ตำแหน่งฮูหยินจวนโหวที่เคยแย่งมานี้ ข้ายินดีคืนให้
ข้อมูลเบื้องต้น
วิญญาณของ ‘เว่ยหลิง’ มาเข้าร่างของหญิงสาวที่แย่งตำแหน่งฮูหยินจวนโหวมาจากน้องสาวต่างมารดา แถมยังวางยาปลุกกำหนัดเขาในคืนแต่งงาน ถูกสามีและแม่สามีชิงชัง ไหนจะยังมีท่านหญิงตำหนักฉู่อ๋อง ซึ่งเป็นหลานสาวคนโปรดของแม่สามีที่หมายปองตำแหน่งฮูหยินจวนโหวอีกคนหนึ่ง จนคิดกำจัดเธออย่างโหดเหี้ยมอีก ดังนั้นตำแหน่งฮูหยินจวนโหวที่เจ้าของร่างเดิมเคยแย่งมานี้ เธอยินดีคืนให้ ส่วนเจ้าก้อนแป้งน้อยที่แม้ว่าจะมาโดยไม่ทันตั้งตัว แต่เธอจะเป็นคนเลี้ยงดูเขาเอง!
❅❅❅ ตัวอย่างเนื้อหาบางส่วน ❅ ❅❅
“ท่านโหวไม่สะดวกให้เข้าพบ เชิญฮูหยินกลับไปเถิด” บ่าวชายที่ดูท่าทางแล้วน่าจะเป็นองครักษ์เฝ้าเรือน ขยับกายเข้ามาขวางประตูเอาไว้ด้วยใบหน้าขึงขัง
เว่ยหลิงทำเพียงยกยิ้มเล็กน้อย พลางยื่นซองจดหมายซองหนึ่งให้บ่าวเฝ้าประตู แล้วตอบไปว่า
“ลองเอาจดหมายนี้ให้ท่านโหวอ่านดูก่อน บอกเขาด้วยว่าถ้าเขาเอามันไปโยนทิ้ง เผาไฟ ฉีกเป็นชิ้นๆ หรือซุกลืมไว้ในกองตำรา แล้วทำให้เขาเสียโอกาสดีๆ ที่จะได้ตำแหน่งฮูหยินจวนโหวคืน ข้าก็ไม่รู้ด้วยนะ”
ฉู่ฝางจ้องมองใบหน้างดงามหวานล้ำของสตรีตรงหน้าที่ไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านใดๆ ด้วยความรู้สึกหลากหลาย สตรีผู้นี้รูปโฉมงดงามอย่างหาได้ยากจริงๆ แต่น่าเสียดายที่พฤติกรรมเกินจะรับได้ และเลือกใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้แต่งเข้ามาในจวนนี้
แต่เมื่อครู่นี้นางว่าอย่างไรนะ? ท่านโหวจะเสียโอกาสดีๆ ที่จะได้ตำแหน่งฮูหยินจวนโหวคืน?
ฉู่ฝางมีท่าทางลังเลอยู่ชั่วอึดใจหนึ่ง แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับซองจดหมายฉบับนั้นไว้ แล้วเดินเข้าไปในห้องหนังสือของท่านโหว
“มาถึงแล้วเหตุใดจึงไม่รีบเข้าเรื่อง หรือที่เขียนไว้ในจดหมายนั้นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น”
เว่ยหลิงส่งยิ้มน้อยๆ อันเป็นรอยยิ้มการค้าไปให้คนหน้าตึงครั้งหนึ่ง ก่อนจะยอมตอบดีๆ
“ก็เป็นไปตามที่ข้าเขียนไว้ในจดหมายนั่นแหละเจ้าค่ะ หลังจากนี้หนึ่งปี ข้ายินดีจะคืนตำแหน่งฮูหยินจวนโหวให้แต่โดยดี แลกกับการได้รับการปฏิบัติอย่างให้เกียรติและสมศักดิ์ศรีของฮูหยินจวนโหวอย่างเต็มรูปแบบในระหว่างนี้ อ้อ… ยกเว้นเรื่องอย่างว่า อันนั้นไม่ต้องเจ้าค่ะ”
เว่ยหลิงรีบระบุข้อยกเว้นที่เธอไม่ต้องการ ก่อนที่เขาจะหลงคิดไปไกลว่าเธออยากจะเสพสุขกับร่างกายของเขาด้วย …ซึ่งอันที่จริงก็ต้องยอมรับว่าทั้งหน้าตาและรูปร่างของผู้ชายคนนี้น่ากินจริงๆ นั่นแหละ… แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น!
