โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“กู้ภัย” เผย ไม่พบสัญญาณชีพแล้ว ชี้ เปิดโซน Cได้มากยิ่งขึ้น

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 07 เม.ย. 2568 เวลา 10.35 น.

“กู้ภัย” เผย ไม่พบสัญญาณชีพแล้ว ชี้ เปิดโซน Cได้มากยิ่งขึ้น เน้น ทำงานในโซน B-C ยัน จนท.ทำงานเต็มที่ตลอดเวลา เชื่อ การถอนภารกิจของทีมต่างๆ ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน

เวลา 16.00 น. วันที่ 7 เม.ย. 68 ที่ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) นายอัญวุฒิ โพธิ์อำไพ หรือ น้ายอด หัวหน้ารถกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู กล่าวถึงความคืบหน้าการค้นหาผู้สูญหายจากเหตุ อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ถล่ม กล่าวว่า การปฏิบัติการตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา แม้ช่วงเช้าจะมีฝนตกลงมา แต่หลังจากฝนหยุด ทีมปฏิบัติก็ลุยทำงานต่อ เวลาขณะนี้ล่วงเลยมามากแล้ว เชื่อว่าหลายคนเริ่มทำใจได้แล้ว ซึ่งจากโครงสร้างอาคารที่ถล่มลงมาผู้รอดชีวิตอาจน้อย แต่ยืนยันจะไม่ทิ้งความหวัง

โดยการปฏิบัติการของวันนี้ หลังจากฝนหยุดเครื่องมือหนัก ได้ทำงานต่อเนื่องจากเมื่อคืน โดยช่วงเที่ยงที่ผ่านมาได้เปิดโซน C เข้าไปลึกมาก โซน B เจออีกหนึ่งช่องที่กู้ภัยสามารถเข้าลงไปได้ในแนวดิ่ง 5 - 6 เมตร จึงได้ลงไปตรวจสอบพบลักษณะเป็นโถงและเป็นปล่อง ซึ่งคาดว่าเป็นปล่องลิฟต์ โดยทีมกู้ภัยที่ลงไปได้ใช้เวลาประเมินหเป็นเวลานาน และได้กลิ่นที่แรงมาก เมื่อยังไม่พบผู้ประสบภัยจึงได้ทำเครื่องหมายไว้และให้ทีมกู้ภัยกลับขึ้นมา ขณะที่ โซน C ได้ใช้เครื่องมือหนักลุยเข้าไปเปิดโซนต่อไป

นายอัญวุฒิ ย้ำว่า ทุกทีมจะนำผู้ประสบภัยออกมาอย่างระมัดระวังและครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเคสใดก็ตาม ซึ่งต้องบอกว่าการเจอร่างผู้ประสบภัย ในขณะนี้จะอยู่ในสภาพเหมือนถูกสิ่งที่มีน้ำหนักขนาดใหญ่ทับ ร่างจะอยู่ในลักษณะแหลก โดยช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ได้เจอชิ้นส่วนอวัยวะหลายจุด จึงได้รวบรวมส่งสถาบันนิติเวชวิทยา เพื่อให้แพทย์ตรวจ DNA และพิสูจน์ทราบ

สำหรับช่วงเช้าที่ผ่านมาฝนตกลงอย่างหนัก ช่วยลดฝุ่นได้จำนวนมาก รวมถึงอุณหภูมิก็ลดลงด้วยเช่นกัน แต่หลังจากที่ฝนตกอุณหภูมิลดลง รวมถึงเกิดโคลนเลน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องทำงานระมัดระวังเพิ่มเติม

ส่วนเมื่อเช้าที่นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าฯกทม. บอกว่าจะมีการปรับแผนปฏิบัติงานและถอนกำลังบางส่วนนั้น นายอัญวุฒิ ระบุว่า ขณะนี้ย่างเข้าวันที่ 10 แล้ว การใช้เครื่องมือขนาดเล็กหรือทีมค้นหาขนาดเล็ก อย่างสุนัข K9 อาจไม่ต้องใช้แล้ว และครบกำหนดระยะเวลาทำงาน ซึ่งสุนัข K9 ก็ได้ทำงานอย่างเต็มที่และพร้อมทำงานตลอดเวลา รวมถึงการทำงานของโรบอต และหลายหน่วนงาน ก็เริ่มถอนตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งหลังจากนี้จะเน้นการทำงานของเครื่องจักรหนัก และทีมกู้ภัย ซึ่งจะเป็นการรื้อโครงสร้างอย่างระมัดระวังที่สุด เมื่อเจอสิ่งใดๆ เครื่องจักรเหล่านี้จะหยุดทำงานและจะให้ทีมกู้ภัยเข้าไปตรวจสอบ

