โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คำต่อคำ เปิดใจเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ กับวันพรุ่งนี้ของแมนยู (ตอน2)

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มี.ค. 2568 เวลา 10.31 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2568 เวลา 10.03 น.
Reuters

คำต่อคำ เปิดใจเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ กับวันพรุ่งนี้ของแมนยู (ตอน2)

เซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ หนึ่งในเจ้าของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นต่างๆ ของสโมสรกับทางสำนักข่าว“บีบีซี” เรียกได้ว่าตอบแบบไม่กั๊ก ตอบตรงทุกคำถาม

หลายคำถามไปจี้ใจดำนักเตะ บางคำถามอาจจะสร้างความไม่พอใจให้แฟนบอล แต่ทำให้ได้เห็นแนวทางที่ผู้บริหารต้องการให้ทีมปีศาจแดงเดินหน้าไปในอนาคต

คำต่อคำ เปิดใจเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ กับวันพรุ่งนี้ของแมนยู (ตอน1)

บีบีซี : ย้อนมาที่เรื่องการเงินของสโมสรอีกครั้ง สำหรับคนที่จำเป็นต้องเข้าใจ อยากให้อธิบายหน่อยว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง และมีความใกล้เคียงแค่ไหนที่สโมสรจะไม่มีเงินเลย?
แรทคลิฟฟ์ : มันเป็นเรื่องปกติมาก เมื่อคุณใช้เงินเกินกว่าที่หามาได้ มันก็จะแย่ลงในวันข้างหน้า 7ฤดูกาลที่ผ่านมา รวมทั้งฤดูกาลนี้ด้วย สโมสรขาดทุนมา 7 ฤดูกาลติดต่อกัน รวม 330 ล้านปอนด์(14,520 ล้านบาท) ซึ่งเป็น 1 ใน 3 ของเงิน 1,000 ล้านปอนด์(44,000 ล้านบาท) ซึ่งส่วนใหญ่จะขาดทุนในช่วง 4 จาก 5 ฤดูกาลหลังสุด ค่าเหนื่อยนักเตะใน 7 ฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องจ่ายไปถึง 100 ล้านปอนด์(4,400 ล้านบาท) ถึงแม้จะมีกำไร 100 ล้านปอนด์ แต่มันก็ไม่เวิร์ก
เมื่อคุณเสียเงินทุกปี และเพิ่มค่าใช้จ่ายในการบริหารสโมสร มันก็ไม่ดี และสุดท้ายมันก็เกิดปัญหา ซึ่งเราต้องจบปัญหาแบบนี้ให้ได้ในปีนี้ การจัดการเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากๆ สำหรับสโมสร มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เราจะผ่านกระบวนการนี้ไป และจะกลับมาอยู่ในอีกด้านหนึ่งในซัมเมอร์ อย่างไรก็ตามบางอย่างได้ทำเสร็จสิ้นไปแล้ว

บีบีซี : แมนยูมีโอกาสแค่ไหนที่จะผิดกฎกำไรและความยั่งยืน(PSR) ของพรีเมียร์ลีก เพราะสโมสรขาดทุน 105 ล้านปอนด์ ในช่วง 3 ปีหลังสุด?
แรทคลิฟฟ์ : PSR เป็นกฎที่ทำให้เราอยู่ในความพอดี เพื่อไม่ให้มีปัญหาทางการเงิน แต่มันก็มีตัวแปรมากมายในกฎนี้ ถ้าได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก ก็จะมีรายได้ 80-100 ล้านปอนด์(3,520-4,400 ล้านบาท) หรือถ้าได้ไปยูโรป้าลีก ก็จะมีรายได้ 40 ล้านปอนด์(1,760 ล้านบาท) แต่ถ้าไม่ได้เล่นถ้วยไหนเลย ก็ไม่มีรายได้ตรงส่วนนี้เลย ดังนั้นมันจึงมีตัวแปรเข้ามา ตอนนี้ก็ยังไม่รู้เลยว่าจบฤดูกาลนี้เราจะได้ไปลุยแชมเปี้ยนส์ลีกหรือไม่

