โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ดาวโจนส์ปิดลบกว่า 2 พันจุด ติดลบ 5.50%

AEC10NEWs

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 13.23 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 05.56 น. • AEC10NEWS

ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักเป็นวันที่ 2 ติดต่อกันในวันศุกร์ (4 เม.ย.) และเข้าสู่ภาวะปรับฐาน โดยความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสงครามการค้าโลกซึ่งทวีความรุนแรงขึ้นได้ฉุดตลาดร่วงลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เกิดโควิด-19 ขณะที่ดัชนี Nasdaq ได้เข้าสู่ภาวะตลาดหมี (bear market) แล้ว

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 38,314.86 จุด ร่วงลง 2,231.07 จุด หรือ -5.50%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 5,074.08 จุด ร่วงลง 322.44 จุด หรือ -5.97% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 15,587.79 จุด ร่วงลง 962.82 จุด หรือ -5.82%

ในรอบสัปดาห์นี้ ดัชนีดาวโจนส์ร่วง 7.9%, ดัชนี S&P500 ร่วง 9.1% และดัชนี Nasdaq ร่วง 10%

มาตรการภาษีของทรัมป์ทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และแรงเทขายหุ้นทำให้มูลค่าของบริษัทสหรัฐฯ หายไปหลายล้านล้านดอลลาร์

นับตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย.ทีผ่านมา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีสินค้านำเข้าสูงสุดในรอบกว่า 100 ปี นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นครั้งใหญ่ เพราะวิตกต่อสภาพเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และความเป็นไปได้ที่ประเทศคู่ค้าจะตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีเช่นกัน

รัฐบาลทั่วโลกเริ่มตอบโต้การขึ้นภาษีของทรัมป์ในวันศุกร์ ทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนถดถอยลงอีก โดยเจพีมอร์แกน (JP Morgan) ปรับเพิ่มโอกาสที่เศรษฐกิจโลกจะเข้าสู่ภาวะถดถอยภายในสิ้นปีเป็น 60% จากเดิม 40%

กระทรวงการคลังของจีนประกาศจะเก็บภาษีสินค้าจากสหรัฐฯ เพิ่มอีก 34% มีผลตั้งแต่วันที่ 10 เม.ย. ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ออสเตรเลีย และอิตาลี ก็หารือกันถึงวิธีตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์

เจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) กล่าวต่อสาธารณะเป็นครั้งแรกหลังการประกาศภาษีของทรัมป์ โดยเตือนว่าภาษีที่เพิ่มขึ้นมากเกินคาดอาจทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอลง ซึ่งจะเป็นความท้าทายต่อการตัดสินใจของเฟดในอนาคต

นักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตรเพื่อความปลอดภัย ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ร่วงต่ำกว่า 4%

ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารสหรัฐฯ ร่วงลงรุนแรง เนื่องจากนักลงทุนคาดว่า เฟดและธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องลดดอกเบี้ย และผลกระทบทางเศรษฐกิจจากภาษีจะทำให้กำไรของธนาคารหดตัว โดยดัชนีหุ้นกลุ่มธนาคารร่วงลง 7.3%

หุ้นทั้ง 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ร่วงเกิน 4.5% โดยกลุ่มพลังงานร่วงแรงที่สุดถึง 8.7% เป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ที่ลดลง 7.3%

หุ้นบริษัทจีนที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงยกแผง โดย JD.com, Alibaba และ Baidu ต่างร่วงลงมากกว่า 7.7%

ส่วนบริษัทสหรัฐฯ ที่มีรายได้จากจีนก็โดนแรงเทขายเช่นกัน โดยหุ้น Apple ร่วง 7.3%

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิป (Chipmakers) ร่วง 7.6% ต่อเนื่องจากการดิ่งลง 9.9% ในวันพฤหัสบดี เนื่องจากบริษัทเหล่านี้ออกแบบชิปในสหรัฐฯ แต่ผลิตในจีน ทำให้ได้รับผลกระทบจากภาษีทั้งสองทาง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : หุ้นไทยอ่อนแรงซื้อขายวันละ 2.5 หมื่นล้าน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...