โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

สปสช.ยอมรับมีข้อมูลหลุด 1.3 แสนรายการ ไม่เกี่ยวกับ A-MED

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 28 มี.ค. 2568 เวลา 04.58 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. 2568 เวลา 04.58 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(28 มี.ค. 68) จากกรณีที่มีการเปิดเผยว่ามีมิจฉาชีพประกาศขายข้อมูลคนไทย ขนาดไฟล์ใหญ่กว่า 8 GB บนดาร์คเว็บ โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากฐานข้อมูลของระบบ A-MED Care Plus วานนี้(27 มี.ค.) ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. ชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้หลุดจากฐานข้อมูลของระบบ A-MED Care Plus โดย สปสช. ได้รับแจ้งจาก สวทช.เกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

ทพ.อรรถพร เปิดเผยว่า ช่วงกลางเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีข้อมูลที่โดนจารกรรมประมาณ 1.3 แสนรายการ จากขั้นตอนในช่วงที่มีการคัดลอกข้อมูล เพื่อมาทำฐานข้อมูลชั่วคราวสำหรับการประมวลผลรายงาน ส่งให้กับคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ซึ่งเป็นระบบเดี่ยวที่ไม่ได้เชื่อมโยงกับระบบใด จึงทำให้เหตุการณ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อหน่วยบริการทั้งหมด และไม่มีผลกระทบต่อระบบ A-MED Care Plus และระบบที่เชื่อมโยงกับ A-MED Care Plus รวมถึงไม่มีผลกระทบต่อระบบการเบิกจ่ายกับ สปสช.

ด้าน ศ.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า สวทช.ดำเนินการแก้ไขเพื่อป้องกันระบบได้ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากได้รับแจ้งจากสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) โดยได้ย้ายฐานข้อมูลชั่วคราวสำหรับการประมวลผลรายงานให้มาอยู่ในคลาวด์ภาครัฐ (GDCC) ที่มีความปลอดภัยและมั่นคงสูงแทน

จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า มีข้อมูลประมาณ 1.3 แสนรายการที่อาจจะถูกเข้าถึงได้ โดยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ชื่อ นามสกุล อีเมลและเบอร์โทรศัพท์ของผู้รับบริการแพทย์แผนไทย โดยได้แจ้ง สปสช.ให้รับทราบสถานการณ์ และ สวทช.ได้ดำเนินการแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.)

พร้อมทั้งแจ้งความที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อหาผู้กระทำผิดและจะดำเนินคดีจนถึงที่สุด รวมทั้งเพิ่มระบบมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เกิดภัยทางไซเบอร์ในรูปแบบเดียวกันอีกในอนาคต

ทั้งนี้ สปสช.ได้แนะนำให้ประชาชนที่เคยรับบริการแพทย์แผนไทยในคลินิกแพทย์แผนไทยชุมชนอบอุ่น ระมัดระวังอย่าหลงเชื่อข้อความสั้น (SMS) เพื่อหลอกให้กดลิงก์ หรือหลอกให้โอนเงินทางโทรศัพท์ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ หรือการกระทำอื่นใดที่มีที่มาไม่ชัดเจนหรือยืนยันไม่ได้ และหากพบเหตุการณ์ดังกล่าวแจ้งได้ที่สายด่วน สปสช. 1330

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...