โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เยือน ‘มะละกา’ ช่องแคบที่คนไทยคุ้นหูแต่ไม่คุ้นตา สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งมรดกโลก ของเมืองท่าที่มีประวัติกว่า 600 ปี

Positioningmag

อัพเดต 06 ก.พ. 2568 เวลา 01.49 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. 2568 เวลา 01.49 น.

เชื่อว่าคนไทยจะคุ้นเคยกับชื่อ '#ช่องแคบมะละกา' แต่เชื่อว่าน้อยคนจะเคยได้ไปสัมผัสกับเมือง 'มะละกา' ประเทศมาเลเซีย โดยทาง #PositioningOnline ได้มีโอกาสได้ไปเยือน แม้ว่าไทยจะไม่มีเที่ยวบินตรง แต่ 'สายการบินสกู๊ต' (Scoot) ก็ทำให้การเดินทางของคนไทยไปได้ง่ายขึ้นด้วยเที่ยวบินจากสิงคโปร์ ต่อไปถึงมะละกา ที่ใช้เวลาเดินทางจากสนามบินชางงีเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

#มะละกา: เสน่ห์แห่ง #เมืองมรดกโลก

มะละกา เมืองท่าประวัติศาสตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากยูเนสโก มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 600 ปี เริ่มจากการเป็นอาณาจักรมะละกาที่รุ่งเรืองในคริสต์ศตวรรษที่ 15 ด้วยทำเลที่ตั้งอันเป็นยุทธศาสตร์บนช่องแคบมะละกา ทำให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ เป็นจุดแวะพักของพ่อค้าจากทั่วโลก ทั้งจีน อินเดีย อาหรับ และยุโรป
ดังนั้น หากใครได้ลองไปเยือนมะละกาก็จะเห็นการผสมผสานจากหลากหลายวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมจีนและมลายู จนเกิดเป็นการวัฒนธรรม Peranakan หรือบาบ๋า-ยาหยา รวมถึงวัฒนธรรมที่ได้อิทธพลจากชาติมหาอำนาจต่าง ๆ ผ่านการปกครองทั้งโปรตุเกส ฮอลันดา และอังกฤษ ทำให้เมืองนี้มีมรดกทางสถาปัตยกรรมที่หลากหลาย สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของยุคอาณานิคมที่ทับซ้อนกันมาอย่างยาวนาน
#EncoreMelaka: การแสดงที่ไม่ควรพลาด
แน่นอนว่าด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 600 ปี แค่การไปท่องเที่ยวไม่กี่วันคงไม่อาจทำให้เราได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาของเมืองมะลากาได้หมด ดังนั้น ไฮไลท์สำคัญของการเยือนมะละกาคือการชมการแสดงที่ 'Encore Melaka' โรงละครทันสมัยริมน้ำที่จุผู้ชมได้มากกว่า 2,000 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยเวทีหมุนได้ 360 องศา ความยาว 240 เมตร พร้อมระบบแสง สี เสียง และวิดีโอแมปปิ้ง 3 มิติที่ล้ำสมัย การแสดงนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมะละกาได้อย่างน่าประทับใจ ช่วยให้เราได้รู้ถึงประวัติความเป็นมาของเมืองมะลากาได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
#BabaHouseMelaka: พักผ่อนในบรรยากาศย้อนยุค
สำหรับที่พักในคืนแรกของทริปคือ Baba House Melaka ที่ตั้งอยู่ในเขตเมืองเก่า ได้กลิ่นอายเหมือนกับเดินในตัวเมืองเก่าภูเก็ต จุดเด่นที่อยากแนะนำของ Baba House Melaka ก็คือ เป็นโรงแรมสไตล์ท้องถิ่นที่ผสมผสานความคลาสสิกและความสะดวกสบายได้อย่างลงตัว โดยห้องพักตกแต่งด้วยเอกลักษณ์วัฒนธรรม Peranakan ที่เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีนและมลายู แต่ก็พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน
