โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ญี่ปุ่นผจญจุดสูงสุดของฤดูหนาว

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 20 ก.พ. 2568 เวลา 01.03 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

โตเกียว 20 ก.พ. – ญี่ปุ่นถึงจุดสูงสุดของฤดูหนาวปีนี้ในวันพุธ ก่อนที่อุณหภูมิจะสูงขึ้นในสัปดาห์หน้า ประกอบกับมีมวลอากาศเย็นระลอกใหม่เข้ามาทำให้แทบทั้งประเทศขาวโพลนด้วยหิมะ

จังหวัดนีงาตะ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหน้าด่านรับมวลอากาศเย็นจากภาคพื้นทวีป มีหิมะตกหนักราว 70 เซ็นติเมตรในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ทับถมหิมะที่มีอยู่เดิมซี่งบางจุดนั้นสะสมมาแล้วถึง 3 เมตร โดยเฉพาะทีเมืองมินามิ อูโอนูมะ ที่อยู่บริเวณชายฝั่งทะเลญี่ปุ่น

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น รายงานว่า นอกจากชายฝั่งทางตะวันตกแล้ว พื้นที่ตอนกลางของเกาะฮอนชู เกาะหลักของประเทศ รวมถึงเกาะฮอกไกโดทางเหนือก็เผชิญความกดอากาศสูง ควบคู่กับมวลอากาศเย็นกำลังแรง ทำให้มีหิมะตกหนัก จึงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการสัญจร ไฟฟ้าดับ ต้นไม้หักโค่น และ หิมะถล่ม

ที่เมืองซัปโปโร บนเกาะฮอกไกโด วันนี้ตรวจวัดหิมะได้ถึง 33 เซ็นติเมตร ในช่วงเวลาเพียง 6 ชั่วโมง ปริมาณหิมะตกลดหลั่นกันไปจากเหนือลงใต้ แต่วันนี้แม้แต่จังหวัดฮิโรชิมาซึ่งอยู่ทางใต้ของเกาะฮอนชูก็มีหิมะตกหนา 17 เซ็นติเมตรในบางเมือง ส่วนพื้นที่ทางตะวันออกติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก ที่โดยปกติมีหิมะตกน้อยครั้งมาก ก็ยังเผชิญกับสภาพขาวโพลน แม้แต่ในพื้นที่ลุ่ม ด้านการบริการรถไฟหัวกระสุน ชินกันเซ็นนั้น แม้ยังสามารถให้บริการได้ แต่ต้องลดความเร็วลงในบางช่วง และ การเดินรถต้องล่าช้าไป

จากการพยากรณ์อากาศนั้น สภาพเช่นนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงวันพรุ่งนี้ พื้นที่ที่จะมีหิมะตกมากที่สุดยังคงเป็นแนวชายฝั่งทางตะวันตก ที่จะมีหิมะตกสูงสุด 70 เซ็นติเมตร แต่หากมวลอากาศเย็นมีกำลังแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็อาจทำให้สถานการณ์หนักหน่วงยิ่งขึ้น.-812.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...