พร้อมยืนยันว่า การถอนภารกิจของทีมต่างๆ ไม่เป็นอุปสรรคในการทำงาน เนื่องจากทีมของเราเป็นทีมหลักในการทำงาน รวมทั้ง ปภ.,ทหาร และทีมกู้ภัย ส่วนทีมที่ถอนตัวเป็นทีมเสริมสนับสนุนอุปกรณ์กู้ภัย ซึ่งต้องขอบคุณหน่วยงานเหล่านี้ด้วย

นายอัญวุฒิ กล่าวต่อว่า การทำงานในตอนนี้จะเน้นโซน B และ C ส่วน โซน A และ D ที่อยู่ด้านหน้าจะเป็นการเปิดร่วมอย่างระมัดระวัง เพราะอาจทำให้โครงสร้างเทลาดลงมาได้

พร้อมยอมรับว่าทีมงานทุกคนเหนื่อย นอนน้อยมาก แต่ไม่มีใครพูดว่าเหนื่อย พร้อมยืนยันว่าจะทำงานจนกว่าสนับคู่ประสบภัยคนสุดท้ายออกมา

ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของทีมกู้ภัยที่ดูไม่มีความคืบหน้า นายอัญวุฒิ กล่าวว่า ไม่เป็นไรและไม่เสียกำลังใจ เพราะมีกำลังใจที่มากกว่า แต่จะนำความคิดเห็นเหล่านั้นมาดูว่าหากช้าจริงก็จะรีบค้นหา ซึ่งตนก็ได้ให้กำลังใจทีมงานด้วยเช่นกัน โดยเมื่อคืนช่วง 5 ทุ่ม เครื่องมือหนักไม่หยุดทำงาน และทุกจุดได้มีการระดมค้นหาครั้งสุดท้ายอย่างเต็มที่ทุกโซน ทุกโพรง จากเจ้าหน้าที่และสุนัข K9 จนเวลาประมาณ ตี 1 พบผู้ประสบภัยที่ถูกทับอยู่ในโซน B แต่ยังไม่สามารถเอาออกมาได้เนื่องจากมีโครงสร้างขนาดใหญ่ทับอยู่

นายอัญวุฒิ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่วันแรกที่พบผู้ประสบภัยที่ถูกทับอยู่ แต่สาเหตุที่ยังไม่รีบนำออกมา เพราะอาจทำให้โครงสร้างอื่นพังทลายลงมาได้ จึงต้องไปเร่งค้นหาจุดอื่น

ในส่วนของรถแบ็คโฮที่ทรุดจากดินโคลน หลังจากฝนตก นายอัญวุฒิชี้แจงว่า ทรุดไม่มากและ เจ้าหน้าที่ไม่ได้รับอันตราย ซึ่งพื้นที่ตรงนั้นเป็นทั้งฝุ่นและดินโคลนผสมกัน ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งนำแมคโครขึ้นแอ่งโคลนดังกล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการค้นหาผู้สูญหาย ดำเนินการไปได้แล้ว 30% จากโครงสร้างหลักทั้งหมด ซึ่งยังเหลือฐานที่ถล่มด้านหลังโซน B และ C ซึ่งมีความหนา และเป็นทางเชื่อมระหว่างอาคารกับลานจอดรถ มีความเป็นไปได้ว่าผู้ประสบภัยจะอยู่ในบริเวณนี้ หากผู้ประสบภัยมาอยู่ในบริเวณนี้ก็ต้องใช้เวลาค้นหาอีกนาน เพราะต้องรื้อในขั้นตอนหลังสุด

ทั้งนี้การสแกนค้นหาสัญญาณชีพในขณะนี้ไม่พบแล้ว แต่เป็นการชี้พิกัดโดยรวมว่าอยู่ในกองของซากปรักหักพังในอาคาร แต่ไม่ทราบว่าอยู่ในระดับใด เนื่องจากเป็นการถ่ายจากมุมสูงลงมา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...