บีบีซี : การที่แฟนบอลประท้วงมีเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากการขึ้นราคาบัตรเข้าชมเกมเตะ ช่วยอธิบายหน่อยว่าทำไมถึงทำแบบนั้น และรู้สึกอย่างไร?
แรทคลิฟฟ์ : ผมไม่ได้มีส่วนกับเรื่องการกำหนดราคาค่าตั๋ว มันเป็นเรื่องการจัดการของสโมสร ไม่ใช่ตัวผม แต่ผมมองว่า ค่าตั๋วต้องยุติธรรม คนแมนเชสเตอร์สามารถจ่ายได้ เราต้องดูจากคนที่อายุต่ำกว่า 16 ปี ผู้สูงอายุที่ไม่ได้มีเงินเยอะมาก อย่างไรก็ตามค่าตั๋วก็เป็นส่วนหนึ่งของรายได้ของสโมสร การขายของที่ระลึก ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ซึ่งเราก็ต้องนำเงินส่วนนี้มาจากค่าเหนื่อยนักเตะและการเสริมทีม ผมรู้ดีว่าเราถูกวิจารณ์มากมาย แต่เราก็มีคนถือตั๋วปี 49,000 คนต่อฤดูกาล ซึ่งเป็นราคาที่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว

บีบีซี : ฤดูกาลหน้า ค่าตั๋วจะขึ้นราคาอีกมั้ย?
แรทคลิฟฟ์ : ก็ต้องให้คนที่บริหารเรื่องนี้ตัดสินใจ เรามีปัญหาเรื่องการเงิน ซึ่งค่าตั๋วก็เป็นรายได้ส่วนหนึ่งของสโมสร จะเรียกได้ว่าเป็นรายได้หลักก็ว่าได้ ในตั๋วที่ขายคนทั่วไปคาดว่าจะเพิ่ม แต่สำหรับคนที่อายุต่ำว่า 16 ปี จะพยายามไม่เพิ่ม ทีมที่ดูแลเรื่องนี้จะต้องจัดการเรื่องนี้ และหลังจากนี้อีก 2 สัปดาห์ ก่อนจะประกาศเรื่องราคาค่าตั๋วอีกครั้ง

บีบีซี : บางคนบอกว่าเงินที่ได้มาก็ต้องเอาไปจ่ายหนี้ แฟนบอลก็ต้องจ่ายเงินเพื่อไปใช้หนี้สโมสรที่เคยทำไว้ในอดีต คุณคิดยังไงกับเรื่องนี้?
แรทคลิฟฟ์ : ผมเข้าใจกับคำวิจารณ์นี้ แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับหนี้ ปัญหาคือเราใช้เงินเกินตัว ถ้าเราใช้เงินเกินกว่าที่หาได้ปีละ 100 ล้านปอนด์ เราก็ต้องเป็นหนี้

บีบีซี : เงินกว่าหมื่นล้านปอนด์ที่หมดป ไม่ได้จ่ายหนี้เลยเหรอ?
แรทคลิฟฟ์ : จ่ายไป 35 ล้านปอนด์(1,540 ล้านบาท)

บีบีซี : แค่นั้นจริงๆ เหรอ?
แรทคลิฟฟ์ : แต่ 35 ล้านปอนด์ในปีนี้ มันเพิ่มมาจาก 20 ล้านปอนด์ เมื่อ 4-5 ปีก่อน เพราะเราขาดทุนไป 330 ล้านปอนด์ ในช่วง 5 ปีหลัง ทำให้หนี้เราเพิ่มขึ้นอีก 330 ล้านปอนด์ มันเป็นปัญหาใหญ่ของแมนยู แน่นอนว่าดอกเบี้ยเป็นรายจ่ายของสโมสร แต่ปัญหาหลักๆ ของเรา คือ ค่าเหนื่อยนักเตะที่ต้องจ่ายปีละ 250 ล้านปอนด์(11,000 ล้านบาท) สโมสรจำเป็นจะต้องกลับมามีฐานการเงินที่ดีสำหรับอนาคต เพราะบางฤดูกาลเราอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ และบางฤดูกาลอาจจะไม่ได้ไปแชมเปี้ยนส์ลีก

บีบีซี : เงินที่กู้มาบางส่วนอาจจะมีดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นมากกว่าที่เป็นอยู่ จุดนี้ไม่เป็นปัญหาเหรอ?
แรทคลิฟฟ์ : การเป็นหนี้ก็จะต้องมีดอกเบี้ย หายสโมสรในอังกฤษ รวมทั้งหลายบริษัทก็มีหนี้ แต่ถ้าสโมสรมีกำไรมากๆ เชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นแน่ ตอนนั้นเราจะพลิกสถานการณ์ลับมาได้ และจะจ่ายหนี้น้อยลงไปเรื่อยๆ ผมเชื่อว่าแมนยูควรเป็นแบบนั้น ควรอยู่ในสถานการณ์การเงินที่ดี

