ตำนานสายดาร์ก ต้นกำเนิด ‘วันวาเลนไทน์’ มาจากพิธีกรรมอันมืดมน
วันวาเลนไทน์ในปัจจุบันคือ‘วันแห่งความรัก’ ที่คู่รักทั่วโลกแสดงความรักต่อกัน แต่ถ้าให้พูดถึงต้นกำเนิดของวันวาเลนไทน์ จริงๆ แล้วมีหลายตำนานที่ถูกพูดถึง
หนึ่งในตำนานที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางคือเรื่องราวของนักบุญที่ชื่อว่า‘วาเลนตินัส’ หรือ‘วาเลนไทน์’ ซึ่งตรงกับชื่อของวันแห่งความรักวันนี้นี่เอง
นักบุญวาเลนไทน์เป็นที่รู้จักในฐานะ นักบุญที่ต่อต้านอำนาจจักรพรรดิคลอดิอุสที่2 (Emperor Claudius II) แห่งจักรวรรดิโรมัน
กษัตริย์พระองค์นี้โปรดการทำสงครามมากถึงกับสั่งให้ยกเลิกงานหมั้นและงานแต่งงานทั้งหมดในกรุงโรมเพื่อไม่ให้ผู้ชายที่จะต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารมีความรู้สึกขัดขืดเพราะเป็นห่วงครอบครัวหรือคนรักที่พวกเขาต้องดูแล
แต่นักบุญวาเลนไทน์ไม่ทำตาม ยังคงแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักหลายคู่ จนจักรพรรดิคลอดิอุสที่2 ไม่พอใจสุดท้ายนักบุญวาเลนไทน์ถูกจับมาขังคุกและสั่งให้ประหารชีวิต
ในขณะที่ถูกขังอยู่ เขาดันไปตกหลุมรักลูกสาวของผู้คุมคนหนึ่ง ที่ชื่อว่าจูเลีย ทั้งๆ ที่รู้ว่าความรักเป็นไปไม่ได้ จนถึงเวลาที่ต้องถูกประหารชีวิต นักบุญวาเลนไทน์ได้เขียนจดหมายฉบับสุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายจดหมายว่า‘From your Valentine’
ต่อมา วันที่14 กุมภาพันธ์ซึ่งเป็นวันที่นักบุญวาเลนไทน์ถูกประหารชีวิตถูกกำหนดให้เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรักของคริสตจักรโรมันคาทอลิก
นี่คือเรื่องที่เป็นตำนานสุดเศร้าและที่มาของวันวาเลนไทน์เพื่อยกย่องและระลึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ของนักบุญวาเลนไทน์
แต่นอกจากตำนานที่กล่าวถึงเมื่อกี้ยังมีตำนานที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์อีกหลายตำนาน
Explainer โพสต์นี้จะพาไปทำความรู้จักต้นกำเนิดวันวาเลนไทน์ในอีกแง่มุมหนึ่งแต่ต้องเตือนกันก่อนว่าก่อนจะอ่านต่อคงต้องทำใจกันสักนิดเพราะเรากำลังจะพูดถึงตำนานวันวาเลนไทน์ในด้านมืดสุดๆแบบที่หลายคนอาจจะคิดไม่ถึง
ตำนานนี้พูดถึงจุดเริ่มต้นของวันวาเลนไทน์ว่า มาจากเทศกาลที่ชื่อว่า‘ลูเปอร์คาเลีย’ (Lupercalia) ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองการเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิและความอุดมสมบูรณ์ของชาวโรมันโบราณ
ในอดีต เทศกาลลูเปอร์คาเลีย จะจัดเป็นประจำทุกปี ในวันที่13-15 กุมภาพันธ์ ชาวโรมันโบราณจะใช้ช่วงเวลานี้บูชาเทพเจ้าที่ชื่อว่า‘ลูเปอร์คัส’ ซึ่งคล้องจองกับชื่อเทศกาล
