โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อนุทิน รับภารกิจช่วยเหลือ-กู้ซากตึกสตง. ยากพอๆ กับถ้ำหลวง สมอ.ลุยเก็บชิ้นส่วนตรวจสอบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มี.ค. 2568 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2568 เวลา 10.38 น.

รองนายกฯ ‘อนุทิน’ ควง ‘เอกนัฏ’ รมว.อุตฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุตึก ‘สตง.’ ถล่ม เผยตัวเลขผู้ติดค้างใต้ซากอีก 50 คน พร้อมตั้งกรรมการสอบขีดเส้น 7 วัน ด้าน สมอ.นำชิ้นส่วนโครงสร้างตรวจหามาตรฐาน

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 มีนาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.) พร้อมด้วย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) นำเจ้าหน้าที่สภาวิศวกรรมและเจ้าหน้าที่ มอก. เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุอาคารกำลังก่อสร้างสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่เกิดถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา

นายอนุทินเปิดเผยว่า ขณะนี้หลายหน่วยงานอยู่ระหว่างเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิต ซึ่งยังคงพบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายในที่เกิดเหตุมีทีมแพทย์ประจำการสำหรับประเมินความเป็นไปได้ เพื่อวางแนวทางให้ความช่วยเหลือ เพราะขณะนี้ยังไม่สามารถใช้เครื่องจักรทั้งหมดเข้าไปดำเนินการเต็มที่ได้ แต่ก็มีความหวังจะยังคงมีผู้รอดชีวิตอยู่

นายอนุทินระบุว่า การช่วยเหลือกรณีหากพบผู้รอดชีวิตนั้น จากการตรวจสอบภายในพบช่องอากาศที่สามารถจะใช้ในการสอดท่อลมเข้าไปได้ แต่ประเด็นคือผู้ที่ยังไม่สามารถออกมาได้ เนื่องจากถูกทับด้วยโครงสร้างขนาดใหญ่ ทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้ ถือเป็นความยากลำบากในการทำงาน ขณะเดียวกัน ในพื้นที่ยังมีทีมวิศวกรคอยประเมินการทำงานด้านการเจาะโครงสร้าง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ติดค้างอยู่ภายในซากอาคารและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ขณะนี้ได้เครื่องมือเข้ามาเพิ่มเติมเป็นจำนวนมาก เช่น เครนขนาด 500 ตัน และ 600 ตัน ซึ่งก็จะนำเครื่องมือเหล่านี้มาใช้ในการทยอยยกคานขนาดใหญ่ซึ่งมีน้ำหนักมากลงมาด้านล่างเพื่อลดแรงกดทับจากด้านบน ลดความเสี่ยงในการถล่มเพิ่มเติม

“การได้เครนขนาดใหญ่มาเป็นจำนวนมากถือเป็นผลดี เพราะจะช่วยถ่วงดุลน้ำหนักของโครงสร้าง โดยขณะนี้พบหน่วยกู้ภัยจากต่างประเทศเข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงานทั้งหน่วยกู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญ” นายอนุทินระบุ

นายอนุทินกล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบหาสัญญาณชีพขณะนี้อยู่ระหว่างใช้เครื่องมือในการตรวจสอบ แต่ต้องยอมรับว่าสัญญาณค่อนข้างอยู่ในระดับต่ำ ส่วนนี้อาจมาจากการที่ผู้ติดค้างอยู่ในซากอาคารติดค้างอยู่ภายในเป็นเวลานานหลายวัน อาจทำให้ไม่มีแรงในการขยับตัว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องหาวิธีค้นหาผู้ติดค้างในทุกวิถีทาง โดยในวันพรุ่งนี้ก็จะครบเวลา 72 ชั่วโมงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มแผนปฏิบัติงาน โดยจะต้องมีการประเมินและวิเคราะห์การปรับใช้เครื่องมือตลอด 24 ชั่วโมงโดยผู้เชี่ยวชาญ

รองนายกฯอนุทินกล่าวอีกว่า สำหรับตัวเลขผู้สูญหาย จากการประเมินเบื้องต้นคาดว่ายังคงมีผู้ที่ติดค้างอยู่ภายใต้เศษซากอาคารอีกประมาณ 50 คน แต่ไม่ได้หมายความว่าหากครบทั้ง 50 คน แล้วจะหยุดการค้นหา ซึ่งภารกิจในครั้งนี้ยอมรับว่ามีความยากลำบากและสำคัญเทียบเท่าใกล้เคียงกับภารกิจถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ส่วนการตรวจสอบสาเหตุเบื้องต้นได้มีการตั้งคณะกรรมการโดยขีดเส้นให้ดำเนินการภายใน 7 วัน โดยมีวิศวกรใหญ่ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ผู้ทรงคุณวุฒิด้านวิศวกรรม และนักวิชาการเป็นคณะทำงานตรวจสอบ โดยการตรวจสอบจะเน้นไปที่วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างว่าเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งขณะนี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ลงพื้นที่เก็บชิ้นส่วนไปตรวจสอบ

“ส่วนตัวมองว่าตึกนี้น่าจะมีปัญหา เนื่องจากในพื้นที่กรุงเทพฯมีตึกเป็นจำนวนกว่า 10,000 ตึก บางตึกมีอายุมากกว่า 30-50 ปี แต่ก็ไม่เห็นเกิดปัญหาเหมือนเช่นอาคารแห่งนี้ ซึ่งเดิมทีประเทศไทยก็มีมาตรฐานในการก่อสร้างอาคารสูง เพราะฉะนั้น ผมไม่อยากให้นำข้อมูลการก่อสร้างของอาคารแห่งนี้มาเปรียบเทียบกับตึกอื่นๆ” รองนายกฯอนุทินกล่าว

ขณะที่ ปภ.สรุปความคืบหน้าตึกถล่ม ณ เวลา 15.00 น. วันที่ 30 มีนาคม พบว่า มีผู้ประสบเหตุ 96 ราย เสียชีวิต 11 ราย (ชาย 8 ราย หญิง 3 ราย) บาดเจ็บ 9 ราย อยู่ระหว่างการติดตาม 76 ราย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อนุทิน รับภารกิจช่วยเหลือ-กู้ซากตึกสตง. ยากพอๆ กับถ้ำหลวง สมอ.ลุยเก็บชิ้นส่วนตรวจสอบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...