผลดีข้าจะบอกนะขอรับ"
สองพ่อลูกช่วยกันขนมูลวัวจนสายจึงกลับไปกินข้าวแล้วขนกันต่อ เด็กหญิงขอตามไปด้วยแต่ถูกท่านแม่ห้ามไว้ คราแรกนางไม่ยอมท่านแม่เลยบอกว่าจะพาไปจับปลาที่ลำธารเด็กน้อยจึงยอมตกลง
"เหนื่อยชะมัดเที่ยวสุดท้ายแล้ว"
"ไม่ไหวก็ไปพักนะลูกที่เหลือเดี๋ยวพ่อทำเองเจ้าเพิ่งฟื้นร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่อย่าหักโหมนัก"
"ไหวขอรับ"
ชาวบ้านเดินผ่านต่างสงสัยเอ่ยถามได้คำตอบเหมือนกันเลยเลิกสนใจ จนพลบค่ำขนมูลวัวเสร็จยังไม่ได้ขนมูลเป็ดกับไก่เลย คงไม่ต้องแล้วแค่นี้ก็เพียงพอ
"หิวจังเลยน้องเล็กมีอะไรให้พี่กินบ้าง"
"เยอะเลยเจ้าค่ะพี่ชายมีน้ำแกงปลาผัดผักบุ้งไข่ต้ม ท่านแม่ทำอร่อยทั้งหมดน้องชิมแล้ว"
"ช่างพูดเสียจริงมาทานข้าวกันท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างมีเยอะไหมเจ้าคะ"
"เพียงพอเลยล่ะน้องหญิงพรุ่งนี้ต้องไปเกลี่ยให้มันแตกออก ต้องใช้เวลาทั้งวันหรืออาจสักสามสี่วันกระมัง"
"ท่านพ่อทิ้งไว้ก่อนรอฝนมาค่อยเกลี่ยก็ทันถ้าเราทำตอนนี้แดดกับลมจะพัดพวกมันปลิวได้นะขอรับ"
"จริงด้วยงั้นทำแปลงผักใหม่ดีกว่าใช้เวลาไม่นาน เมื่อวันก่อนที่พ่อเข้าเมืองไปขายสัตว์ที่ล่ามา เลยซื้อพวกเมล็ดผักต่างๆ มาอย่างละนิดอย่างละหน่อย เรานำมันลงดินพรุ่งนี้ก็แล้วกัน"
"กินข้าวเสร็จข้าขอดูหน่อยนะเพราะบางอย่างเราต้องแช่น้ำข้ามคืนมันจะงอกได้ดี"
"ได้ กินข้าวให้ทันหงส์เอ๋อร์นะดูสิเคี้ยวจนแก้มป่องแล้ว"
ทุกคนได้แต่ขำเด็กหญิงตัวน้อยของบ้าน หยางหลงเดินไปดูเมล็ดผักกับบิดาหลังกินข้าวส่วนมารดาพาน้องน้อยเข้านอน มีเมล็ดที่ต้องแช่สี่ห้าอย่างพอเรียบร้อยแล้วต่างแยกย้ายพักผ่อนเอาแรง
ผ่านไปอีกวัน ต่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าไม่น้อยเมื่อหัวถึงหมอนหลับไปแทบจะทันที เช้าตรู่สองพ่อลูกช่วยกันขุดดินเตรียมแปลงเพาะปลูกรวมทั้งหมดห้าแปลง
"หลงเอ๋อร์เจ้านำมูลวัวส่งมาให้พ่อหน่อยตรงนี้ยังไม่ได้ใส่เลยมันยังไม่ทั่ว"
"ท่านพ่อเดี๋ยวข้าจะไปตักน้ำมาไว้รดนะท่านลงแค่บางๆ ก็พอถ้าเยอะไปก็ไม่ดีขอรับ"
"พ่อรู้แล้วเจ้าไปเถอะ"
หยางหลงเดินหิ้วถังน้ำใส่เกวียนนำไปด้วยขากลับจะเข็นมาให้ได้เยอะๆ พอมาถึงลำธารตักน้ำจนเต็มทุกถังแล้วจึงนั่งพักเหนื่อย มองนั่นมองนี่ ความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้น
"ทำไมเราไม่ทำรางน้ำต่อเข้าไปใช้ที่บ้านซะเลยไม่ต้องเสียเวลามาตักแต่ละวันใช้ไม่ไผ่ทำก็ได้นี่นาแต่ถ้าขุดบ่อต้องใช้ทั้งแรงทั้งพื้นที่ตอนนี้เรายังไม่ค่อยแข็งแรงพับเก็บเอาไว้ก่อน" คิดได้ดังนั้นจึงเข็นเกวียนกลับไป เล่าให้ผู้เป็นพ่อฟัง พ่อกับแม่เห็นดีด้วยเช่นเคย
