โบรก มอง SCB ยังไม่เสี่ยงจาก “King Power” เพราะจ่ายดอกเบี้ยธนาคารได้
บล.หยวนต้า วิเคราะห์ความเสี่ยงจาก "King Power" ต่อ SCB พบยังไม่อยู่ในจุดที่น่ากังวลยังมีการชำระดอกเบี้ยสม่ำเสมอ แต่มีโอกาสที่ธนาคารจะเพิ่มอัตราการตั้งสำรอง หากพบมีการค้างชำระแก่ AOT นานขึ้น
17 ก.พ.2568 บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์ หุ้นบริษัท เอสซีบี เอกซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่เมื่อวันศุกร์ที่แล้วราคาหุ้นปรับตัวลง 3.2% หลังมีกระแสข่าวเกี่ยวกับยอดลูกหนี้ไม่หมุนเวียนของ AOT ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดมองว่าลูกหนี้สำคัญที่มีการค้างชำระคือกลุ่ม King Power ซึ่งมีการขอเลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ขั้นต่ำ เดือน ส.ค. 2567 ถึง ก.พ. 2568 ออกไป 18 เดือน โดยยอดจ่ายค่าปรับ 9% ต่อปี สร้างความกังวลว่าจะมีผลส่งต่อมายัง SCB
ในเบื้องต้น ฝ่ายวิจัยหยวนต้า ได้สอบถามไปยังSCB และพบว่า King Power ยังถูกจัดเป็นลูกหนี้ปกติ แม้จะมีประเด็นค้างชำระค่าผลประโยชน์ขั้นต่ำกับ AOT ทำให้ธนาคารมีการตั้งสำรองสำหรับกรณีดังกล่าวเพียงเล็กน้อย และยืนยันว่า King Power ยังมีการชำระดอกเบี้ยเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ
ฝ่ายวิจัย บล.หยวนต้า ยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ของSCB ไว้ที่ 45,435 ล้านบาท เติบโต 3.4% เพราะมองประเด็นดังกล่าวจะไม่กระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท เนื่องจาก King Power ยังมีการดำเนินธุรกิจและสามารถชำระคืนหนี้แก่ธนาคารได้ตามปกติ แต่มีโอกาสที่ธนาคารจะเพิ่มอัตราการตั้งสำรองสำหรับ King Power มากขึ้นกว่าลูกหนี้ปกติ หากมีการค้างชำระแก่ AOT นานขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้มองว่าราคาหุ้นSCB ที่ปรับตัวลงเป็นจังหวะสะสม สำหรับนักลงทุนที่ต้องการหุ้นธนาคารที่มีเงินปันผลน่าสนใจ เพราะแม้ประเมินผลจากการตั้งสำรองในกรณีที่ทั้ง 2 บริษัทกลายเป็นหนี้เสีย SCBก็ยังสามารถจ่าย Div. Yield ปี 2568 ได้ในระดับสูงกว่า 5.7%
ส่วนช่วงสั้นคาด SCBจะยังสามารถจ่ายปันผลสำหรับผลดำเนินงานครึ่งหลังของปี 2567 อยู่ที่หุ้นละ 7 บาท คิดเป็น Div. Yield 5.9% จึงมองว่าประเด็นดังกล่าวไม่ได้ทำให้เงินกองทุนลดลงจนถึงระดับที่น่ากังวล จึงยังคงแนะนำซื้อหุ้นSCB ให้ราคาพื้นฐานเท่าเดิมที่ 130 บาท