โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ช่างแม่ สอนตัดเสื้อ’ เพจแชร์ความรู้และงานของแม่ ที่เติมไฟในใจลูกให้กลับมาอีกครั้ง

มนุษย์ต่างวัย

อัพเดต 20 ก.พ. 2568 เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 19 ก.พ. 2568 เวลา 23.00 น. • มนุษย์ต่างวัย

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วในวันที่คนยังไม่ค่อยรู้จักคอร์สเรียนออนไลน์ และยังไม่ค่อยมีใครอัดคลิปสอนตัดเย็บเสื้อผ้า ลูกสาว 2 คนที่คลุกคลีอยู่ในวงการการทำสื่อ เกิดนึกสนุกและอยากสร้างพื้นที่ให้แม่ได้แบ่งปันวิชา เพราะเสียดายที่จะปล่อยให้ความรู้ในการตัดเย็บของแม่ที่สั่งสมมากว่า 50 ปีในตอนนั้นจะอยู่แค่กับแม่และค่อย ๆ หายไป

นั่นจึงเป็นที่มาของการชวนแม่มาถ่ายคลิปสอนตัดเสื้อลงยูทูป และเป็นจุดเริ่มต้นให้ ‘คุณแม่การณ์สรณ์ อภิชิต’ ได้เริ่มแบ่งปันความรู้และกลับมาเป็นครูสอนตัดเสื้ออีกครั้ง และเกิดช่องทางต่าง ๆ ในการถ่ายทอดความรู้และบันทึกผลงานของแม่มากมาย ทั้งการจัดเวิร์กช็อป การทำหนังสือ การทำเพจ และช่องติ๊กต็อกในปัจจุบัน ในชื่อว่า‘ช่างแม่ สอนตัดเสื้อ’

มนุษย์ต่างวัยคุยกับ ‘หนู’ ภัทรพร อภิชิต วัย 52 ปี และ ‘เล็ก’ ภัทรสิริ อภิชิต วัย 48 ปี ลูกสาวทั้งสองคนผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างพื้นที่ของแม่ที่กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการเติมพลังให้ทั้งคู่อีกครั้งในวันที่ความหมายบางอย่างในชีวิตการทำงานกำลังค่อย ๆ จางหายไป รวมทั้งเปลี่ยนมุมมองบางอย่างที่มีต่อความต่างระหว่างวัยให้กลายเป็นความเข้าใจมากยิ่งขึ้น

ต้นทางของ ‘ช่างแม่’

‘หนู’ ลูกสาวคนโตผู้ถูกแม่ชักชวนให้เรียนตัดเสื้ออยู่บ่อยครั้ง เพราะอยากให้ลูกตัดเย็บเสื้อใส่เองได้ แต่ด้วยภาระหน้าที่จากงานประจำที่มีอยู่ในตอนนั้น ทำให้ไม่ค่อยมีเวลามานั่งลงเรียนกับแม่ แต่พอเห็นว่าแม่อยากสอน ประกอบกับตัวเองก็ชอบเล่าเรื่องและนึกอยากทำอะไรสนุก ๆ เมื่อโอกาสเหมาะ ทุกอย่างเป็นใจ เลยลองถ่ายคลิปแม่ไปลงช่องยูทูป

“สิ่งที่เราเจอมาตลอดทั้งชีวิตก็คือความสวยความงามของเสื้อผ้าที่แม่ตัด ความประณีต แล้วก็ความรู้จริงของแม่ เรารู้สึกว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราอยากจะถ่ายทอดและส่งต่อ มันมีคุณค่า เป็นสิ่งที่แม่สามารถที่จะเผยแพร่และส่งต่อให้คนอื่นได้ มันมีประโยชน์ ในฐานะที่เราเป็นคนทำสื่อ เราเห็นแม่เราซึ่งเป็นคนที่มีองค์ความรู้ มีความรัก และสนุกกับงานที่เขาทำ วันหนึ่งเราก็เลยคิดว่าชวนแม่มาเล่นสนุกกันดีกว่า

“เมื่อก่อนตอนที่เราทำงานประจำ มันมีช่วงที่เรามองข้ามไป เราทำเรื่องของคนมากมาย แต่เรื่องนี้เรากลับไม่ได้คิดถึง ยอมรับตรง ๆ เลยว่าครั้งแรกที่เราคิดว่า เอ๊ะ ! ทำไมเราไม่ทำหนังสือแม่นะ ตอนนั้นอาจเป็นช่วงที่เราเบิร์นเอาท์ แล้วมันเกิดความรู้สึกว่า หนังสือแม่นี่ไง ที่เราอยากทำ แล้วมันก็เป็นสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายบางอย่างสำหรับเรา กลายเป็นว่าการทำหนังสือเพื่อบันทึกสิ่งที่แม่สอนนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่มาเติมไฟให้เราอีกครั้ง

