โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

Berkshire กำไรโต 16% อาเบลเริ่มเดินเกมใช้เงินสดบัฟเฟตต์ออกลงทุน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Berkshire กำไรไตรมาส 2 โต 16% หลังธุรกิจพลังงาน-รถไฟ-การผลิตแข็งแกร่ง “เกร็ก อาเบล” เริ่มนำเงินสดก้อนมหาศาลของบัฟเฟตต์ออกลงทุน

9 ส.ค.2569 (CNBC) -Berkshire Hathaway รายงานผลประกอบการจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากธุรกิจพลังงาน ธุรกิจรถไฟ และธุรกิจการผลิตที่เติบโตแข็งแกร่ง ช่วยชดเชยผลประกอบการที่อ่อนตัวลงของธุรกิจประกันภัย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญจากผลประกอบการครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่การเติบโตของกำไรเพียงอย่างเดียว แต่ยังสะท้อนถึงการเริ่มต้นของ เกร็ก อาเบล (Greg Abel) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารวัย 64 ปี ในการนำเงินสดจำนวนมหาศาลที่ วอร์เรน บัฟเฟตต์ (Warren Buffett) สะสมไว้มาใช้ประโยชน์ผ่านการซื้อหุ้นคืนและการเข้าลงทุนในหุ้นเพิ่มเติม

กำไรจากการดำเนินงานพุ่งแตะ 12.98 พันล้านดอลลาร์

กำไรจากการดำเนินงานของ Berkshire ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นเป็น 12.98 พันล้านดอลลาร์ จาก 11.16 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีธุรกิจการผลิต บริการ และค้าปลีก เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญ กำไรเพิ่มขึ้น 24% มาอยู่ที่ 4.47 พันล้านดอลลาร์

ขณะที่ Berkshire Hathaway Energy มีกำไรเพิ่มขึ้นถึง 27% เป็น 891 ล้านดอลลาร์ ส่วน BNSF ซึ่งเป็นธุรกิจรถไฟของ Berkshire รายงานกำไรเพิ่มขึ้น 6% มาอยู่ที่ 1.56 พันล้านดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน ระบบราง และภาคการผลิตยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อผลประกอบการโดยรวมของ Berkshire ในไตรมาสที่ผ่านมา

ธุรกิจประกันภัยยังเป็นจุดอ่อน

ในทางกลับกัน ธุรกิจประกันภัยของ Berkshire ยังคงเผชิญแรงกดดัน โดยกำไรจากการรับประกันภัยลดลง 13% มาอยู่ที่ 1.73 พันล้านดอลลาร์ จาก 1.99 พันล้านดอลลาร์ ในปีก่อน ขณะเดียวกัน รายได้จากการลงทุนของธุรกิจประกันภัยลดลง 9% เหลือ 3.06 พันล้านดอลลาร์

ดังนั้น แม้ผลประกอบการจากธุรกิจหลักหลายส่วนจะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ธุรกิจประกันภัยยังเป็นส่วนที่ถ่วงผลประกอบการของกลุ่มในไตรมาสนี้

อาเบลเร่งซื้อหุ้น Berkshire คืน

อีกหนึ่งสัญญาณสำคัญจากผลประกอบการไตรมาส 2 คือการที่ Berkshire เริ่มนำเงินสดจำนวนมหาศาลกลับมาใช้ผ่านการซื้อหุ้นคืน บริษัทซื้อหุ้นของตัวเองคืนประมาณ 4.5 พันล้านดอลลาร์ ในไตรมาสดังกล่าว ซึ่งถือเป็นช่วงงบการเงินไตรมาสที่ 2 ภายใต้การบริหารของอาเบล หลังจากเขารับตำแหน่งต่อจากบัฟเฟตต์ตั้งแต่ต้นปี

การซื้อหุ้นคืนในไตรมาส 2 ถือเป็นการเร่งตัวขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับช่วง 3 เดือนแรกของปี 2026 ซึ่ง Berkshire ใช้เงินซื้อหุ้นคืนเพียง 235 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม มูลค่าการซื้อหุ้นคืนในไตรมาสล่าสุดยังอาจต่ำกว่าที่นักลงทุนบางส่วนคาดการณ์ไว้ก่อนการประกาศผลประกอบการ

เงินสดลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

การนำเงินออกมาใช้ลงทุนและซื้อหุ้นคืนส่งผลให้กองเงินสดของ Berkshire ลดลง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน Berkshire มีเงินสดอยู่ที่ 365.5 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 397.4 พันล้านดอลลาร์ เมื่อ 3 เดือนก่อน

นอกจากการซื้อหุ้นคืนแล้ว Berkshire ยังนำเงินทุนไปใช้กับการลงทุนอื่น ๆ ด้วย โดยในไตรมาสดังกล่าวยังรวมถึงการปิดดีลเข้าซื้อกิจการ Taylor Morrison ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงจากช่วงที่ Berkshire สะสมเงินสดในระดับสูง มาเป็นการเริ่มนำเงินทุนบางส่วนออกไปใช้งานมากขึ้นภายใต้การบริหารของอาเบล