“เหตุใดข้าต้องรับข้อเสนอของเจ้าด้วย หากข้าอยากได้ตำแหน่งฮูหยินจวนโหวคืน ข้าก็มีวิธีมากมายที่จะทำให้เจ้าคืนมันได้อยู่ดี”
❅❅❅❅❅❅❅
E-book นิยายเรื่อง ‘ตำแหน่งฮูหยินจวนโหวที่เคยแย่งมานี้ ข้ายินดีคืนให้’ วางขายใน mebmarket.com แล้วนะคะ
❅ ใครที่อยากอ่านจนจบรวดเดียวเลย สามารถไปตำ E-book กันได้แล้ววันนี้ ที่ Link นี้เลยค่ะ : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiODAxMjk5NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjMzNDE3NSI7fQ
❅ ส่วนคุณรีี้ดที่สะดวกอ่าน E-book ในแอป Dek-D จิ้มที่ Link นี้ได้เลยค่ะ >> https://novel.dek-d.com/ebook/23628/
❅ E-book ราคา 209 บาท เนื้อหานิยายมีทั้งหมด 65 บท + ตอนพิเศษ 1 ตอน จำนวนคำอยู่ที่ประมาณ 100,1XX คำ
❅ สำหรับคุณนักอ่านที่ใช้ระบบ iOS แนะนำให้ซื้อ E-book ผ่านหน้าเว็บไซต์ mebmarket.com เพราะราคาจะถูกกว่าการซื้อผ่าน Apple Store นะคะ (เนื่องจากทาง Apple มีการหักค่าธรรมเนียมเข้าระบบ 30% ค่ะ)
❅❅ ❅ ❅ ❅
❅ นิยายเรื่องนี้เป็นนิยายที่อ่านสบายๆ ปมไม่หนัก ไม่มีดราม่า เน้นความสัมพันธ์พระนางนะคะ
❅ รายตอนจะลงจนจบถึงตอนพิเศษเลยค่ะ โดยจะเปิดให้อ่านฟรีไปเรื่อยๆ ยกเว้นตั้งแต่บทที่ 51 เป็นต้นไปจนจบ (รวมไปถึงตอนพิเศษด้วย) จะติดเหรียญถาวรไว้ทันทีที่ลงนะคะ และหลังจากลงนิยายผ่านไปครึ่งเรื่องแล้ว จะเริ่มทยอยติดเหรียญย้อนหลังตั้งแต่บทที่ 11 เป็นต้นไป ดังนั้น คุณรี้ดที่กดติดตามหรือกดเข้าชั้นไว้ และรีบอ่านทันทีที่ไรท์ลงแต่ละตอน จะได้อ่านฟรีไปจนถึงบทที่ 50 เลยค่ะ
❅ ราคานิยายรายตอน จะคิดเฉลี่ยโดยยึดราคาของ E-book เป็นหลัก (ไม่ได้ยึดหลักความสั้น-ยาวของรายตอนเป็นตอนๆ ไป) นั่นคือ เมื่อรวมราคานิยายรายตอนทุกตอนเข้าด้วยกันแล้ว จะมีราคาพอๆ กับราคาเวอร์ชั่น E-book เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับนักอ่านที่สะดวกอ่านเวอร์ชั่นรายตอน สะดวกจ่ายทีละตอน ไม่สะดวกอ่านเวอร์ชั่น E-book หรือไม่อยากจ่ายรวดเดียวในราคาเต็ม แต่ไม่ว่านักอ่านจะซื้อเวอร์ชั่น E-book หรือรายตอน ก็จะได้อ่านเนื้อหาเหมือนกัน และราคาเท่าๆ กันค่ะ
❅ ตั้งแต่บทที่ 16 เป็นต้นไป จะลงนิยายวัน อังคาร/พฤหัส/ศุกร์/อาทิตย์ นะคะ
❅❅ ❅ ❅ ❅
ถ้าคุณรี้ดอ่านแล้วชอบหรือถูกใจ อย่าลืมกด ‘ติดตามเรื่องนี้’ เพื่อจะได้ไม่พลาดการแจ้งเตือนตอนใหม่ๆ หรือกดหัวใจเป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ ♡
หรือกดติดตามไรท์ได้ เพื่อให้ได้รับการแจ้งเตือนตอนไรท์ลงนิยายเรื่องใหม่ๆ ต่อไปค่ะ
❅❅ ❅ ❅ ❅
© นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยนักเขียนนามปากกา Sirathaka ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือนำส่วนหนึ่งส่วนใดของนิยายไปเผยแพร่หรือกระทำการใดๆ ในแพล็ตฟอร์มใดๆ หรือรูปแบบใดๆ (ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบตัวอักษร ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียงอ่าน ฯลฯ) ก่อนได้รับการอนุญาตจากผู้เป็นเจ้าของนิยาย หากฝ่าฝืนจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด
เครดิตภาพปก : คุณลัคกี้ (ธรรมะกระตุกจิต)
เครดิตไทโป : จินไทโป
❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅
ฝากนิยายเรื่องก่อนของไรท์ด้วยนะคะ ‘เกิดใหม่ในร่างพระชายาผู้ร้ายกาจที่เขารังเกียจ’
บทที่ 1 วิญญาณที่เข้าร่างในคืนเข้าหอ
ท่ามกลางความมืดมิดอันหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ‘เว่ยหลิง’ รู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกกระชากไปยังทิศหนึ่งอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถูกเขย่าด้วยแรงมหาศาล และถูกผลักออกมาสู่สถานที่อีกแห่งหนึ่งในท้ายที่สุด
กระนั้นสถานที่นั้นก็ยังคงเต็มไปด้วยความมืด แต่คราวนี้ความรู้สึกที่เธอได้รับกลับแปลกประหลาดอย่างยิ่ง จะว่าไม่น่าพอใจก็ไม่เชิง เพราะสัมผัสจากมือใหญ่ที่ลูบไล้ไปทั่วร่างกายนั้นชวนให้วาบหวามอยู่บ้าง ไหนจะความอ่อนนุ่มเปียกชื้นที่น่าจะเป็นริมฝีปากของใครสักคนกำลังดูดดึงช่วงอกของเธอนั่นอีก
นี่เธอกำลังอยู่ในความฝันแนวอีโรติก…ใช่ไหม
เว่ยหลิงใช้ความพยายามและพลังงานที่มีทั้งหมดในการลืมตาขึ้นมา ถ้านี่เป็นความฝันเรื่องอย่างว่าจริงๆ อย่างน้อยก็ขอให้ได้เห็นหน้าหนุ่มในฝันสักหน่อยเถอะ จะได้ฟินได้อย่างเต็มที่
และภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ไม่ทำให้เธอผิดหวัง ใบหน้าของชายหนุ่มที่คร่อมทับเธออยู่ในระยะประชิดเวลานี้ เรียกได้ว่าหล่อเหลาราวกับดาราซีรีส์ที่เคยดูเป็นประจำ ใบหน้าขาวกระจ่าง คิ้วเข้มเฉียงขึ้นดูกร้าวใจ จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักได้รูป ที่สำคัญคือดวงตาเรียวรีคมกริบดุดัน มองแล้วให้ความรู้สึกเย็นชาเข้าถึงยากนั่นอีก
นี่มันแบดบอยในฝันชัดๆ!