“เราเริ่มทำหนังสือตอนที่ออกจากงานประจำมาแล้ว จริง ๆ ความคิดที่จะทำหนังสือมาก่อนการทำยูทูป แต่การทำหนังสือมันก็ไม่ง่าย เพราะมันมีองค์ประกอบเยอะ แล้วเราก็คิดเยอะ ผ่านไปตั้งนานก็ยังไม่ได้เริ่มลงมือสักที จนวันหนึ่งเรารู้สึกว่าอยากถ่ายวิดีโอแม่ ก็เลยให้แม่เย็บเสื้อตัวหนึ่งเป็นเสื้อแขนกุดสีขาว จากนั้นก็ลองเอาไปตัดต่อง่าย ๆ แล้วโพสต์ลงยูทูป อยู่ดี ๆ คำว่า ‘ช่างแม่สอนตัดเสื้อ’ มันก็ผุดขึ้นมาเอง เราไม่ได้คิด ไม่ได้วางคอนเซ็ปต์อะไรไว้ก่อน แต่ตอนที่ไปทำวิดีโอออกมาแล้วมันรู้สึกว่านี่คือช่างตัดเสื้อและนี่ก็คือแม่ของเรา ก็เลยกลายเป็นช่อง ‘ช่างแม่สอนตัดเสื้อ’

“พอปล่อยคลิปแรกออกไปในยูทูป ปรากฏว่ามันได้ผลตอบรับที่ดี หลังจากนั้นเราก็เลยถ่ายกันมาเรื่อย ๆ พอทำเสร็จ เราก็เปิดเพจ แล้วก็เริ่มมีการจัดเวิร์กช็อป จนในที่สุดก็ทำหนังสือ ‘ช่างแม่ สอนตัดเสื้อ’ ได้สำเร็จ

จากคลิปทำงานของแม่สู่คอร์สสอนตัดเสื้อ

จากวันที่ลูกสาวชวนเเม่มาถ่ายคลิปเล่น ๆ ก็กลายเป็นงานจริงจังของแม่ เพราะพอปล่อยคลิปออกไปก็เริ่มมีคนทักมาขอเรียนตัดเสื้อกับคุณแม่การณ์สรณ์

เล็กเล่าว่า “ตอนนั้นยังไม่มีใครเปิดสอนคอร์สสอนตัดเสื้อแบบที่เราเปิด ก่อนหน้านี้การเรียนตัดเสื้อมันจะต้องไปเรียนที่โรงเรียนสอนตัดเสื้อ หรือไม่ก็ต้องเรียนเป็นคอร์สแบบยาว ๆ เรียนทุกแบบ ทั้งเสื้อ กระโปรง กางเกง แต่เรารู้สึกว่าคอร์สแบบนั้นมันไม่ได้ตอบสนองความต้องการของคนในตอนนั้นก็เลยคิดว่า เราลองสอนตัดเสื้อแค่ตัวเดียวดูก่อนดีไหม ให้มันเรียนจบง่าย ๆ ภายใน 1-2 วัน เริ่มตั้งแต่เรียนทำแพทเทิร์น วัดตัว ตัดเสื้อ และเย็บ ให้คนที่สนใจมาลองเรียนรู้ได้ ยังไม่ต้องจริงจังมาก ซึ่งถือเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างใหม่ในเวลานั้น

“เราเปิดคลาสกันบ่อยมาก มีคนมาเรียนเยอะ แต่พอเราบอกว่าจะเปิดคอร์สออนไลน์ คนยังไม่เข้าใจเยอะมากว่าคอร์สออนไลน์คืออะไร เรียนอย่างไร ในขณะที่ทุกวันนี้คอร์สออนไลน์แพร่หลายมาก ๆ และคนเข้าใจกันหมดแล้ว

“การที่เราสร้างพื้นที่ตรงนี้ให้กับแม่ เพราะเรารู้สึกว่าแม่เราพลังเยอะ แม่ต้องการที่ปล่อยของ ปล่อยพลัง นอกจากแม่เขาจะชอบตัดเสื้อและชอบสอนแล้ว เขาก็ยังเป็นคนที่ชอบแสดงออกมาตั้งแต่เด็ก ๆ เราก็แค่เป็นคนที่เห็นสิ่งนี้ และช่วยให้มันเกิดขึ้นเท่านั้นเอง”

