โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

นอภ.แม่อาย เร่งประชุมหลังพบสารหนูปนเปื้อนน้ำกกเกินมาตรฐานกว่าเท่าตัว

The Reporters

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 07.18 น.

นายอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ เร่งประชุม 8 เม.ย.นี้ หลังพบสารหนูปนเปื้อนน้ำกกเกินมาตรฐานกว่าเท่าตัว เชื่อเป็นผลจากการการขุดเหมืองทองในรัฐฉาน ผอ.สคพ.เตือนอันตรายจากการเล่นน้ำ

วันนี้ (5 เม.ย. 68) ความคืบหน้า กรณีนายอาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ (สคพ.) ที่ 1 เชียงใหม่ เปิดเผยผลการตรวจคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก ซึ่งได้เก็บตัวอย่างน้ำมาตรวจ ผลการตรวจไม่พบไซยาไนด์ เพราะปกติออกมาตามธรรมชาติเมื่อเจอแดดและความร้อนก็จะสลายตัว แต่ตรวจพบสารหนู ซึ่งปกติอยู่กับแร่ทองคำ หรือเรียกว่าเพื่อนแร่ สคพ.ได้เก็บตัวอย่างน้ำที่ อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ จุดแรกห่างจากชายแดนพม่า (ที่บ้านแก่งทรายมูล ต.ท่าตอน) เพียง 500 เมตร โดยพบสารหนูเกินค่ามาตรฐาน 2 เท่า ซึ่งปกติค่ามาตรฐานอยู่ที่ 0.01 มิลลิกรัมต่อลิตร แต่พบค่าสารหนู มากถึง 0.026

นายอาวีระกล่าวว่า จุดตรวจถัดมาอยู่บริเวณแถวสะพานท่าตอน และอีกจุดท้ายน้ำลงไป ก็พบว่ามีสารหนูเกินค่ามาตรฐานทั้ง 3 จุด

“หากเราสัมผัสที่มีสารหนู เช่น เมื่อก่อนทางใต้เป็นมีโรคไข้ดำ หากมีการสัมผัสต่อเนื่องอาจเกิดความเปลี่ยนแปลง ก่อให้เกิดมะเร็งได้ หากกินเข้าไปอาจก่อให้เกิดอาหารเป็นพิษ และร่างกายผิดปกติ” ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสถานกาณ์เช่นนี้จะประกาศสภาวะเช่นไรให้ประชาชนเข้าใจ นายออาวีระกล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้เชิญผู้บริหารมาร่วมประชุมเพื่อแจ้งเตือน และสื่อสารไปยังผู้นำชุมชน สำหรับประชาชนที่จะลงเล่นน้ำในแม่น้ำกก หากหลีกเลี่ยงได้ควรรีบลงรีบขึ้น หากใครมีบาดแผลก็ต้องระวังมากกว่าปกติ สำหรับประปาหมู่บ้าน หรือการนำน้ำกกเข้าไปใช้ในพื้นที่การเกษตร ต้องระมัดระวัง

“การประปา ต้องดูกระบวนการผลิตให้เข้มข้นเนื่องจากสารเหล่านี้อยู่ในอาหารจำพวกสัตว์น้ำได้ คงต้องมีมาตรการตรวจสอบว่าเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อาหารหรือไม่ อย่างไร” ผอ.สำนักสิ่งแวดล้อมฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามกรณีความกังวลในเมืองเชียงราย ซึ่งใช้แม่น้ำกกเป็นแหล่งน้ำดิบในการผลิตน้ำประปา นายอาวีระกล่าวว่าได้เก็บตัวอย่างน้ำของเชียงรายเมื่อวันที่ 24 มีนาคม ผลตรวจน่าจะออกมาภายใน 1-2 วันนี้ แต่ตัวสารหนูมีน้ำหนัก สามารถตกตะกอนและจมลงได้ หากมีผลกระทบที่เชียงรายก็อาจน้อย แต่เพื่อเป็นการไม่ประมาท หากคนลงเล่นน้ำก็พยายามหลีกเลี่ยงการกลืนหรือกิน หากรู้สึกว่ามีอาการแสบก็รีบไปพบแพทย์