บีบีซี : มันไม่ใช่แค่ค่าตั๋วที่แพงขึ้น แต่มีการลดค่าใช้จ่ายลง มีพนักงานถูกปลดออกไปนับร้อยคนเมื่อปีที่แล้ว และจะมีอีกในเร็วๆ นี้ ทำไมต้องทำแบบนี้ เพราะคุณบอกว่าเงินส่วนใหญ่ที่ใช้ไปนั้น จ่ายให้กับดอกเบี้ยและค่าเหนื่อยนักเตะ การซื้อนักเตะ หรือการจ้างโค้ช จ้างผู้บริหารเข้ามาไม่ใช่เหรอ?
แรทคลิฟฟ์ : คำตอบง่ายๆ คือ สโมสไม่มีเงินในช่วงคริสต์มาส ถ้าเราไม่ทำแบบนั้น เมื่อเรามีรายได้ 650 ล้านปอนด์(28,600 ล้านบาท) เราจะใช้เงินที่ได้มาตรงจุดไหนบ้าง คุณจะเอาเงินไปใช้กับการบริหารจัดการสโมสร ไปกับการเสริมทีม เพราะถ้าทุ่มไปกับการทำทีม ก็จะได้ผลการแข่งขันที่ดีขึ้น ทีมระดับแมนยูต้องได้แชมป์เท่านั้น ดังนั้นจึงต้องหานักเตะที่ดีที่สุดในโลกเข้ามาสู่ทีม มากกว่าการจะใช้เงินไปกับการจัดการด้านบุคลากร โดยเฉพาะการให้พนักงานกินมื้อเที่ยงฟรี

บีบีซี : เมื่อลดค่าใช้จ่าย ตัดอาหารกลางวันฟรีออกไป ยกเลิกการเป็นทูตสโมสรของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน หรืออดีตนักเตะของทีม มันเสี่ยงที่จะเลือกประสิทธิภาพของสโมสร แต่ไม่เคารพความเป็นแมนยูหรือไม่?
แรทคลิฟฟ์ : ตอนนี้ผมไม่มีความสุขในการอ่านหนังสือพิมพ์เท่าไร การเปลี่ยนแปลงสร้างความไม่สบายใจให้ใครหลายคน การตัดสินใจของเราก็สร้างความไม่พอใจให้กับคนที่ได้รับผลกระทบ แต่การทำแบบนี้สามารถทำให้แมนยูกลับมามั่นคงได้ ถ้าพวกเขาอยากเห็นแมนยูกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง เราจำเป็นต้องทำสิ่งเหล่านี้ มันอาจจะดีกว่าถ้าเราไม่ทำแบบนี้ แต่เราก็จะอยู่ในสภาพเดียวกับที่เจอมาตลอด 12 ปี
เรามีทางเลือก มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกอะไร แต่ผมไม่อยากเห็นแมนยูในสภาพที่เจอมา 12 ปีอีกแล้ว ผมอยากเห็นแมนยูแบบเดียวกับรีล มาดริด หรือแมนซิตี้ หรือลิเวอร์พูล สิ่งที่ผมสนใจคือ การพาแมนยูกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้ง

บีบีซี : ทำไมถึงเลือกให้อีริก เทน ฮาก คุมทีมต่อไป ทั้งๆ ที่เคยใช้เงินถึง 200 ล้านปอนด์(8,800 ล้านบาท) ในช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว ก่อนจะปลดเขาออกไป แล้วทำไมต้องจ่ายเงินหลายล้านปอนด์เพื่อให้แดน แอชเวิร์ธ มาเป็นผู้อำนวยการสโมสร หลังจากนั้นก็แยกทางกันไปในช่วงไม่กี่เดือน ซึ่งสองเรื่องนี้ต้องใช้เงินเป็น 10 ล้านปอนด์ในการจ่ายค่าชดเชย?
แรทคลิฟฟ์ : เราต้องจ่ายค่าชดเชยประมาณ 20 ล้านปอนด์(880 ล้านบาท)