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันไม่มีใครรู้ว่า เทพเจ้าลูเปอร์คัส มีที่มาที่ไปอย่างไร เพียงแต่เชื่อกันว่าน่ามาจากรากศัพท์ คำว่า‘ลูปัส’ (lupus) ที่แปลว่า หมาป่า เพราะเทพเจ้าองค์นี้ิมีหัวเป็นสุนัข
ด้วยความที่เป็นพิธีกรรมโบราณในยุคหลายพันปีก่อนการบูชาเทพเจ้าในยุคนั้นเลยยังคงดำเนินไปภายใต้ความเชื่อเรื่องการบูชายัญตามแบบฉบับยุคโบราณ
เทศกาลลูเปอร์คาเลียก็เช่นกัน เทศกาลนี้ใช้สัตว์บูชายัญ2 ชนิด คือสุนัขและแพะ บางตำราบอกว่า ไม่ใช่แค่สุนัขธรรมดาด้วย แต่ใช้ลูกสุนัขตัวเล็กๆ ที่กำลังน่ารักบูชายัญเลยทีเดียว
ในวันเทศกาลสัตว์ทั้งสองชนิดนี้จะถูกนำไปบูชายัญในถ้ำ จากนั้นผู้ประกอบพิธีจะนำเลือดของสัตว์บูชายัญมาป้ายศีรษะของเด็กหนุ่ม2 คนที่มาจากตระกูลชั้นสูงแล้วใช้ขนสัตว์ชุบนมเช็ดออก
ส่วนหนังแพะจะถูกนำมาทำเป็นแส้เส้นเล็กๆมอบให้กับเด็กหนุ่มทั้งสองรวมถึงพวกเด็กหนุ่มที่จากตระกูลผู้ดีอีกหลายคนที่ได้รับโอกาสให้มาร่วมประกอบพิธีนี้
เมื่อได้รับแส้หนังแพะมาแล้วเด็กหนุ่มทั้งหมดจะต้องเปลือยกายแล้วถือแส้ที่ได้มาวิ่งไปทั่วเมือเพื่อไล่ฟาดผู้หญิงในเมืองโดยมีความเชื่อว่าการทำแบบนี้จะทำให้ผู้หญิงมีร่างกายสมบูรณ์และพร้อมจะสืบพันธุ์
จากนั้นบรรดาผู้หญิงจะเขียนชื่อตัวเองใส่ลงในไห ให้ผู้ชายที่มาร่วมพิธีมาจับชื่อแบบสุ่ม(เหมือนการจับสลากในยุคนี้) ใครจับได้คนไหนก็จะได้อยู่ด้วยกัน ควงคู่กันไปตลอดเทศกาล หรือบางคู่ก็อาจจะสานต่อกันต่อไปหากว่าถูกใจกันจริงๆ
โดยชายหญิงที่จับสลากได้กันและกันจะสามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้ มีบางตำราระบุว่าเรื่องนี้เป็นวัตถุประสงค์หลักของเทศกาลนี้เพื่อให้ผู้หญิงมีลูกกันเยอะๆ จะได้เพิ่มจำนวนประชากรให้กับอาณาจักร
ขณะที่บางตำราก็อธิบายการหาคู่ในเทศกาลลูเปอร์คาเลียไว้ต่างออกไป คือมีความเชื่อว่าใครที่ได้คู่จากเทศกาลนี้คือคู่ชีวิตที่เทพเจ้ามอบให้และจะได้ครองคู่กันไปตลอดชีวิต
แต่จะยังไงก็แล้วแต่ ถ้าอิงตามตำนานโรมันโบราณที่เล่ามาจนถึงตอนนี้เทศกาลลูเปอร์คาเลียก็คือเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับการหาคู่ของชายและหญิง
แม้เรื่องนี้จะเป็นตำนานที่เล่าขานกันมาโดยไม่มีหลักฐานหรือจดหมายเหตุยืนยันอย่างแน่ชัด แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็มีบางความเชื่อที่เชื่อว่าเทศกาลลูเปอร์คาเลียก็คือต้นกำเนิดของเทศกาลวาเลนไทน์ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเกี่ยวข้องกับความรักและการครองคู่เหมือนๆกัน
โดยจุดเปลี่ยนจากเทศกาลลูเปอร์คาเลียมาเป็นวาเลนไทน์เกิดขึ้นในยุคของพระสันตปาปาเกลาซิอุส ซึ่งมองว่าเทศกาลลูเปอร์คาเลียเป็นพิธีการนอกรีตนอกศาสนาเลยเปลี่ยนมาโยงกับตำนานของนักบุญวาเลนไทน์ผู้เสียสละเพื่อความรักอันบริสุทธิ์กลายเป็นวันแห่งความรักในปัจจุบัน