"กินข้าวกันเสร็จเราค่อยขึ้นไปตัดต้นไผ่กันเสี่ยวหงส์ไปด้วยกันไหมลูก"
"ข้าไปได้หรือเจ้าคะ ไป ไป ข้าไปด้วยพี่ชายให้น้องไปด้วยนะเจ้าคะ"
"ลูกจ๋าทิ้งแม่ให้อยู่บ้านคนเดียวไม่สงสารแม่หรือไร"
"ท่านแม่ พี่ชายทำอย่างไรดี"
"แม่ล้อเจ้าเล่นไปเถอะแม่จะรออยู่บ้านนะจ๊ะลูกรัก อย่าซนให้มากนักล่ะ"
"ข้าจะดูแลน้องเองขอรับท่านแม่"
หยางหลงเข็นเกวียนให้น้องน้อยนั่งท่านแม่นำตะกร้าใบเล็กกับเสียมอันน้อยใส่ไว้ในตะกร้าให้นางด้วยดูน่าเอ็นดูไม่น้อย เดินผ่านชาวบ้านต่างทักทายกันมีแต่คนหยอกเย้าเด็กหญิงนั่งเกวียนเจ้าตัวเล็กอารมณ์ดียิ้มแย้มทักทายลุงป้าน้าอาตามทาง
ถึงป่าไผ่สีเขียวอึมครึมไปหมด ป่าไผ่ในจีนมักจะมีต้นเดียวขึ้นตรงไม่เป็นกอเหมือนไผ่ไทยจึงง่ายต่อการตัดอีกทั้งลำต้นใหญ่แข็งแรงมากด้วย ป่าไผ่แห่งนี้เป็นของสาธารณะสามารถมาตัดได้ทุกเมื่อไม่เสียเงินสักแดง
"ถึงแล้วเจ้าสองคนไปเดินดูทั่วๆ ก็ได้พ่อตัดเสร็จจะเรียกมาขนย้ายกันว่าแต่เอากี่ลำ"
"ใช้ทั้งหมดห้าลำน่าจะพอท่านพ่อตัดเผื่อสักแปดลำก็ได้ เอาไปเยอะขนย้ายลำบากขอรับ น้องเล็กไปหาหน่อไม้กันเถอะ"
"เจ้าค่ะ"
สองพี่น้องเดินลัดเลาะขุดหน่อไม้ใส่ตะกร้าของหยางหลงสี่ห้าหน่อ หนักไม่น้อยจึงเดินกลับมาหาท่านพ่อ ระหว่างทางเห็นเห็ดโคนขึ้นเยอะเพราะเห็ดชนิดนี้มักขึ้นเป็นหมู่หรือกลุ่มเก็บทีเต็มตะกร้า
"น้องเล็กเราเจอของอร่อยแล้วมานี่มาพี่จะสอนวิธีเก็บ"
"มันกินได้อร่อยด้วยจริงหรือพี่ชายน้องต้องทำยังไงเจ้าคะ"
หยางหลงนำเสียมมางัดดินดันขึ้นเป็นก้อนแล้วค่อยๆ ดึงเห็ดทีละดอกให้น้องสาวดู หยางหงส์ตื่นเต้นดึงดอกแรกหักเด็กหญิงหน้าเสียคนพี่รีบปลอบบอกให้ลองใหม่ คราวนี้นางทำได้สนุกเลย ใช้เวลาเก็บสองเค่อก็หมดแล้วมองไปยังพุ่มไม้เห็นเถาหญ้านางจึงไปดึงแล้วม้วนเป็นก้อนมาซุกไว้ในตะกร้าตนด้วย
"เสร็จแล้วมาช่วยพ่อหน่อยเร็วเข้าเด็กๆ "
"ขอรับ/เจ้าค่ะ"
"นั่นอะไรเหรอลูก เห็ดโคนนี่นาเยอะเสียด้วยนำไปขายได้ราคาดีมากลูกเจอพวกมันตรงไหนพาพ่อไปดูหน่อย"
"ตรงนี้เจ้าค่ะพี่ชายพาข้ามาเก็บตรงนี้แต่ที่อยู่ในตะกร้าของลูกเราจะกินมันนะท่านพ่อไม่ขาย"
"ได้ได้ไม่ขายก็ไม่ขาย ตรงนี้มีอีกมาช่วยกันเก็บอีกครั้งขึ้นเยอะเหมือนกัน"
"ท่านพ่อจะเอาเห็ดเหล่านี้ไปขายเหรอข้าว่าเราตากแห้งไว้กินหน้าหนาวน่าจะดีกว่านะขอรับเพราะเลยช่วงนี้เห็ดก็ไม่มีแล้วจะกินแต่ละครั้งหาไม่ได้เลย"
"แล้วเราจะนำเงินมาจากไหนไปซื้อข้าวหากว่าเราไม่ขายของป่าล่ะลูกลำพังแค่ล่าสัตว์ไม่พอหรอกนะ"
"จริงด้วยข้าลืมคิดถึงข้อนี้ต้องหาเงินเพิ่มสินะ ตกลงนำไปขายส่วนหนึ่งอีกส่วนนำไปกินท่านว่าดีไหมขอรับ"
"ดีที่สุดเจ้าค่ะ"