น.ส.สมพร เพ็งค่ำ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาระบบประเมินผลกระทบทางสุขภายโดยชุมชน ( Community Health Impact Assessment Platform หรือ CHIA Platform) ผู้เชี่ยวชาญด้านมลพิษข้ามพรมแดน กล่าวว่าจากการติดตามข้อมูลการทำเหมืองทองที่ต้นแม่น้ำกก การตรวจพบสารหนูในแม่น้ำกกครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องเกินคาด ที่สำคัญหลังจากนี้ต้องตรวจสารปรอท โดยจับปลานักล่าในแม่น้ำกกมาตรวจการสะสมของสารปรอท ซึ่งหากมีการตรวจพบก็ต้องมีการสื่อสารความเสี่ยงแก่ประชาชน เพื่อให้ประชาชนระมัดระวังตัว

ผู้สื่อข่าวถามว่าสารปรอทจะพัดพาไปได้ไกลขนาดไหน น.ส.สมพรกล่าวว่าต้องดูระบบนิเวศลำน้ำกก ซึ่งควรเก็บตัวอย่างตะกอนดินในลำน้ำกกตลอดลำน้ำจนถึงเมืองเชียงราย และดูความเข้มข้นในพื้นที่ต่างๆ

“ในขณะที่เรายังจัดการแหล่งกำเนินมลพิษไม่ได้ เราก็ต้องแจ้งให้ประชาชนทราบและป้องกัน” ผู้เชี่ยวชาญกล่าว

พ.ท.บุญโรจน์ กองแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า เชื่อว่าสาเหตุที่มีสารหนูในน้ำกกน่าจะมีสาเหตุมาจากเหมืองทอง เพราะไม่เช่นนั้นจู่ๆแม่น้ำกกคงไม่มีสารหนูเกิดขึ้นเอง ซึ่งเรื่องนี้คงต้องดูว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของใคร และเชื่อว่าต้องให้ผู้นำระดับรัฐบาลเป็นผู้เจรจากับเขา เพราะลำพังระดับท้องที่และท้องถิ่น เขาคงไม่ฟัง อย่างไรก็ตามชาวบ้านและองค์กรปกครองท้องถิ่นคงไม่อยู่เฉย โดยในเร็วๆนี้จะต้องมีการรณรงค์ให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขด่วน เพราะเราเรียกร้องอะไรคงก็ไม่ค่อยมีผล ขนาดกรณีของไฟป่าที่ไหม้มาจากฝั่งเพื่อนบ้านก็ยังไม่ได้รับความสนใจ

“เมื่อก่อนเราทำป้ายเตือนแต่เรื่องน้ำลึกและเขตอันตรายในแม่น้ำกก แต่เดี๋ยวคงต้องเตือนสารปนเปื้อนด้วย ตอนนี้กำลังรอฟังความชัดเจนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ให้เราปฎิบัติอย่างไร เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ส่งผลกระทบหลายด้าน ทุกวันนี้ก็ไม่มีใครเล่นน้ำแล้วยิ่งพอทราบผลการตรวจเช่นนี้คงจบกัน เพราะนอกจากมีสารปนเปื้อนแล้ว เขายังแจ้งเตือนเรื่องพิษของสารเหล่านี้ด้วย เดิมทีพวกเราในอบต.คิดว่า หากตรวจไม่พบอะไรก็จะพากันลงเล่นน้ำกกให้เป็นตัวอย่าง แต่พอผลออกมาเช่นนี้ แม้ผมที่เป็นนายก อบต.ก็ยังไม่กล้าลงน้ำเลย” นายก อบต.ท่าตอน กล่าว

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากชาวบ้านที่ทำงานอยู่ใกล้แหล่งขุดทองในฝั่งรัฐฉานซึ่งเป็นต้นแม่น้ำกก โดยชาวบ้านได้ถ่ายภาพเหมืองทองขนาดเล็กที่กองกำลังทหารว้า(United Wa State Army-UWSA)ได้อนุญาตให้นักธุรกิจเข้ามาขุดเหมืองเพื่อหาทอง ซึ่งมีการเปิดหน้าดินในบริเวณกว้าง และมีการปล่อยน้ำลงแม่น้ำกก ทำให้แม่น้ำกกตอนล่างที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยขุ่นข้นและมีสารหนูเจือปน

