ยอดเสียชีวิตแผ่นดินไหวเมียนมาแตะ 1,700 ราย หวั่นกระทบจีดีพี 70%
Businesstoday
อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 10.52 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 03.52 น. • Businesstodayยอดผู้เสียชีวิตยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลังจากแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.7 ในเมียนมาเมื่อวันศุกร์ (28 มี.ค.) โดยข้อมูลเมื่อคืนวันอาทิตย์ (30 มี.ค.) รายงานผู้เสียชีวิตที่มากกว่า 1,700 ราย บาดเจ็บ 3,408 คน และสูญหาย 139 คน ขณะที่เมียนมาร้องขอความช่วยเหลือฉุกเฉินจากประชาคมโลก
เมียนมาตั้งอยู่บนรอยเลื่อนสะกาย ที่เป็นบริเวณขอบเขตของแผ่นเปลือกโลกอินเดียกับเปลือกโลกซุนดา โดยรอยเลื่อนสะกายลากยาวจากเหนือจรดใต้ประมาณ 1,200 กม. ผ่านเมืองต่างๆ อย่างย่างกุ้ง และมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2
โครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ รวมถึงสะพานอังวะที่เชื่อมเมืองสะกายกับมัณฑะเลย์, มหาวิทยาลัยมัณฑะเลย์ และสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง
หน่วยกู้ภัยและความช่วยเหลือจากนานาประเทศหลั่งไหลเข้าสู่เมียนมา รวมถึงทีมจากอินเดีย จีน สิงคโปร์ และไทย เช่นเดียวกับมาเลเซีย สิงคโปร์ และรัสเซียที่ส่งความช่วยเหลือและบุคลากรไปยังเมียนมา
นอกจากนั้น มาเลเซียจะให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม 10 ล้านริงกิต, อังกฤษรับปากจะให้ความช่วยเหลือ 10 ล้านปอนด์ในการลำเลียงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเป็นอาหาร น้ำ ยา และที่หลบภัย, สหรัฐให้คำมั่นจะช่วยเหลือในวงเงิน 2 ล้านดอลลาร์ ผ่านองค์กรช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ตั้งอยู่ในเมียนมา
พลเอกอาวุโสมิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา กล่าวว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีก หลังจากร้องความช่วยเหลือจากนานาชาติ ซึ่งนับเป็นท่าทีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนักสำหรับรัฐบาลทหารเมียนมา
แบบจำลองการคาดการณ์ของสำนักงานสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐ ประมาณการว่า ยอดผู้เสียชีวิตในเมียนมาอาจสูงถึง 10,000 คน และผลกระทบทางเศรษฐกิจอาจสูงถึง 70% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศของเมียนมา
ดร.โรเจอร์ มัสโซ นักวิจัยแห่งสำนักธรณีวิทยาอังกฤษ ระบุว่าการคาดการณ์ดังกล่าวอาศัยข้อมูลจากแผ่นดินไหวครั้งก่อนๆ และพิจารณาถึงขนาด, ที่ตั้ง รวมถึงความพร้อมรับมือแผ่นดินไหวโดยรวมของเมียนมา
ขณะที่ดร.เอียน เคลแมน ผู้เชี่ยวชาญด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งUniversity College London บอกว่า มีคำพูดที่ว่า ”แผ่นดินไหวไม่ได้ทำให้คนเสียชีวิต แต่สิ่งปลูกสร้างที่ถล่มลงมาต่างหากที่ทำให้คนเสียชีวิต ภาครัฐมีหน้าที่ในการจัดวางกฎระเบียบต่างๆ รวมถึงในการก่อสร้างอาคาร”