ในขณะที่เธอยังคงเคลิบเคลิ้มกับรูปโฉมและสัมผัสในความฝันอันลามก ทันใดนั้นเธอก็เกิดความรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางกาย มันสมจริงจนเธอสะดุ้ง แต่เพราะมันรวดเร็วจนเธอไม่ทันได้กรีดร้อง และตามมาด้วยความเคลื่อนไหวที่เริ่มจากจังหวะเนิบนาบไปสู่ความรวดเร็วหนักหน่วง ทำให้จากที่เคยรู้สึกเจ็บกลับกลายเป็นความสุขสมซาบซ่านในแบบที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว
เป็นความฝันที่คุ้มค่าจริงๆ คุ้มจนไม่อยากจะตื่น เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง เว่ยหลิงคนนี้คือสาวเทื้อวัยสามสิบห้า บริเวณส่วนสงวนน่าจะมีหยากไย่สิบสองชั้นเกาะแน่น และอาจจะหนาเป็นเมตรเพราะไม่เคยมีผู้ชายคนไหนเฉียดใกล้เลยแม้แต่คนเดียว!
เว่ยหลิงมองใบหน้าขาวได้รูปนั้นอย่างหลงใหล พลางยกมือขึ้นลูบสันกรามของเขา
“หล่อจริงๆ พ่อหนุ่ม… ขอจองตัวไว้ใช้ในฝันทุกคืนเลยจะได้หรือเปล่า”
ราวกับคำพูดของเธอจะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เพราะเอวที่เคยขยับอย่างเชื่องช้าพลันเร่งความเร็วขึ้น และขับเคลื่อนเต็มสูบพร้อมกับความหนักหน่วงจนเว่ยหลิงเบิกตากว้าง
หลังจากนั้นเธอก็สำลักความสุขอย่างที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อนเป็นเวลาอีกนานเท่าไรก็ไม่อาจจะทราบได้ เพราะหลังจากกรีดร้องด้วยความสุขสมเป็นรอบที่สามแล้ว สติของเธอก็ดับวูบไป…
ไม่กี่ชั่วยามถัดมา ร่างสูงสง่าที่มีมัดกล้ามพอเหมาะอย่างคนที่ฝึกยุทธ์เป็นประจำ ก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนหลังใหญ่ในห้องหอที่ประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงมงคล เขาหันกลับไปมองหญิงสาวที่นอนเปลือยกายอย่างไม่รู้สติอยู่บนเตียงด้วยสายตารังเกียจ
“ช่างเป็นสตรีที่ไร้ยางอายสิ้นดี!”
สตรีผู้นี้เล่นเล่ห์จนได้แต่งเข้ามาในจวนโหวของเขา คืนนี้นางก็ให้สาวใช้หลอกล่อเขามาที่นี่ ทั้งยังวางยาปลุกกำหนัดเขาอีก วิธีต่ำช้าเช่นนี้สตรีดีๆ ที่ไหนจะกล้าทำบ้าง
เขาหยิบเสื้อผ้าที่ถูกตนเองฉีกกระชากและโยนลงบนพื้นด้วยฤทธิ์ยาก่อนหน้านี้ขึ้นมาใส่ลวกๆ แล้วเดินดุ่มๆ ออกจากห้องหอโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองเจ้าสาวหมาดๆ ที่เขาไม่เคยอยากได้อีกเลย
‘เสี่ยวเถา’ สาวใช้ประจำตัวจากบ้านเดิมของฮูหยินจากตระกูลหลี่ที่เพิ่งแต่งเข้ามาเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนหน้านี้ ได้แต่ก้มหน้างุดอยู่หน้าประตู ยามที่เจ้าของจวนเดินผ่าน
‘จ้าวหย่งอี้’ ผู้สืบทอดบรรดาศักดิ์ ‘ฝู่กั๋วโหว’ คนปัจจุบัน และยังเป็นเจ้าบ่าวที่ผ่านการเข้าหอเมื่อไม่กี่ชั่วยามที่ผ่านมา ปรายตามองสาวใช้ที่ใช้ท่าทางซื่อๆ นี้หลอกล่อเขาให้เข้ามาในห้องหอนี้ได้อย่างมีโทสะ แต่เขากลับไม่เอ่ยคำใดออกมาแม้แต่ครึ่งคำ ทำเพียงสะบัดชายแขนเสื้อครั้งหนึ่งแล้วเดินจากไปราวกับคนในเรือนนี้ไม่ได้มีค่ามากพอที่จะให้เสวนาด้วย
เสี่ยวเถาที่รู้สึกราวกับตนเองรอดพ้นจากปากเหวมาได้ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นก็รีบเปิดประตูเข้าไปดูเจ้านายด้านในทันที
สิ่งที่เสี่ยวเถาเห็นคือร่างเปลือยเปล่างดงามของสตรีวัยออกเรือน ซึ่งผ่านสมรภูมิบนเตียงกับสามีจนร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยน่าอาย ทำให้ใบหน้าของนางขึ้นสีอย่างช่วยไม่ได้ นางเข้าไปจัดท่าทางของเจ้านายให้นอนได้สบายยิ่งขึ้น และดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้อย่างเรียบร้อย แต่เมื่อมือข้างหนึ่งสัมผัสเข้ากับร่างกายนุ่มนิ่มนั้น นางก็ตกใจจนชักมือออก
“ฮูหยิน! เหตุใดจึงตัวร้อนเช่นนี้!”