จากรายงานที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้แจ้งผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำกรณีแม่น้ำกกมีสีขุ่นผิดปกติ อ.แม่อาย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้ระบุว่า ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างน้ำผิวดินในแม่น้ำกก 3 จุด เพื่อวิเคราะห์คุณภาพน้ำผิดดิน ตรวจวัดโลหะหนักพร้อมด้วยไซยาไนด์ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2568 โดยผลพบว่าแม่น้ำกกอยู่ในเกณฑ์ “เสื่อมโทรม” ทั้ง 3 จุด โดยพบพารามิเตอร์ที่มีค่าเกินมาตรฐานได้แก่

1.โลหะหนัก พบตะกั่ว(Pd)เกินมาตรฐานในจุดที่1 (ชายแดนไทย-พม่า หย่อมบ้านแก่งตุ๋ม) และสารหนู(As) เกินมาตรฐานทั้ง 3 จุด

2.พารามิเตอร์ที่เกินมาตรฐานส่งผลต่อคุณภาพน้ำผิวดิน ได้แก่ ความสกปรกในรูปสารอินทรีย์(BOD) การปนเปื้อนของแบคทีเรียกลุ่มโคลิฟอร์มทั้งหมด(TCB) ฟีคอลโคลิฟอร์มแบคทีเรีย(FCB) เกินมาตรฐานทั้ง 3 จุด และแอมโมเนีย(NH3) เกินมาตรฐานในจุดที่ 3 (บ้านผาใต้)

3.ค่าความขุ่นสูงในจุดที่ 1 ที่ติดชายแดนไทย-พม่าคือ 988 NTU ซึ่งแหล่งน้ำโดยทั่วไปไม่ควรมีค่าเกิน 100 NTU เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของสัตว์น้ำและพืชน้ำ

ทั้งนี้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ได้มีข้อเสนอระยะสั้นคือ 1.สื่อสารแจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณโดยรอบแม่น้ำกกจากผลกระทบต่อคุณภาพที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเล่นน้ำ การบริโภคสัตว์น้ำ การสังเกตและตรวจระบบประปาเพื่อการอุปโภคบริโภค

2.จัดตั้งคณะทำงานในการพัฒนาแผนหรือมาตรฐานในการปรับปรุงแก้ไขและลดระดับความขุ่นและสารปนเปื้อนในแม่น้ำกก แสวงหาข้อเท็จจริงและข้อมูลเพิ่มเติม จัดทำแนวในการดูแลรักษาระบบประปาอุปโภคบริโภคน้ำ ตามบทบาทหน้าที่

รายงานข่าวแจ้งว่า การตรวจวัดไซยาไนด์และโลหะหนัก 10 ชนิดในแม่น้ำกก อาทิ แคดเมียม นิกเกิล สังกะสี ปรอท สารหนู เหล็ก พบว่าไซยาไนด์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่โลหะหนัก 2 ชนิด พารามิเตอร์เกินมาตรฐาน โดยตะกั่วบริเวณจุดที่ 1 มีค่า 0.076 mg/L โดยในแหล่งน้ำมักพบตะกั่วในปริมาณน้อย การปนเปื้อนตะกั่วมักมีสาเหตุมาจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน จากเหมืองแร่ และจากน้ำฝนที่ชะล้างสารตะกั่วจากอาการและพื้นดินสู่แหล่งน้ำ

สำหรับสารหนู(As) พบทั้ง 3 จุด มีค่าเกินมาตรฐานน้ำผิวดิน โดยมีค่า 0.026 ,0.012 และ 0.013 mg/L ตามลำดับ (จากค่ามาตรฐาน 0.01)โดยสารหนูในน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำบาดาลซึ่งเกิดจากการละลายของแร่ธาตุในน้ำ รวมถึงน้ำทิ้งจากโรงงานที่มีการใช้ยากำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์