บีบีซี : บางทีคุณอาจจะไม่อยากปรับลดพนักงานมากมายแบบนี้ หรือตัดค่าใช้จ่าย เพิ่มค่าตั๋ว
แรทคลิฟฟ์ :ผมหนุนเงินให้สโมสรเพิ่มไปก่อนหน้านี้ 232 ล้านปอนด์ และมันก็หมดไปแล้ว ผมเห็นด้วยที่บอกว่าเรื่องของเทน ฮาก กับแอชเวิร์ธเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ถึงแม้จะเป็นความผิดพลาดที่พอจะเข้าใจได้ แต่มันก็ยังเป็นความผิดพลาดอยู่ดี ผมยอมรับและขอโทษกับเรื่องนี้ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องการมีฐานที่มั่นคงให้กับสโมสร มันอาจจะเป็นเงิน 10 ล้านปอนด์ แต่ก่อนหน้านั้นที่เราคุยกัน มันมากกว่านี้
ตลอด 15 เดือนที่ผ่านมา เราลดค่าใช้จ่ายของสโมสรลงไปได้ 125 ล้านปอนด์(5,500 ล้านบาท) ลดพนักงานจาก 1,100 คน เหลือ 700 คน เชื่อว่ามีประสิทธิภาพดีและอัตรากำลังพอดี เป็นองค์กรกีฬาระดับสูงที่จะพาแมนยูประสบความสำเร็จได้แน่นอน

บีบีซี : เรื่องของแอชเวิร์ธ คุณบอกว่าเขาเป็นคนที่ดีที่สุด และรอเขามานานเพื่อจะให้มาร่วมงานกัน แอชเวิร์ธต้องโดนพักงานที่เขาทำอยู่พักใหญ่ อธิบายหน่อยได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น?
แรทคลิฟฟ์ : มันไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของเรา มันเป็นเรื่องของเคมีที่ไม่ตรงกัน ผมไม่อยากลงรายละเอียด ตอนนี้เราอยู่ในจุดที่ต้องอยู่ เราก้าวข้ามมาแล้ว

บีบีซี : แล้วเทน ฮากล่ะ หลังจากที่แมนยูจบอันดับ 8 เมื่อฤดูกาลก่อน และคุณเหมือนจะอยากเปลี่ยนแปลงทีมให้แตกต่างจากเดิม อธิบายเรื่องนี้ได้ไหม?
แรทคลิฟฟ์ : ไม่ใช่แค่ตัวผมที่มีสิทธิตัดสินใจในเรื่องนี้ ทีมบริหารจัดการก็ร่วมตัดสินใจด้วย การตัดสินผลงานเทน ฮาก ไม่ได้ทำในช่วงเวลา 5 นาที โอมาร์ เบร์ราด้า ซีอีโอของสโมสร, เจสัน วิลค๊อกซ์ ผู้อำนวยการเทคนิค ยังทำงานกับสโมสรได้ไม่นานนัก ดังนั้นการตัดสินใจจึงยากมากๆ ในเวลาอันสั้น การจะประเมินผลงานเชิงลึกของเทน ฮาก จากทีมงานที่ทำงานร่วมกันมไนานจึงค่อนข้างยาก
ถ้ามองถึงปัจจุบัน อโมริมและวิลค๊อกซ์มีความสัมพันธ์ที่ดีกันมากๆ วิลค๊อกซ์ให้การสนับสนุนอโมริมเป็นอย่างดี แต่เทน ฮาก กลับไม่ได้ประโยชน์จากตรงนั้น มันเข้าใจว่าทำไมเทน ฮาก ถึงทำทีมได้ไม่ดีนักในซีซั่นก่อน เราไม่สามรถเข้าใจถึงจุดลึกสุดของปัญหา แต่หลังจากนั้น 3 เดือน ก็พบว่าเราตัดสินใจผิดพลาด เราต้องก้าวข้ามมันไป เชื่อว่าตอนนี้เราทำให้มันถูกต้องแล้ว และเราอยู่ในสถานการณ์ที่แตกต่างจากเดิมแล้วในวันนี้

