โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

CGSI คงน้ำหนัก “กลุ่มธนาคาร” ชี้ Q1/68 สินเชื่อธุรกิจส่งสัญญาณบวก ระวังสินเชื่อที่อยู่อาศัย-รายย่อยไม่มีหลักประกัน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 21 ก.พ. 2568 เวลา 12.02 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2568 เวลา 05.02 น.

CGSI คงน้ำหนักการลงทุน "กลุ่มธนาคาร" ชี้ Q1/68 สินเชื่อภาคธุรกิจส่งสัญญาณบวก ระวังสินเชื่อที่อยู่อาศัย-รายย่อยไม่มีหลักประกัน

วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2568ฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ ว่า เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 68 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานผลสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อในไตรมาส 1/68 พบว่า

สถาบันการเงินคาดการณ์ความต้องการสินเชื่อในไตรมาสแรกจะเพิ่มขึ้น qoq จากลูกค้าธุรกิจขนาดใหญ่และ SME โดยสินเชื่อภาคธุรกิจจะมาจากความต้องการใช้สินเชื่อเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและเพื่อการลงทุน

ขณะเดียวกัน พบว่าธนาคารมีแนวโน้มผ่อนคลายมาตรฐานการให้สินเชื่อแก่ภาคธุรกิจเล็กน้อย ผู้ให้บริการสินเชื่อมองว่าธุรกิจบางกลุ่มมีแนวโน้มสดใส และผู้ขอสินเชื่อน่าจะวางหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่อ

ความต้องการสินเชื่อรถยนต์ในไตรมาส 1/68 น่าจะเพิ่มขึ้น qoq เนื่องจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มขึ้นและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จัดโปรโมชั่นมากขึ้น

นอกจากนี้ สถาบันการเงินเชื่อว่าความต้องการสินเชื่อส่วนบุคคลจะเพิ่มขึ้นตามการบริโภคส่วนบุคคล แต่ความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อบัตรเครดิตจะทรงตัว qoq

ดังนั้น การที่ความต้องการสินเชื่อรถยนต์และสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น น่าจะทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความเข้มงวดการให้สินเชื่อของทั้งสองกลุ่มนี้ ขณะที่ระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพราะตลาดอสังหาฯค่อนข้างซบเซา

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ระบุว่า แม้ราคารถมือสองจะปรับขึ้น 10.8% ตั้งแต่เดือนพ.ย. 67 แต่ธนาคารยังคงใช้เกณฑ์การอนุมัติสินเชื่อที่ระมัดระวังสำหรับสินเชื่อรถยนต์ และเลือกจะขยายพอร์ตสินเชื่อรถในกลุ่มผู้มีรายได้สูงเป็นหลัก

ขณะที่ปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการเติบโตของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในปี 68 จะมาจากการซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมใหม่ที่มีราคาไม่เกิน 10 ล้านบาท และธนาคารบางแห่งน่าจะเน้นสินเชื่อบ้านที่มีอัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน (LTV)

อยู่ในระดับที่ปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ สถาบันการเงินยังระมัดระวังกับการทำธุรกิจสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะยังมีปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคาร เพราะคาดว่า PPOP จะเติบโตลดลง -1.5%/+1.5%/+3.8% ในปี 68/69/70 ขณะที่เลือก SCB และ KTB เป็นหุ้น Top pick

เพราะเชื่อว่าธนาคารทั้งสองแห่งจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงที่ 5.4-9.1% ต่อปี และมีอัตราการเติบโตของกำไรสุทธิ 2-12% ในปี 68-70 แม้ว่าอุตสาหกรรมโดยรวมจะมีสินเชื่อเติบโตชะลอตัว นอกจากนี้ เชื่อว่าทั้ง SCB และ KTB สามารถบริหารจัดการเงินทุนได้ดีกว่าธนาคารอื่นที่ทำการศึกษา ซึ่งจะส่งผลให้ ROE เพิ่มสูงขึ้นในปี 68-70

อย่างไรก็ตาม กลุ่มธนาคารจะมี downside risk หาก NPL เพิ่มสูงขึ้นและธปท.ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก ส่วน upside risk จะมาจากการที่นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยมากขึ้น เพราะจะช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมถึงความตึงเครียดทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลงและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย-ตลาดหุ้นไทย ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...