หุ้นสหรัฐ ดิ่งหนัก! ดาวโจนส์ร่วงกว่า 2,200 จุด จีนตอบโต้ทรัมป์ด้วยภาษีนำเข้าสูงถึง 34% จุดชนวนสงครามการค้า
ตลาดหุ้นถูกถล่มเป็นวันที่ 2 ในวันศุกร์ (4 เม.ย.68) หุ้นสหรัฐ ดิ่งหนัก! ดาวโจนส์ร่วงกว่า 2,200 จุด จีนตอบโต้ทรัมป์ด้วยภาษีนำเข้าสูงถึง 34% จุดชนวนสงครามการค้า
วันที่ 5 เมษายน 2568 สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ตลาดหุ้นถูกถล่มเป็นวันที่ 2 ในวันศุกร์ (4 เม.ย.68) หลังจีนตอบโต้ด้วยการเก็บภาษีสินค้าสหรัฐฯ จุดชนวนความกังวลว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จุดชนวนสงครามการค้าระดับโลก ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ความเสียหายของตลาดหุ้นในครั้งนี้มีดังนี้
ดัชนีดาวโจนส์ (Dow Jones Industrial Average)
ร่วงลง 2,231.07 จุด หรือ 5.5% ปิดที่ 38,314.86 ในวันศุกร์ ซึ่งถือเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2020 ช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 นอกจากนี้ยังเกิดขึ้นหลังจากที่ดาวโจนส์ร่วงลงมาแล้ว 1,679 จุดในวันพฤหัสบดี ทำให้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ดัชนีร่วงเกิน 1,500 จุดติดต่อกันสองวัน
ดัชนี S&P 500
ดิ่งลง 5.97% ปิดที่ 5,074.08 ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2020 ดัชนีนี้ร่วงมาแล้ว 4.84% ในวันพฤหัสบดี และขณะนี้ลดลงมากกว่า 17% จากจุดสูงสุดล่าสุด
ดัชนี Nasdaq Composite
ซึ่งมีบริษัทเทคโนโลยีจำนวนมากที่ขายสินค้าให้จีนและผลิตสินค้าที่นั่นเช่นกัน ร่วงลง 5.8% ปิดที่ 15,587.79 หลังจากที่ลดลงเกือบ 6% ในวันพฤหัสบดี รวมแล้วดัชนี Nasdaq ลดลง 22% จากระดับสูงสุดในเดือนธันวาคม ซึ่งถือว่าเข้าสู่ภาวะ “ตลาดหมี” ตามคำศัพท์ในตลาดหุ้น
การเทขายหุ้นเป็นไปอย่างกว้างขวาง โดยมีเพียง 14 บริษัทในดัชนี S&P 500 ที่ราคาหุ้นสูงขึ้นในวันนั้น ดัชนีตลาดหุ้นหลักทั้งหมดปิดในระดับต่ำสุดของวัน
กระทรวงพาณิชย์ของจีน ประกาศในวันศุกร์ว่า จะเก็บภาษี 34% จากสินค้าทุกชนิดของสหรัฐฯ สร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุนที่หวังว่าทั้งสองประเทศจะเจรจาก่อนตอบโต้กันด้วยมาตรการเชิงรุก
หุ้นเทคโนโลยี เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดในวันศุกร์
- Apple ผู้ผลิต iPhone ร่วงลง 7% ส่งผลให้ราคาหุ้นตลอดสัปดาห์ลดลงรวม 13%
- Nvidia บริษัทชั้นนำด้านปัญญาประดิษฐ์ ร่วง 7% ในวันเดียว
- Tesla ลดลงถึง 10%
ทั้งสามบริษัทมีความเกี่ยวข้องกับจีนอย่างมาก จึงได้รับผลกระทบหนักจากมาตรการภาษีตอบโต้ของจีน
นอกเหนือจากกลุ่มเทคโนโลยี หุ้นของบริษัทส่งออกขนาดใหญ่ไปจีนก็ถูกกดดันเช่นกัน
- Boeing ลดลง 9%
- Caterpillar ลดลงเกือบ 6%
Emily Bowersock Hill ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท Bowersock Capital Partners กล่าวว่า “ตลาดกระทิงได้ตายลงแล้ว และถูกทำลายด้วยอุดมการณ์และบาดแผลที่ก่อขึ้นเอง“ พร้อมเสริมว่า “แม้ว่าตลาดอาจจะใกล้จุดต่ำสุดในระยะสั้น แต่เรายังคงกังวลต่อผลกระทบของสงครามการค้าโลกที่มีต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว”
จีนไม่ได้ตอบโต้แค่ด้วยการขึ้นภาษีเพียงอย่างเดียว โดยรัฐบาลจีนได้เพิ่มรายชื่อบริษัทต่างชาติหลายแห่งใน “บัญชีหน่วยงานไม่น่าเชื่อถือ” (Unreliable Entities List) โดยกล่าวว่า บริษัทเหล่านี้ละเมิดกฎตลาดหรือข้อตกลงทางสัญญา รวมถึงจีนยังเปิดการสอบสวนเรื่องการผูกขาดกับ บริษัท DuPont เมื่อวันศุกร์ ทำให้หุ้นของ DuPont ร่วงลงเกือบ 13%
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี มีอัตราผลตอบแทนลดลงต่ำกว่า 4% อีกครั้งในวันศุกร์ เนื่องจากนักลงทุนแห่ซื้อพันธบัตรเพื่อความปลอดภัย ทำให้ราคาพันธบัตรสูงขึ้นและอัตราผลตอบแทนลดลง
ดัชนีความผันผวน CBOE (VIX) ซึ่งเป็นดัชนีวัด “ความกลัว” ของตลาด พุ่งทะลุ ระดับ 40 ซึ่งเป็นระดับที่เกิดขึ้นเฉพาะในช่วงที่ตลาดตกลงอย่างรวดเร็วเท่านั้น
ทรัมป์ดูเหมือนจะยังไม่เปลี่ยนจุดยืน แม้ตลาดจะตอบสนองอย่างรุนแรงต่อมาตรการภาษีที่เขาประกาศเมื่อเย็นวันพุธ โดยเขาโพสต์บน Truth Social ในวันศุกร์ว่า “นโยบายของผมจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง”
Jay Woods หัวหน้านักวิเคราะห์กลยุทธ์จาก Freedom Capital Markets กล่าวเสริมว่า “สิ่งที่น่ากลัวตอนนี้คือ พอเข้าสู่วันหยุดสุดสัปดาห์ สงครามการค้าอาจยกระดับขึ้นอีก และสหรัฐฯ ก็ยังไม่มีทีท่าจะถอย”
สรุปแล้ว ดัชนี S&P 500 ร่วงลง 9% ตลอดทั้งสัปดาห์ ซึ่งเป็นการร่วงลงมากที่สุดนับตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการระบาดของโควิดในต้นปี 2020
อ้างอิง : cnbc.com