โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทนายเจมส์” เคลียร์ชัด “ยืมเงินขั้นต่ำ 2,000 บาทแต่ไม่คืน” สามารถฟ้องร้องได้

อีจัน

อัพเดต 13 มี.ค. 2568 เวลา 15.21 น. • เผยแพร่ 13 มี.ค. 2568 เวลา 08.02 น. • อีจัน

จากปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของสังคมไทย ในเรื่องของ “การยืมเงิน” ไม่ว่าจะเป็นการยืมเงินจากญาติสนิทมิตรสหาย หรือแม้แต่เพื่อนสนิท ซึ่งอาจนำมาสู่เหตุการณ์การยืมเงินและไม่คืน จึงเกิดการคำถามที่ว่าหากเกิดกรณีดังกล่าวสามารถแจ้งความดำเนินคดี หรือฟ้องร้องได้หรือไม่?

วันนี้ (13 มี.ค. 68) “อีจัน” ได้มีโอกาสสอบถามไปยัง “ทนายเจมส์” นิติธร แก้วโต ในเรื่องของข้อกฏหมายถึงประเด็นดังกล่าว

โดยทนายเจมส์ กล่าวว่า กรณีที่ยืมเงินแต่ไม่คืน ไม่สามารถแจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ เพราะเป็นการทำผิดสัญญากู้ยืม ซึ่งเป็นคดีแพ่งที่ตำรวจไม่มีอำนาจหน้าที่ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถลงบันทึกประจำวัน เพื่อให้ผู้ร้องทุกข์นำไปเป็นหลักฐานในการดำเนินคดีทางแพ่ง

ขณะที่กรณีการกู้ยืมเงินที่น้อยกว่า 2,000 บาท ทนายเจมส์กล่าวว่าถึงแม้จะไม่มีหลักฐานการกู้ยืมต่อกัน หรือเป็นการตกลงด้วยวาจา แต่หากกระทำผิดเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ผู้ให้กู้ก็สามารถดำเนินการฟ้องศาลได้ตามกฎหมาย

ภาพประกอบ

และกรณีที่มีการกู้ยืมเงินตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป ทนายเจมส์กล่าวว่า ผู้ให้กู้สามารถนำเรื่องฟ้องศาลเพื่อเรียกเงินคืนจากลูกหนี้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง “การกู้ยืมเงิน 2,000 บาทขึ้นไป จะต้องมีสัญญาการกู้ยืมจึงจะสามารถฟ้องศาลได้” ซึ่งจำเป็นต้องมีหลักฐานลายลักษณ์อักษร อาทิ หนังสือสัญญากู้ยืมที่ระบุรายละเอียดการกู้ยืมอย่างชัดเจน ระหว่างผู้ให้กู้และผู้กู้ หรือการนำจดหมายบันทึกประจำวันมาประกอบข้อมูล

ส่วนกรณีที่ไม่มีสัญญาการกู้ยืมเงิน ไม่ว่าจะยืมด้วยมูลค่าเท่าไหร่ก็ตาม ผู้ให้กู้สามารถใช้หลักฐานทางข้อความผ่านแอปฯ ในโทรศัพท์ ที่มีหลักฐานชัดเจนว่าใครเป็นผู้ขอยืม , จำนวนเงิน , หลักฐานการโอนเงิน (สลิป) และกำหนดการคืนเงินอย่างชัดเจน นำไปฟ้องต่อศาลได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544

สำหรับการยื่นฟ้องศาล กรณียืมเงินแต่ไม่คืนเพื่อเรียกเงินคืนตามสัญญาจะมีอายุความ 10 ปี นับแต่วันที่ถึงกำหนดชำระเงินกู้ยืมคืน แต่หากมีการตกลงกำหนดชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเป็นงวด ๆ จะมีอายุความ 5 ปี

ทั้งนี้ กระบวนการฟ้องศาล (กรณีไม่ว่าจ้างทนายความ) เจ้าหนี้ต้องรวบรวมหลักฐาน และดำเนินการติดต่อศูนย์ไกล่เกลี่ยหรือศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งอาจมีการเจรจาประนอมหนี้ อาทิ การเจรจาขอผ่อนชำระหนี้ ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหนี้ว่าจะยอมรับหรือไม่

ขอบคุณข้อมูล : ทนายเจมส์ นิติธร แก้วโต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...