ทั้งนี้ในรายงานชิ้นนี้ได้ระบุว่า ตะกั่วเป็นโลหะหนักที่มีพิษร้ายแรงต่อมนุษย์และสัตว์ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น ทางอาหารและน้ำ ทางลมหายใจ และทางผิวหนัง พิษจากตะกั่วทำให้ร่างกายมีความผิดปกติต่างๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน มีอาการทางประสาทและกล้ามเนื้อ นอนไม่หลับ คลุ้มคลั่ง เกิดความคิดสับสน ปวดศรีษะ ถ้าได้รับปริมาณมาก อาจชักและตายได้ ร่างกายสามารถขับถ่ายตะกั่วออกมาได้เพียงบางส่วน ส่วนที่เหลือจะสะสมอยู่ในร่างกายที่ตับ ไต เลือด และเซลล์ต่างๆ ซึ่งเป็นอันตรายได้ในภายหลัง ในแหล่งน้ำมักพบตะกั่วในปริมาณน้อย การปนเปื้อนของตะกั่วในแหล่งน้ำ มักมีสาเหตุจากการปล่อยน้ำเสียจากโรงงาน จากเหมืองแร่ และจากน้ำฝนที่ชะล้างสารตะกั่วจากอากาศและพื้นดินลงสู่แหล่งน้ำ

สำหรับสารหนูมีความเป็นพิษอย่างรุนแรงและก่อให้เกิดมะเร็ง เมื่อเข้าในร่างกายโดยการกินและการหายใจจะทำลานระบบทางเดินอาหารและส่วนอื่นๆของร่างกาย และอาจตายในที่สุด จึงนิยมใช้เป็นยาเบื่อหนูและเป็นที่มาจากชื่อสารหนู ผู้ที่บริโภคนำสารหนูเข้าไปเพียง 100 มก.สามารถก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และยังสามารถสะสมอยู่ในร่างกาย ทำให้เกิดอันตรายได้ในระยะยาว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดมะเร็ง ดังนั้นในน้ำดื่มจึงไม่ควรมีสารหนูเกิน 0.05 มก/ลิตร สารหนู่สามารถพบได้ในน้ำธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำบาดาลซึ่งเกิดจากการละลายของแร่ธาตุในน้ำ และน้ำทิ้งจากโรงงานที่มียากกำจัดศัตรูพืชหรือสัตว์

นางสลีลญา คำภาแก้ว นายอำเภอแม่อาย จ.เชียงใหม่ ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจพบสารหนูปนเปื้นในแม่น้ำกก บริเวณ ต.ท่าตอน ซึ่งไหลเข้ามาจากรัฐฉาน ประเทศพม่า เกินมาตรฐาน ว่าเบื้องต้นได้ประสานกับทางจังหวัดเชียงใหม่และสำนักงานสิ่งแวดล้อมฯ โดยขณะนี้สำนักสิ่งแวดล้อมฯ แจ้งผลเป็นทางการมาถึงในเย็นวันเดียวกันนี้ เพื่อขอให้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านรับทราบข้อมูลในการปฎิบัติตนและการเฝ้าระวัง และให้ อสม.และสาธารณสุขทำความเข้าใจกับชาวบ้านในเรื่องของสุขภาพถึงผลกระทบที่เกิดจากสารหนู

นางสลีลญากล่าวว่า ในวันที่ 8 เมษายน จะมีการประชุมใหญ่ระดับจังหวัดเพื่อเชิญทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาหารือ โดยเบื้องต้นทางอำเภอจะเร่งประชาสัมพันธ์เรื่องข้อมูลต่างๆให้ชาวบ้านได้ดูแลเรื่องของสุขภาพ เบื้องต้นเราจะเอาข้อมูลที่จังหวัดส่งมาแจ้งให้กำนันผู้ใหญ่บ้านประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านทราบเพื่อระวังในเรื่องของการเล่นน้ำหรือการทำกิจกรรมเกี่ยวกับน้ำกก

“เรื่องของการเล่นน้ำ อาจมีผลกระทบต่อร่างกายเพราะอาจเป็นผื่นแพ้ และขอให้งดในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคเพราะมีสารปนเปื้อน” นายอำเภอแม่อาย กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่หลายคนเป็นห่วงเรื่องที่มีการน้ำดิบในแม่น้ำกกทำน้ำประปา นายอำเภอกล่าวว่า ส่วนใหญ่ชาวบ้านไม่ค่อยได้ใช้ประปาท้องถิ่นแต่ใช้ประปาภูเขา และใช้น้ำจากแม่น้ำฝาง ส่วนประปาภูมิภาคก็มีการเชิญร่วมประชุมในวันที่ 8 เมษายนด้วยเช่นกันซึ่งคงได้หารือกันทั้งระยะสั้นและระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...