โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กลุ่มคนไทย LGBTQIA+ มีเกือบ 6 ล้านคน เป็น 9% ของคนไทยทั้งประเทศ คาดกระตุ้นเศรษฐกิจไทยโตได้ 0.3% กว่า 150,000 ล้านบาท

BTimes

อัพเดต 28 เม.ย. 2568 เวลา 13.32 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2568 เวลา 04.50 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) รายงานผลงานวิจัยชื่อว่า “Love Wins Marketing: ถอดรหัสการตลาดหลัง พ.ร.บ.สมรสเท่าเทียม โดยสำรวจกลุ่ม LGBTQIA+ ซึ่งหมายถึงกลุ่มความหลากหลายทางเพศ ประกอบด้วย L=Lesbian, G=Gay, B=Bisexual, T=Transgender และ Q=Queer, I=Intersex, A=Asexual, N=Non-Binary และพลัส +(plus) จากกลุ่มเจนเนอเรชั่นคนไทย หรือเจนวาย(Y) และเจนซี(Z) รวมทั้งหมด 374 คน พบว่ากลุ่มดังกล่าวมีจำนวนราวกว่า 5.9 ล้านคน หรือเป็น 9% ของจำนวนประชากรคนไทยในประเทศไทย ซึ่งเป็นขุมทรัพย์ทางเศรษฐกิจใหม่ โดยสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจไทยให้เติบโตกว่า 0.3% สร้างรายได้เพิ่มกว่า 152,000 ล้านบาท

คนในกลุ่ม LGBTQIA+ นี้ เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อและมีแนวโน้มใช้จ่ายสูง โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวข้องกับชีวิตคู่และการสร้างความมั่นคง เช่น การจัดงานแต่งงาน การท่องเที่ยวฮันนีมูน การวางแผนครอบครัวและการมีบุตร การซื้อที่อยู่อาศัย การวางแผนการเงิน การทำประกันและดูแลสุขภาพ เป็นต้น

ที่สำคัญ กลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับการแสดงออกถึงตัวตน การได้รับการยอมรับ และเลือกซื้อสินค้าและบริการที่ไม่ได้มองเพียงแค่คุณภาพ หรือราคาเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่ได้รับจากแบรนด์ที่มีความเข้าใจและเคารพความหลากหลายอย่างแท้จริง

ผลสำรวจ ปรากฏว่า 56.1% ของกลุ่ม LGBTQIA+ อยากจัดงานแต่งงาน โดยกลุ่ม L หรือเลสเบี้ยน(สนใจในผู้หญิงด้วยกัน) ต้องการจดทะเบียนสมรสมากที่สุดถึง 50.4% และมากกว่า 66.4% ของคู่รักเพศเดียวกันต้องการจดทะเบียนสมรส มี 48.7% นิยมจัดงานที่โรงแรม ในจำนวนนี้พบว่าเป็นกลุ่มเกย์วัยเจนซี(Z) มากที่สุดถึง 64.9% และ 54.4% นิยมจัดงานมีความจุคนเข้าร่วมงานปานกลางระหว่าง 50-100 คน โดยเฉลี่ยมีงบประมาณในการจัดงานประมาณ 300,000-500,000 บาท

กลุ่มนี้มี 51.8% ให้ความสนใจและวางแผนไปฮันนีมูนหลังแต่งงาน โดยมีกลุ่มเลสเบี้ยนสูงถึง 35.2% ที่ชื่นชอบการไปฮันนีมูน และมีถึง 46.9% ในกลุ่มเลสเบี้ยนเจนวาย(Y) นิยมไปฮันนีมูนในเอเชียมากที่สุด รองลงไป 32% เป็นภายในประเทศ 32% และยุโรป 21.1% สำหรับประเภทที่พักที่นิยมสำหรับฮันนีมูน คือ วิลล่าส่วนตัว หรือ Private Villa 40.6% รองลงมา 31.3% เป็นโรงแรมหรู โดยกลุ่มเกย์เจนวาย(Y) นิยมโรงแรมมากกว่ากลุ่มอื่น

ด้านท่องเที่ยว พบว่า กลุ่ม LGBTQIA+ ใช้จ่ายในการท่องเที่ยวระหว่าง 20,000-50,000 บาทต่อปี เฉลี่ยไปท่องเที่ยวปีละ 3-5 ครั้ง โดยกลุ่มเกย์เจนวาย(Y) จัดสัดส่วนด้านค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวอยู่ระหว่าง 20,000-50,000 บาท ซึ่งสูงที่สุด นอกจากนี้ 54% ของกลุ่มเกย์เจนซี(Z) ชอบใช้บริการเอเจนซี่วางแผนฮันนีมูนให้มากกว่าวางแผนด้วยตัวเอง