เพราะงานและชีวิตเป็นเรื่องเดียวกันเลยแม่เลยไม่มีวันเกษียณ

เมื่อถามคุณแม่การณ์สรณ์ว่าอยากทำงานไปจนถึงเมื่อไร แม่บอกว่าแม่ไม่ได้คิดเรื่องนั้นคิดแค่ว่ตัวเองยังมีผ้าอยู่อีกหลายตู้ ไม่รู้จะทำได้หมดหรือเปล่า ลูกสาวอย่างหนูก็เลยเล่าถึงความรักในการทำงานของคุณแม่ให้ฟังว่า

“ความพิเศษอย่างหนึ่งของแม่คือการทำงานของแม่มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับการใช้ชีวิตของเขา แม่เขาไม่ได้แยกหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัวออกจากกัน แต่มันเป็นเรื่องเดียวกันมาตลอดทั้งชีวิตของเขา แม่เกิดมาเพื่อที่จะทำสิ่งนี้ เพราะฉะนั้นสำหรับแม่มันก็เลยไม่มีคำว่าเกษียณเหมือนคนอื่น

“จริง ๆ ที่บอกว่าแม่เย็บเสื้อผ้าน้อยลงกว่าเดิม แต่มันก็ยังเยอะอยู่นะ การที่เราสองคนมาเปิดเพจ ทำหนังสือ หรือชวนแม่มาถ่ายคลิปอะไรพวกนี้ ก็ไม่ได้มองว่าทำเพื่อปูทางเกษียณอะไรให้กับเขา เราแค่คิดว่ามันสนุก มันน่าทำ และมันมีประโยชน์”

“จุดมุ่งหมายที่เราชวนแม่มาทำนั่นทำนี่ก็คืออยากให้เขาได้โฟกัสกับการตัดเสื้อ เพราะเราเข้าใจว่า ถ้าผู้สูงวัยว่างเกินไปหรือไม่มีเรื่องให้โฟกัส เขาก็อาจจะคิดมาก แต่พอคุณแม่เขาได้พูดเรื่องเสื้อ ได้ตัดเสื้อ ได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับผ้า และงานที่ตัวเองรัก เขาจะก็มีความสุขและโฟกัสอยู่กับสิ่งเหล่านี้” เล็กเล่าเสริม

เล็กเล่าต่อว่า “ด้วยความที่คุณแม่เป็นช่างตัดเสื้อมานานมาก เขาทำงานนี้เพื่อเป็นอาชีพในการเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ถึงแม้ว่าคุณแม่จะรักและเคารพในงานของตัวเองอยู่แล้ว แต่พอถึงยุคหนึ่งก็ดูเหมือนว่างานที่คุณแม่ทำนั้นมีความสำคัญน้อยลง เพราะว่าทุกวันนี้เราสามารถที่จะซื้อหาเสื้อผ้าสำเร็จรูปได้ในราคาที่ถูกมาก ๆ คนก็อาจจะมาตัดเสื้อผ้ากันน้อยลง ในขณะเดียวกันเราสองพี่น้องก็เป็นคนที่คลุกคลีและมีความรักในงานฝีมือทุกประเภทอยู่แล้ว เราเห็นงานของแม่ เราก็รู้สึกว่าคุณค่ามันไม่ได้ลดลงอย่างที่มันถูกให้ค่า ตรงกันข้ามมันกลับเป็นงานที่มีคุณค่ามากโดยเฉพาะในวันที่มันมีเทคโนโลยีเกิดขึ้นมากมาย

“งานฝีมือ งานที่ทำด้วยความละเอียดละออ หรือการที่คนคนหนึ่งตั้งใจทำบางสิ่งให้กับคนอีกคนอะไรแบบนี้ เราคิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามาก และนับวันมันก็จะยิ่งมีคนทำน้อยลงเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นการที่พวกเราลุกขึ้นมาทำสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิดีโอ เพจ ติ๊กต็อก หรือว่าหนังสือ เพราะว่าเราอยากจะยืนยันคุณค่านี้ เรากำลังพูดถึงคุณค่าของคนที่ทำงานฝีมือ ซึ่งแม่เราก็เป็นหนึ่งในนั้น”