หลังจากครุ่นคิดอยู่เพียงเสี้ยวลมหายใจ เสี่ยวเถาก็ตัดสินใจวิ่งไปตักน้ำมาเช็ดตัวให้เจ้านายที่นอนไม่ได้สติ ทั้งยังมีไข้ขึ้นสูง จนกระทั่งฟ้าสางแล้วก็ยังไม่มีทีท่าว่าอาการจะดีขึ้น นางจึงตัดสินใจออกจากจวนไปตามหมอประจำตัวของเจ้านายมาดูอาการ เพราะนางไม่กล้าทิ้งเวลาให้นานไปกว่านี้ และเป็นสิ่งที่นางสามารถทำได้ในทันทีโดยไม่ต้องรอคอยหรือร้องขอคนในจวนโหวอีกด้วย
ณ เรือนฮูหยินผู้เฒ่า ‘กู้หย่าฉิน’ มารดาของท่านโหวคนปัจจุบัน กำลังนั่งรอสะใภ้คนใหม่ที่ไม่มีใครในจวนโหวยินดีต้อนรับ แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นวี่แววว่าสะใภ้ผู้นั้นจะมาคารวะเช้าตามธรรมเนียมแต่อย่างใด
“ดูท่าตระกูลหลี่จะมีวิธีอบรมสั่งสอนบุตรสาวต่างจากผู้อื่นจริงๆ แต่งเข้ามาวันแรกก็ไม่เห็นหัวข้าเสียแล้ว”
เมื่อเห็นว่าเจ้านายอารมณ์ไม่ดี สาวใช้วัยกลางคนข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าจึงตอบว่า
“เห็นว่าทานโหวออกมาจากเรือนของนางก่อนฟ้าสางไม่นานนักเจ้าค่ะ”
กู้หย่าฉินมีสีหน้าประหลาดใจ บุตรชายของนางน่ะหรือจะยอมเข้าหอกับสตรีแซ่หลี่ ตั้งแต่ที่รู้ว่าตนเองต้องแต่ง ‘หลี่ลี่ฮวา’ เข้าจวน เขาก็แสดงออกอย่างชัดเจนมาโดยตลอดว่าไม่เต็มใจ มิใช่ว่าสตรีนางนั้นจะใช้เล่ห์อะไรกับเขาอีกหรอกนะ
ความคิดนั้นทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าบังเกิดความไม่พอใจขึ้นมาอีกหลายส่วน
“แล้วอย่างไร นางคิดจะใช้เหตุนี้เป็นข้ออ้างหรือ”
“หลังจากนั้นไม่นาน เห็นว่าสาวใช้ประจำตัวของนาง ออกไปตามหมอเข้ามาในจวนเจ้าค่ะ ไม่แน่ว่านางอาจจะเกิดป่วยไข้ขึ้นมากระมัง” ‘ชิวมามา’ รายงานต่อไปตามที่ได้รับรู้มา
กู้หย่าฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย จวนโหวมีหมอที่มักเรียกใช้งานเป็นประจำ แต่สะใภ้ใหม่กลับให้สาวใช้ส่วนตัวเรียกคนนอกเข้ามาตรวจโดยพลการ ทำให้ความไม่พอใจที่มีอยู่แต่เดิมของนางเพิ่มขึ้นอีกครึ่งส่วน
“ฮึ! ข้าจะรอดูว่านางจะมาไม้ไหนอีก”
❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅
ฝากนิยายเรื่องก่อนของไรท์ด้วยนะคะ ‘เกิดใหม่ในร่างพระชายาผู้ร้ายกาจที่เขารังเกียจ’
บทที่ 2 ความฝันอันน่ากลัว
[คำเตือนเนื้อหารุนแรงและประเด็นอ่อนไหว : การลักพาตัว / การข่มขืน / การทารุณกรรมและการทำร้ายร่างกายสตรีตั้งครรภ์ / การแท้ง]
ในความว่างเปล่านั้น เว่ยหลิงรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองปวดระบมและร้อนผ่าวไปหมด ช่างเป็นความรู้สึกที่ทรมานอย่างยากจะอธิบาย
จนกระทั่งมีภาพเหตุการณ์หนึ่งผุดขึ้นมาในห้วงความคิด…
ณ กระท่อมร้างหลังเล็กที่อยู่ห่างจากถนนเส้นรอง ซึ่งเป็นเส้นทางอ้อมที่มีผู้คนบางส่วนใช้สัญจรออกจากเมืองหลวงเพื่อไปสู่เมืองที่อยู่ติดกันทางทิศตะวันตก ย่อมไม่มีใครให้ความสนใจ เนื่องจากกระท่อมเก่าๆ แลดูผุพังนั้นตั้งอยู่ที่เดิมมาหลายปีแล้ว ใครผ่านไปผ่านมาเมื่อเห็นมันก็ไม่ต่างอะไรจากการได้เห็นต้นไม้ใบหญ้าที่ขึ้นตามสองข้างทาง
หากแต่วันนี้ บนพื้นสกปรกภายในกระท่อมเก่าโทรมนั้น กลับมีร่างของ ‘หลี่ลี่ฮวา’ ฮูหยินจวนฝู่กั๋วโหวกำลังนอนเปลือยเปล่าหายใจรวยริน เสื้อผ้าที่นางสวมใส่มาถูกฉีกจนขาดและโยนทิ้งกระจัดกระจายไปตามมุมต่างๆ ของกระท่อมหลังเล็ก ผมเผ้าของนางยุ่งเหยิงเพราะถูกจิกทึ้งไปมา บนใบหน้ามีรอยฟกช้ำบวมปูด มุมปากมีแผลแตกและรอยเลือดจากการถูกตบตี ทั่วทั้งร่างกายก็มีร่องรอยของการถูกฉุดกระชากลากถูและถูกทำร้าย
นั่นยังไม่แย่เท่ากับส่วนล่างของนางที่บอบช้ำยิ่งกว่า เนื่องจากถูกเหล่าโจรชั่วย่ำยีจนเห็นคราบเลือดเปรอะเปื้อนไปรอบๆ บริเวณ แต่ที่น่าอนาถที่สุดเห็นจะเป็นหน้าท้องที่นูนขึ้นมา ซึ่งไม่ว่าใครได้เห็นก็ย่อมรู้ได้ทันทีว่าสตรีผู้นี้กำลังตั้งครรภ์!