ด้านอสังหาริมทรัพย์นั้น พบว่าการซื้อคอนโดมิเนียมและบ้านจากคู่ LGBTQIA+ เพิ่มขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา 15-20% ผลสำรวจ พบว่ามี 54% ของกลุ่ม LGBTQIA+ ต้องการซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง โดยกลุ่ม L หรือเลสเบี้ยนมีความต้องการสูงที่สุด ในจำนวนนี้ 79.1% ของกลุ่ม LGBTQIA+ เลือกซื้อบ้านเดี่ยว มี 20.9% เลือกย้ายไปอยู่กับคู่รัก โดยมีงบประมาณเฉลี่ย 3-5 ล้านบาท ในขณะที่กลุ่ม L หรือเลสเบี้ยนเจนซี(Z) สนใจซื้อคอนโดมิเนียมสูงถึง 44% ส่วนกลุ่มเกย์เจนซี(Z) และกลุ่มอื่นๆเจนซี(Z) สนใจบ้านเดี่ยวมากกว่าที่ 40%

ในแง่การมีทายาทนั้น พบว่า ที่สำคัญ กลุ่ม LGBTQ+ อยากมีลูกสูงถึง 4 เท่า เมื่อเทียบกับคนทั่วไป โดยกลุ่ม LGBTQIA+ มีถึง 54% วางแผนมีบุตรภายใน 2 ปีหลังการแต่งงาน โดยกลุ่มเลสเบี้ยนเจนซี(Z) มีความต้องการอยากมีบุตรสูงที่สุด และกลุ่มเกย์เจนซี(Z) มี 16.1% ที่มีความคาดหวังที่จะมีบุตรมากกว่ากลุ่มอื่น ผลวิจัยยังพบว่า 12.9% ของกลุ่ม LGBTQIA+ ต้องการใช้บริการธนาคารฝากเซลล์สืบพันธุ์ในการมีบุตร สำหรับทางเลือกในการมีบุตรของกลุ่ม LGBTQIA+ มีหลายวิธี เช่น การปฏิสนธินอกร่างกาย (IVF) ที่มีค่าใช้จ่าย อยู่ที่ประมาณ 300,000-500,000 บาท การตั้งครรภ์แทน ค่าใช้จ่ายสูงถึง 1-2.5 ล้านบาทหรือมากกว่า และการรับบุตรบุญธรรมที่มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าที่ 5,000-10,000 บาท

ด้านประกันสุขภาพ พบว่า 48.6% ของกลุ่ม LGBTQIA+ มีค่าใช้จ่ายกับประกันในช่วง 10,000-30,000 บาทต่อปี โดยประกันสุขภาพเป็นที่ต้องการของกลุ่มเกย์เจนวาย(Y) มากที่สุด กลุ่มเลสเบี้ยนเจนวาย(Y) ต้องการประกันชีวิตแบบระบุผู้รับผลประโยชน์มากที่สุด และกลุ่มเกย์เจนซี(Z) ต้องการประกันการเดินทางมากที่สุด นอกจากนี้ กลุ่มเลสเบี้ยนสนใจบริการศัลยกรรมแปลงเพศมีถึง 8.7% มากกว่ากลุ่มเกย์ที่สนใจเพียง 3.5%

ด้านพฤติกรรมการบริโภคและทัศนคติต่อแบรนด์ พบว่า 77% ของกลุ่ม LGBTQIA+ มองปัจจัยด้านราคาและคุณภาพเป็นเหตุผลในการตัดสินใจซื้อโดยกลุ่มเกย์เจนวาย(Y) เน้นคุณภาพมากกว่าราคา ส่วนกลุ่มเลสเบี้ยนเจนวาย(Y) มองภาพลักษณ์มากกว่าราคา และกลุ่มอื่นๆเจนวาย(Y) ถึงกว่า 61% เป็นกลุ่มที่อ่อนไหวต่อราคา นอกจากนี้ยังพบอีกว่า 23% ของกลุ่ม LGBTQIA+ ใช้ประสบการณ์ด้านบริการเป็นเหตุผลในการตัดสินใจซื้อ

สำหรับบริการที่เป็นที่ต้องการในกลุ่ม LGBTQIA+ ได้แก่ บริการให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย บริการการวางแผนครอบครัวและการมีบุตร และบริการแพทย์เฉพาะทาง/คลินิกพิเศษเฉพาะกลุ่ม ที่น่าสนใจคือ กลุ่มเลสเบี้ยนเจนซี(Z) นิยมออกเดทมากที่สุด โดย 77.8% ของกลุ่มนี้ออกเดท ส่วนที่เหลือไม่ออกเดท และยังพบว่ากลุ่ม LGBTQIA+ ใช้จ่ายเฉลี่ย 2,000-5,000 บาทต่อเดือนในการออกเดท โดย 22.46% มีการใช้จ่ายสูงกว่า 5,000 บาทต่อเดือน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...