บีบีซี : คุณเคยบอกเมื่อปีก่อนว่า ไม่มีปัญหากับการทำผิดพลาด แต่ไม่อยากเห็นการผิดพลาดซ้ำสอง คุณยอมรับเรื่องแอชเวิร์ธและเทน ฮากแล้ว มันทำให้มีการตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของอิเนออสที่แมนยู คุณมั่นใจมั้ยว่าได้เรียนรู้จากประสบการณ์นี้?
แรทคลิฟฟ์ :แน่นอน เราเรียนรู้จากเรื่องนี้ และหวังว่าจะไม่เกิดความผิดพลาดนี้อีก เราต้องระวังและโฟกัสกับสองเรื่องที่เราผิดพลาดไปแล้ว แต่ก็มีหลายอย่างที่เราแล้วออกมาค่อนข้างดี
ผมมองว่าสิ่งที่เราทำมันดีหลายเรื่อง รูเบน อโมริมเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม แต่การที่เขามาทำงานกลางฤดูกาลและไม่ได้เลือกทีมของเองทำให้เจองานยาก แต่เขาก็ทำได้ดี เรามีโค้ชใหม่ที่ดีแล้ว เรามีทัศนคติและบรรยากาศที่ดีกว่าวันที่ผมเข้ามาใหม่ๆ ซึ่งตอนนี้มองว่ามีหลายอย่างที่เราต้องเปลี่ยนแปลงมัน

บีบีซี : เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ คุณบอกว่าการเปลี่ยนผู้จัดการทีมไม่ได้ช่วยสร้างความสำเร็จ แต่การเสริมทีมและการตัดสินใจที่ดีจะช่วยได้ คุณจะให้เวลาอโมริมและจะให้เขาทำหน้าที่ระยะยาวแม้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตามหรือไม่?
แรทคลิฟฟ์ : มันไม่ใแค่เราจะให้เวลาเขา แต่อโมริมเป็นโค้ชวัยหนุ่มที่ยอดเยี่ยม ผมเชื่อว่าเขาจะอยู่กับแมนยูไปอีกนาน

บีบีซี : แต่เขาพาทีมแพ้ 10 จาก 25 เกม และอยู่ในอันดับ 14 มันเป็นอันดับที่แย่ที่สุดในรอบ 100 ปีเลยนะ
แรทคลิฟฟ์ : ถ้าคุณดูนักเตะที่เจ็บ และการที่เขามาเริ่มต้นงานช่วงกลางฤดูกาล ไม่มีเวลาในการซ้อมนักเตะให้เขาใจรูปแบบของเขานัก แต่เขากลับทำได้ดี ผมว่าเราเริ่มเห็นสิ่งที่เขานำมาสู่ทีมแล้ว โดยเฉพาะเกมกับอาร์เซน่อล มีนักเตะตัวสำรองกี่คนที่คุณรู้จัก มีกี่คนที่เคยลงเล่นให้ทีมชุดใหญ่ นักเตะชุดใหญ่ของเราเหลืออยู่แค่ 10-11 คน

บีบีซี : แล้วแมนยูจะใช้เงินเท่าไรในการดึงนักเตะที่อโมริมต้องการเพื่อให้เล่นได้อย่างที่เขาต้องการ หรือต้องขึ้นอยู่กับว่าขายใครออกไปได้ด้วย?
แรทคลิฟฟ์ : มันก็ต้องรวมๆ กัน เรามีงบประมาณสำหรับเขาอยู่แล้ว งบประมาณก็เปลี่ยนแปลงไปได้ตามที่เราขายนักเตะออกไปได้ แต่ไม่ได้อยู่ในเวลาที่จะเปิดเผยได้ว่าเท่าไร

บีบีซี : แฟนบอลจำนวนมากผิดหวังมากกับการที่มีความเป็นไปได้ที่สโมสรจะขายอเลฮันโดร การ์นาโช่ และ ค็อบบี้ เมนู ออกจากทีมไป เพราะสถานการณ์ทางการเงินของสโมสร
แรทคลิฟฟ์ :เราไม่ได้ขายนักเตะเพราะเรื่องของการเงิน เราแก้ปัญหาด้วยการตัดและลดในด้านอื่นๆ และมันจะต้องเรียบร้อย เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ส่วนการจะกำหนดงบประมาณได้นั้น ขึ้นอยู่กับทีมบริหารรวมทั้งตัวเองด้วยว่าจะใช้เงินเท่าไร ที่สำคัญเราจะพัฒนาศักยภาพของทีมอย่างไร

อ่านต่อตอน 3 ได้ที่นี่

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คำต่อคำ เปิดใจเซอร์จิม แรทคลิฟฟ์ กับวันพรุ่งนี้ของแมนยู (ตอน2)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...