เจ้าของร่างรู้สึกคล้ายว่าสติของตนใกล้จะดับวูบลงเต็มที ไม่แน่ใจว่าที่ยังรู้สึกตัวได้อยู่จนถึงบัดนี้เป็นเพราะความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะได้มีชีวิตรอดกลับไปหรือไม่
วันนี้นางออกจากจวนโหวเพื่อไปซื้อยาสมุนไพรบำรุงครรภ์และข้าวของเครื่องใช้จำเป็นส่วนตัวอีกหลายอย่างกับสาวใช้จากบ้านเดิม แต่ระหว่างทางกลับจวน รถม้าที่นั่งมากลับขับออกนอกเส้นทางจนมาถึงกระท่อมเปลี่ยวที่อยู่ห่างจากชุมชนหลายลี้ รู้ตัวอีกครั้งก็มีเหล่าชายฉกรรจ์ในชุดดำห้าคนมารุมล้อมและลากนางเข้าไปในกระท่อมแล้ว
ไม่ว่านางจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือหรือขอความเมตตาเท่าใดก็ดูเหมือนจะไร้ผล เวลานั้นถนนเส้นดังกล่าวว่างเปล่าไร้ผู้คนสัญจรผ่านไปมา และเหล่าโจรชั่วก็หาใส่ใจจะฟังไม่ พวกมันจัดการฉีกเสื้อผ้าของนางออก เมื่อนางดิ้นรนขัดขืนพวกมันก็ทุบตีนางทั้งบนใบหน้าและตามลำตัว ยังดีที่พวกมันไม่ได้ทำร้ายครรภ์ของนาง แต่ถึงอย่างนั้นการถูกพวกมันผลัดกันย่ำยีครั้งแล้วครั้งเล่า ท่ามกลางเสียงหัวเราะสาแก่ใจและสุขสม ก็ทำให้นางรู้สึกคล้ายว่าสติใกล้จะแตกดับลงได้ทุกเมื่อ
ตั้งแต่เกิดมาจนถึงบัดนี้ แม้จะถูกมารดาเลี้ยงกลั่นแกล้งรังแกบ่อยครั้งเมื่อคราวที่ยังอาศัยอยู่บ้านเดิม แต่นางก็ไม่เคยต้องพบเจอสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกอัปยศอดสูเกินกว่าสตรีใดจะรับไหวถึงเพียงนี้
สตรีที่ถูกเหล่าชายชั่วล่วงเกินอย่างนางจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร หากไม่ใช่เพราะนางยังมีบุตรในครรภ์ซึ่งยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก นางก็คงขอตายที่นี่เสียเลย ดีกว่าต้องกลับไปแล้วไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับการประณามหยามเหยียดและดูแคลนจากใครต่อใครอีกบ้าง
“ยังไม่ตายอีกหรือ” เสียงที่ฟังดูคุ้นเคยเสียงหนึ่งดังขึ้นภายในกระท่อมร้าง นางไม่มีทางลืมน้ำเสียงอ่อนหวานเจือแววเยาะหยันของสตรีผู้นี้โดยเด็ดขาด
เสียงย่ำเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ นางพยายามลืมตาขึ้นมามองสตรีสูงศักดิ์ที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับต้นๆ ของเมืองหลวง เหตุใดสตรีผู้นี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ในเวลาเช่นนี้ได้?
“หึ! ช่างตายยากตายเย็นเสียเหลือเกิน”
หลังจากพยายามลืมตาขึ้นมามองอย่างยากลำบาก ในที่สุดนางก็ได้เห็นใบหน้างดงามพริ้มเพราของ ‘หานเฟยเฟิ่ง’ ที่บัดนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชังและสาแก่ใจยิ่งนัก หมดสิ้นซึ่งความอ่อนหวานอ่อนโยนในแบบที่ทุกคนคุ้นเคย
“ช่วย…” หลี่ลี่ฮวาพยายามเปล่งเสียงขอความช่วยเหลือ แต่ก็ออกมาได้เพียงคำสั้น ๆ ที่แทบจะไม่มีใครได้ยินนอกจากเจ้าตัว
“สภาพเช่นนี้ยังคิดว่าจะรอดกลับไปยังจวนโหวได้อีกอย่างนั้นหรือ”
เจ้าของร่างเห็นสาวงามที่ยืนค้ำร่างของตนเองอยู่แสยะยิ้มที่ชวนให้รู้สึกขนลุกยิ่งนัก
“รู้หรือไม่ว่าข้ารอวันนี้มานานเพียงใด วันที่หญิงแพศยาอย่างเจ้าต้องพบกับความอัปยศอย่างถึงที่สุด ได้แต่งเป็นฮูหยินเอกจวนฝู่กั๋วโหวแล้วอย่างไร สุดท้ายก็ต้องตายอย่างน่าสมเพชในกระท่อมสกปรกโสโครกข้างถนน ชื่อเสียงป่นปี้ไปอีกร้อยปี พี่หย่งอี้จะเกลียดชังเจ้าตลอดไป ศพของเจ้าจะไม่ได้ถูกฝังในสุสานตระกูลจ้าว แม้แต่ชื่อของเจ้าก็จะกลายเป็นชื่ออัปมงคลในจวนฝู่กั๋วโหว!”