เมื่อแม่ลูกต้องสวมหมวกอีกใบในฐานะเพื่อนร่วมงาน

หนูเล่าถึงความยากบางอย่างในการทำงานกับแม่ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องความต่างระหว่างวัยแต่คือความใกล้ชิดกันที่อาจเป็นได้ทั้งข้อดีและข้อเสียในการทำงานว่า “การทำงานกับคนในครอบครัว มันจะมีโจทย์อะไรบางอย่าง เวลาทำงานกับคนอื่น บางครั้งเราจะมีจุดเกรงใจ แต่พอเป็นคนในครอบครัว เป็นคนที่กันเองมาก ๆ ใกล้กันมาก ๆ มันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย

“ในการทำงานร่วมกัน เราต้องปรับตัวกันเยอะมาก ๆ เราต้องเรียนรู้หลายอย่าง เช่น เรื่องการแบ่งหน้าที่ ซึ่งโดยปกติแล้วถ้าเป็นเรื่องในครอบครัวเราก็จะไม่ได้แบ่ง ไม่ได้มีขอบเขต แต่พอเป็นการทำงานมันจำเป็นที่บางอย่างจะต้องมีคนตัดสินใจ บางเรื่องจะต้องมีคนรับผิดชอบ มันไม่ใช่ทุกอย่างจะสวยงามหรือราบรื่นไปหมด แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่ว่าเรามีจุดหมายร่วมกันหรือเปล่า ถ้าใช่ เราก็จะค่อย ๆ แก้ปัญหา ค่อย ๆ ทำความเข้าใจไปด้วยกัน

“การทำงานร่วมกันมันไม่คำว่าถูกหรือผิดหรอก แต่การที่เราได้ลงมือทำอะไรบางอย่างร่วมกันด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่มันดีเสมอ ดีใจที่แม่เขาได้ส่งต่อและเผยแพร่พลังงานบางอย่างของแม่ออกไปด้วย

“สิ่งที่คนได้จากแม่อาจไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องการตัดเสื้อ แต่มันมีเรื่องของการใช้ชีวิต มุมมอง ทัศนคติ รวมทั้งพลังงานดี ๆ ที่เขาได้กลับไปด้วย เราสังเกตว่าเวลาลูกเพจหรือคนเข้ามาทัก ‘สวัสดีคุณแม่ ไม่เจอตั้งนาน คิดถึงจัง’ อะไรแบบนี้ มันเป็นเหมือนความผูกพันระหว่างแม่กับเขาที่มันน่ารัก แล้วเราก็รู้สึกขอบคุณมาก ๆ”

“พอมาทำงานร่วมกันแล้วมันมีสถานะเพื่อนร่วมงานด้วย เราไม่รู้เลยว่าเราจะเจอกับอะไรบ้าง มันทำให้เราค่อย ๆ เรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน ทำให้เราได้เห็นว่า การที่เรามีช่วงวัยที่ต่างกัน มันอาจจะทำให้เราเข้าใจว่า เราแข็งแรงกว่าเขา รู้มากกว่าเขา เข้าใจเทคโนโลยีมากกว่าเขา แต่พอได้ทำงานกับแม่เราก็เห็นว่าในความสูงวัยนั้นเขาแข็งแรง และมีอะไรที่ลึกซึ่งมากกว่าที่เราคิด มันก็เลยทำให้เราเปลี่ยนมุมมองบางอย่างที่เรามีต่อผู้สูงวัยไปด้วย” เล็กเล่าเสริมในมุมของตัวเอง

พลังที่ได้จากแม่

เล็กพูดถึงความรู้สึกที่อยากบอกกับแม่และสิ่งที่แม่ทำว่า “งานของแม่เป็นงานที่มีคุณค่าอยู่แล้ว แต่การทำงานกับแม่ทำให้เราได้รับพลังจากเขาไปด้วย โดยเฉพาะตอนที่คุณพ่อเสีย จากที่เราเคยมีแพสชันในการทำงาน เราก็ไม่รู้จะทำไปเพื่ออะไร แต่แม่เติมพลังให้เราอีกครั้ง เราได้เห็นว่าแม่เขาทำงานเยอะ ทำงานได้ดี และทำงานด้วยความเคารพในตัวงาน ทุกครั้งที่ทำงานกับแม่ เราก็จะได้สิ่งเหล่านี้กลับมาสอนตัวเองตลอด

“อยากขอบคุณแม่ที่ให้ความรู้ เป็นครู เป็นพลัง เป็นเพื่อน อดทนทำงานกับเรา เราพาเขาไปไหน ทำอะไรเขาก็พร้อมจะไปด้วย แม่ไม่ได้สร้างกำแพงกับเรา ทำให้ทุกวันที่มาทำงานด้วยกันมีแต่ความอบอุ่นใจที่เราได้มาอยู่ใกล้ชิด ได้ดูแลเขาแบบนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับเรา”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...