ด้วยความที่ Baba House Melaka ตั้งอยู่ในทำเลทองที่เป็นใจกลางเมือง ดังนั้น ก็จะได้สัมผัสถึงสถาปัตยกรรมที่เต็มไปด้วยการผสมผสานหลากวัฒนธรรมทั้งจีน โปรตุเกส เนเธอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน โบสถ์ ศาลเจ้า เป็นต้น
ล่องเรือยามค่ำคืนกับ #MelakaRiverCruise
แน่นอนว่าเสน่ห์ของมะละกาไม่ได้จำกัดอยู่ในตอนกลางวัน แต่ยามค่ำคืนก็เต็มไปด้วยความน่าสนใจ หน่งในนั้นคือการ #ล่องเรือ กับ Melaka River Cruise ที่เป็นการล่องเรือในคลองเพื่อมชมความงดงามของเมืองยามค่ำคืน เพราะคลองนี้จะตัดผ่านแลนด์มาร์กหลายแห่งของเมือง อาทิ ป้อมมิดเดิลเบิร์ก ที่เป็น 1 ใน 9 ป้อมปราการเก่าแก่ของชาวดัตช์ เป็นต้น
นอกจากจะตัดผ่านแลนด์มาร์กสำคัญ ๆ แล้ว ตลอด 2 ฝั่งคลองก็จะได้เห็นสีสันของบ้านเรือนชาว Kampung Morten ที่ประดับไฟเพิ่มสีสันให้นักท่องเที่ยว ซึ่งสาเหตุที่ทุกบ้านประดับไฟสวยงามไม่ใช่ว่าเป็นช่วงเทศกาลแต่อย่างใด แต่เป็นความร่วมมือของหมู่บ้านกับภาครัฐที่ต้องการเพิ่มสีสันให้การท่องเที่ยว โดยจะช่วยจ่ายค่าไฟให้ชาวบ้านที่อยู่ในเขตใกล้คลองอีกด้วย
ช้อปปิ้งย่าน #JonkerStreet
สำหรับสายช้อปปิ้ง ต้องไปย่าน Jonker Street (จองเกอร์สตรีท) ย่านนี้เป็นที่รู้จักกันดีสำหรับการช้อปปิ้งของที่ระลึกและสินค้าแฮนด์เมด รวมถึงอาหารท้องถิ่น ร้านขายของโบราณ และตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสดชื่น โดยตลาดกลางคืนจะเปิดทุกวันศุกร์-อาทิตย์ในตอนเย็น
สำหรับตอนกลางวัน สามารถเดินเล่นได้ชิล ๆ เพื่อช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ ขนม รวมถึงสัมผัสความเป้น เมืองเก่าได้อย่างเต็มที่ แม้ว่าจะมีกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับภูเก็ตบ้านเรา แต่เชื่อเถอะว่าถ้าได้ลองไป จะเห็นว่ามีอะไรที่น่าค้นหาไม่แพ้กัน
#LexisHibiscus: ที่พักหรูกลางทะเล
ท่องเที่ยวในคืนสุดท้าย จะไม่ได้อยู่ที่เมืองมะละกา แต่จะเดินทางสู่เมืองพอร์ตดิกสัน เพื่อไป ล่องเรือชมพระอาทิตย์ตก ที่ PD World Marina เส้นทางประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นเส้นทางการค้าสำคัญในอดีต ดื่มด่ำกับบรรยากาศชิล ๆ ชมพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมโยกไปตามเสียงเพลงจังหวะโจ๊ะ ๆ ของดีเจประจำเรือ
จากนั้นก็เข้าสู่ที่พักคือ Lexis Hibiscus รีสอร์ทหรูริมทะเลที่โดดเด่นด้วยวิลล่ากลางน้ำรูปดอกชบา มีทั้งหมด 522 หลัง โดยแต่ละหลังมาพร้อมสระว่ายน้ำส่วนตัวและห้องอบไอน้ำ มอบประสบการณ์การพักผ่อนระดับพรีเมียม พร้อมทั้งมีกิจกรรมให้เลือกเล่นครบ ทั้งว่ายน้ำ ดำน้ำ พายเรือคายัค เจ็ตสกี
สำหรับใครที่อยากจะหาสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ได้สัมผัสทั้งวัฒนธรรม ความบันเทิง Positioning ก็มองว่าเมืองมะละกาเป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยที่ทำให้เราได้สัมผัสทั้งมนต์เสน่ห์แห่งประวัติศาสตร์ข สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของการท่องเที่ยวในมาเลเซียได้เป็นอย่างดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...