เจ้าของร่างได้แต่กลอกตามองตามหานเฟยเฟิ่งที่เดินวนไปรอบๆ ร่างของนางพร้อมกับคำพูดเสียดแทงหัวใจ นางเข้าใจแล้วว่านี่คงเป็นแผนการของสตรีผู้นี่เป็นแน่
มีผู้ใดไม่รู้บ้างว่าท่านหญิงจากตำหนักฉู่อ๋องผู้นี้หมายปองจ้าวหย่งอี้มานานแล้ว มารดาของนางและมารดาของจ้าวหย่งอี้ก็เป็นญาติจากที่มาจากตระกูลเดียวกัน พวกนางหวังให้บุตรชายและบุตรสาวของตนเองได้เกี่ยวดองเชื่อมสัมพันธ์ผ่านการสมรส
แต่เพราะหลี่ลี่ฮวาวางแผนเล่นเล่ห์ ทำให้จ้าวหย่งอี้จำเป็นต้องแต่งนางเข้าจวน ตัดหน้าทั้งน้องสาวต่างมารดาของตนเองและท่านหญิงจากตำหนักฉู่อ๋อง กลายเป็นฮูหยินจวนโหวได้ในที่สุด แต่หลี่ลี่ฮวาก็คาดไม่ถึงว่าหานเฟยเฟิ่งจะใช้วิธีอันโหดเหี้ยมเช่นนี้จัดการกับนาง
หานเฟยเฟิ่งหยุดเดินแล้วมองดูที่หน้าท้องนูนของหลี่ลี่ฮวา นี่เป็นอีกหนึ่งความคับแค้นใจอันใหญ่หลวงของนาง บุรุษที่นางรักแต่งฮูหยินเอกก็ว่าย่ำแย่มากแล้ว แต่การที่นางจิ้งจอกผู้นี้ตั้งครรภ์ขึ้นมาได้ในเวลาไม่นาน ไหนเลยนางจะยอมรับได้
หานเฟยเฟิ่งไม่มีทางยอมให้สตรีอื่นคลอดบุตรที่ไม่ใช่เชื้อสายของนางกับคนที่นางรักออกมาอย่างเด็ดขาด อย่างไรเด็กนี่ก็ต้องถูกกำจัดไปไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง อีกไม่นานเมื่อเรื่องราวยุ่งยากในราชสำนักคลี่คลาย นางก็จะได้แต่งเข้าจวนฝู่กั๋วโหวแล้ว มีเพียงบุตรของนางเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์สืบทอดสายเลือดตระกูลจ้าวต่อไป
“ขนาดข้าบอกให้พวกมันไม่ต้องยั้งมือ แต่เจ้ามารหัวขนนี่ก็ยังอยู่ดี ช่างด้านและทนเหมือนมารดาของมันไม่มีผิด แต่น่าเสียดายที่มันจะไม่มีวันได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก อย่าโทษข้าเลยที่เจ้ากับเด็กนี่ต้องมาอยู่ในสภาพนี้ จงโทษตัวเองเถิดที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างข้ากับพี่หย่งอี้ เมื่อไม่มีเจ้า ทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนดั่งที่มันควรจะเป็นตั้งแต่แรก”
หลี่ลี่ฮวารู้สึกได้ถึงอันตรายอันใหญ่หลวงที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตนเอง ความหวาดกลัวถึงขีดสุดแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แต่นางกลับไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้แม้แต่น้อย กระทั่งขยับตัวหนีก็ยังทำไม่ได้
ไวเท่าความคิด หานเฟยเฟิ่งยกเท้าขึ้นมาข้างหนึ่งแล้วออกแรงกระทืบลงบนหน้าท้องนูนของหลี่ลี่ฮวาในทันที!
“เฮือก!!!!!!”
❅❅❅❅❅
✉ มีคุณรี้ดถามว่าท่านโหวจะโบ้มั้ย? ไรท์เอาไมค์ไปจ่อปากสัมภาษณ์เขามาให้แล้วค่ะ
ท่านโหว : โปรดดูหน้าข้าให้ดีๆ หน้าแบบนี้…ไม่มีวันโบ้! //เชิด
( ◡‿◡ )
❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅
ฝากนิยายเรื่องก่อนของไรท์ด้วยนะคะ ‘เกิดใหม่ในร่างพระชายาผู้ร้ายกาจที่เขารังเกียจ’
บทที่ 3 มีศัตรูเพิ่มขึ้นจากสองเป็นสาม-สี่-ห้า
“เฮือก!!!!!!”
เว่ยหลิงสะดุ้งตื่นและดีดตัวลุกขึ้นมาในท่านั่งอย่างฉับพลัน จนเสี่ยวเถาที่กำลังยกถังน้ำเข้ามาในห้องถึงกับผงะด้วยความตกใจ
“ฮูหยิน! ท่านฟื้นแล้ว!” สาวใช้วัยสิบเจ็ดปีที่มีโครงร่างใหญ่กว่าหญิงสาวทั่วๆ ไปเล็กน้อย รีบวางอ่างไม้ลงบนโต๊ะกลางห้องและถลาไปหาเจ้านายในทันที
เว่ยหลิงยังคงรู้สึกหวาดผวาอย่างถึงที่สุด เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นบนหน้าผากกลมมน มือหนึ่งกุมหน้าอกตรงตำแหน่งหัวใจ ที่เวลานี้มันกำลังเต้นรัวและแรงราวกับจะทะลุออกมาได้ อีกมือหนึ่งก็กุมหน้าท้องเอาไว้ตามสัญชาตญาณ
เธอนั่งหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ภาพในความฝันเมื่อครู่นี้สมจริงและชัดเจนเกินไป จนเธอรู้สึกเหมือนเป็นหญิงสาวเจ้าของร่างที่ชะตาชีวิตแสนอเนจอนาถคนนั้น ในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตทำได้เพียงแค่มองศัตรูยกเท้าขึ้นมากระทืบใส่ท้องนูนๆ โดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย
“โคตรน่ากลัว!”
จังหวะนั้นเว่ยหลิงเหลือบตาไปเห็นมือที่ค่อนข้างหยาบกร้านข้างหนึ่งเกาะแขนเสื้อของเธออยู่ จึงหันไปมอง ก็พบว่าเป็นเด็กสาวที่เธอไม่รู้จัก หน้าตาดูซื่อๆ แต่สีหน้าและแววตาของเด็กคนนี้ดูเป็นห่วงเป็นใยเธอมากจริงๆ
“เธอ… เธอเป็นใคร… แล้วเข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง”
“ฮูหยินจำเสี่ยวเถาไม่ได้หรือเจ้าคะ เสี่ยวเถาเข้ามาเช็ดตัวให้ฮูหยินเจ้าค่ะ”
เว่ยหลิงแน่ใจว่าไม่เคยเห็นเด็กสาวตรงหน้ามาก่อน แต่ก่อนที่เธอจะได้อ้าปากไล่เด็กคนนี้ สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นสภาพห้องนอนที่เธอคิดว่าเป็นห้องนอนของตัวเอง แต่กลับไม่มีส่วนใดใกล้เคียงกับภาพในความทรงจำของห้องนอนที่เธอใช้นอนเป็นเวลาสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาเลยแม้แต่นิดเดียว
เว่ยหลิงได้แต่อ้าปากค้างให้กับภาพตรงหน้า
‘ฉันอยู่ที่ไหนกันเนี่ย!’
ณ เรือนฮูหยินผู้เฒ่า กู้หย่าฉินที่ตื่นขึ้นมานั่งรอลูกสะใภ้แสนชังในเช้าวันที่สามนับแต่พิธีแต่งงานแล้ว แต่ยังไร้เงาคน ก็หมดความอดทนในที่สุด
“ให้คนไปตามนางมาที่นี่เดี๋ยวนี้!”
“เจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า”
กู้หย่าฉินนั่งหายใจฟึดฟัดอย่างไม่สบอารมณ์ สาวใช้ของหลี่ลี่ฮวาไม่เคยมาขอความช่วยเหลือจากเรือนใหญ่ แสดงว่าอาการของสะใภ้ผู้นี้คงมิได้หนักหนาอันใด แต่เข้าสู่วันที่สามแล้วยังไม่คิดจะมาเยี่ยมคารวะ เช่นนี้มิใช่ว่ากำลังทำตนกระด้างกระเดื่องต่อผู้อาวุโสอย่างเปิดเผยหรอกหรือ
ในขณะที่เรือนผู้อาวุโสกำลังคุกรุ่น คนที่สร้างความขุ่นข้องหมองใจให้แม่สามีมาสามวันแล้ว ในที่สุดก็สามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจนได้ เว่ยหลิงคิดว่าวิญญาณของตัวเองคงจะทะลุมิติเข้ามาในร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในยุคโบราณเหมือนในนิยายที่เคยอ่านมา จึงได้แต่นั่งกุมขมับด้วยความกลัดกลุ้มและท้อแท้
เข้ามาในร่างของใครไม่เข้า ดันมาเข้าร่างของผู้หญิงที่ในอนาคตอันไม่ใกล้ไม่ไกลนี้ จะถูกวางแผนลักพาตัวไปฆาตกรรมอย่างโหดร้ายทารุณอย่างหลี่ลี่ฮวาซะได้
‘จะซวยอะไรขนาดนี้!’
เหตุการณ์สุดท้ายที่เว่ยหลิงจำได้ก่อนหน้านี้ก็คือ ตัวเธอกับเพื่อนสาวคนสุดท้ายในกลุ่มที่ยังไม่ได้แต่งงานเหมือนกัน กำลังพากันไปไหว้พระที่ศาลเจ้าดังในเมืองหนึ่งเพื่อขอผู้ชายดีๆ ให้เข้ามาในชีวิตเสียที ก่อนที่ไข่ในรังไข่จะฝ่อและมีลูกยากไปกว่านี้ แต่ขากลับ รถบัสที่พวกเธอนั่งมากลับแหกโค้งตกเหว
นั่นคงเป็นช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตก่อนของเธอ ป่านนี้ร่างกายในโลกนั้นคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี หรือไม่ก็อาจจะหาไม่เจอเลยด้วยซ้ำ
เธอเพิ่งจะรู้เดี๋ยวนี้นี่เองว่านิยายแนวทะลุมิติที่เคยคิดว่าเพ้อเจ้อสิ้นดีมันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ ไม่แน่ว่าคนที่เขียนนิยายแนวนี้บางคนอาจเคยพบเจอประสบการณ์น่าเหลือเชื่อแบบนี้ แล้วมีโอกาสกลับไปเขียนเล่าให้ชาวโลกคนอื่นๆ อ่านก็ได้
เว่ยหลิงสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระออกไป ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ต้องรีบหาทางออกให้ชีวิตตัวเองก่อนถึงจะถูก
จากความทรงจำของเจ้าของร่าง หลี่ลี่ฮวาเป็นหญิงสาววัยออกเรือนที่กำพร้าแม่ เกิดในตระกูลขุนนางที่มีระดับค่อนข้างสูง แต่ไม่ถึงกับมีอำนาจและมีอิทธิพลล้นฟ้า
หลังจากที่บ้านเดิมของแม่ตกต่ำ ก็ทำให้ไม่ได้รับความสำคัญในจวนอีก มีแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างแม่ที่เกลียดขี้หน้าร่างนี้สุดๆ จนคิดจะกำจัดโดยจะให้นางแต่งออกไปกับพ่อหม้ายเมียตายจอมเสเพลที่มีอนุอยู่เป็นสิบๆ คน และคนยังลือกันว่าเมียเอกที่ตายไปก็เป็นฝีมือของพวกอนุในจวนด้วย นี่ไม่ต่างจากการส่งหลี่ลี่ฮวาไปตายชัดๆ
หลี่ลี่ฮวาที่ระวังตัวเองมาตลอดก็เลยซ้อนแผนของสองแม่ลูกที่อยากได้ท่านโหวไปเป็นลูกเขยนักหนา ด้วยการปาดหน้าฉกเอาท่านโหวคนนี้มาเป็นสามีของตัวเองซะเลย!
มันเป็นวิธีการเอาตัวรอดจากครอบครัวเฮงซวยของหมาจนตรอกตัวหนึ่ง พร้อมๆ กับการเอาคืนแม่เลี้ยงและน้องสาวตัวดีที่อาจจะให้ความรู้สึกสะใจอยู่บ้าง แต่ผลของมันคือการสร้างศัตรูเพิ่ม จากเดิมที่มีอยู่สองก็กลายเป็นสาม-สี่-ห้า และศัตรูที่น่ากลัวที่สุดในตอนนี้ก็คือท่านหญิงใจโหดในฝันคนนั้น
“ฮูหยินรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ ท่านเป็นไข้ไม่ได้สติมาสองวันสองคืนแล้ว ท่านหมอเจียงกล่าวว่า…”
เว่ยหลิงหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อได้ยินเสียงของเสี่ยวเถา และเธอก็หันมาให้ความสนใจเพราะเสี่ยวเถาดันหยุดพูดกลางคันพร้อมกับสีหน้าเคร่งเครียด
“ว่า…?” เธอถามย้ำด้วยความสงสัย
“อาการไข้สูงของฮูหยินเกิดจากยาสองชนิดที่มีฤทธิ์ต้านกันเจ้าค่ะ”
“ยาสองชนิดไหน?” เว่ยหลิงหลุดปากถามออกไป ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีความรู้เรื่องยาในยุคโบราณเลยแม้แต่น้อย
“เป็นยาเลี่ยหยางออกฤทธิ์ร้อน ท่านหมอกล่าวว่าหากกินยานี้ร่วมกับยาที่ออกฤทธิ์ร้อนอื่นๆ เช่น… เอ่อ… ยาปลุกกำหนัด… จะส่งผลร้ายต่อร่างกายจนอาจถึงแก่ชีวิตได้เจ้าค่ะ”
เสี่ยวเถารู้สึกกระดากปากที่ต้องเอ่ยถึงยาปลุกกำหนัดที่เจ้านายสั่งให้นางหาทางวางยาท่านโหว ผ่านสาวใช้ที่ทำงานในจวนโหวซึ่งมาจากหมู่บ้านเดียวกับตนเอง อีกทั้งยังต้องจุดกำยานปลุกกำหนัดในห้องหอ เพื่อให้ยาออกฤทธิ์รุนแรงจนท่านโหวต้านไม่ไหวอีกด้วย ผู้ใดจะรู้ว่ามันจะส่งผลร้ายต่อฮูหยินเช่นนี้
“ข้าได้กินยาเลี่ยหยางอะไรนั่นเข้าไปด้วยเหรอ”
“ไม่เจ้าค่ะ ยานี้บ่าวเองก็เพิ่งได้ยินเป็นครั้งแรก”
คำตอบที่ได้เมื่อรวมกับความทรงจำครั้งเก่าก่อนของหลี่ลี่ฮวาที่เธอขุดออกมาได้นั้น เป็นไปได้ว่าร่างนี้จะถูกศัตรูหมายเลขหนึ่งและหมายเลขสองซึ่งก็คือแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างแม่วางยาก่อนจะออกจากจวนในวันแต่งงานแน่ๆ!
ในเวลานั้นเอง ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องนอน ตามด้วยเสียงของหญิงวัยกลางคนที่ตะโกนเข้ามา
“ฮูหยินผู้เฒ่ามีคำสั่งให้ฮูหยินไปพบที่เรือนเดี๋ยวนี้เจ้าค่ะ”
เว่ยหลิงถอนหายใจออกมาดังเฮือก
‘มาละ ศัตรูคนที่สาม’
❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅ ❅
ฝากนิยายเรื่องก่อนของไรท์ด้วยนะคะ ‘เกิดใหม่ในร่างพระชายาผู้ร้ายกาจที่เขารังเกียจ’