Berkshire กลับมาเป็น “ผู้ซื้อหุ้น” สุทธิ

อีกสัญญาณสำคัญคือ Berkshire กลับทิศทางจากการขายหุ้นมาเป็นผู้ซื้อหุ้นในตลาด โดยในไตรมาส 2 บริษัทมีการซื้อหุ้นสุทธิเป็นมูลค่าเกือบ 20 พันล้านดอลลาร์ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวมีนัยสำคัญ เนื่องจากก่อนหน้านี้ Berkshire เป็นผู้ขายหุ้นสุทธิติดต่อกันถึง 14 ไตรมาส

ดังนั้น การกลับมาเป็นผู้ซื้อหุ้นสุทธิในไตรมาสล่าสุดจึงสะท้อนว่า Berkshire ภายใต้การบริหารของอาเบลเริ่มนำเงินทุนที่สะสมไว้ออกมาจัดสรรเข้าสู่สินทรัพย์ประเภทหุ้นมากขึ้น
บัฟเฟตต์ส่งต่อ “ป้อมปราการเงินสด” ให้อาเบล

บัฟเฟตต์ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ได้ส่งมอบ Berkshire พร้อมฐานะเงินสดจำนวนมหาศาลให้อาเบล ซึ่งถือเป็นระดับเงินสดที่โดดเด่นอย่างไม่เคยมีมาก่อนในภาคธุรกิจสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม การสะสมเงินสดดังกล่าวสอดคล้องกับแนวทางการลงทุนของบัฟเฟตต์ ซึ่งเน้นความอดทนและหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

ก่อนหน้านี้ บัฟเฟตต์เคยระบุว่าเขาประสบปัญหาในการค้นหาโอกาสการลงทุนที่มีมูลค่าน่าสนใจในตลาดหุ้น ส่งผลให้ Berkshire ถือครองเงินสดในระดับสูงมาเป็นเวลานาน

ขณะที่ผู้ถือหุ้นของ Berkshire เรียกร้องให้อาเบลนำเงินสดบางส่วนออกมาใช้ลงทุนในสินทรัพย์อื่นนอกเหนือจากพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ

หุ้น Berkshire ยังตามหลังตลาด

แม้ Berkshire จะเริ่มเคลื่อนไหวด้านการลงทุนมากขึ้น แต่ราคาหุ้นของบริษัทยังปรับตัวขึ้นเพียง 3% นับตั้งแต่ต้นปี ซึ่งต่ำกว่าการเพิ่มขึ้น 13% ของดัชนี S&P 500

อย่างไรก็ตาม หุ้น Berkshire เริ่มมีทิศทางดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 9% ในช่วง 3 เดือนล่าสุด

Alphabet ขึ้นแท่น 5 อันดับแรกของพอร์ตหุ้น Berkshire

เอกสารที่ Berkshire ยื่นเปิดเผยยังระบุว่า Alphabet บริษัทแม่ของ Google ได้กลายเป็นหนึ่งใน 5 อันดับแรกของการถือครองหุ้น Berkshire เมื่อวัดตามมูลค่าตลาด ณ สิ้นเดือนมิถุนายน
Alphabet อยู่ร่วมกับหุ้นที่ Berkshire ถือครองมาเป็นเวลานาน ได้แก่ American Express, Apple, Bank of America และ Coca-Cola

ก่อนหน้านี้ Berkshire เปิดเผยการลงทุนมูลค่า 10 พันล้านดอลลาร์ใน Alphabet เมื่อต้นปี เพื่อช่วยสนับสนุนการพัฒนาด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI

บัฟเฟตต์เปิดเผยกับ CNBC ว่า เขาเป็นผู้ริเริ่มการลงทุนใน Alphabet ดังกล่าว หลังจากหารือกับอาเบล

การลงทุนครั้งนี้จึงสะท้อนให้เห็นว่า แม้บัฟเฟตต์จะส่งต่อบทบาทประธานเจ้าหน้าที่บริหารให้อาเบลแล้ว แต่เขายังคงมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจด้านการลงทุนที่สำคัญของ Berkshire
จุดเปลี่ยนสำคัญของ Berkshire

ผลประกอบการไตรมาส 2 จึงไม่ได้สะท้อนเพียงการเติบโตของกำไรจากธุรกิจพลังงาน รถไฟ และการผลิตเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่า Berkshire กำลังเข้าสู่ช่วงใหม่ภายใต้การนำของอาเบล โดยบริษัทเริ่มนำเงินสดก้อนใหญ่ที่สะสมในยุคบัฟเฟตต์ออกมาใช้ผ่านทั้งการซื้อหุ้นคืน การเข้าซื้อหุ้นในตลาด และการลงทุนในกิจการอื่น

ขณะเดียวกัน การที่ Berkshire กลับมาเป็นผู้ซื้อหุ้นสุทธิเป็นครั้งแรกหลังจากขายหุ้นติดต่อกัน 14 ไตรมาส รวมถึงการลดลงของเงินสดจาก 397.4 พันล้านดอลลาร์เหลือ 365.5 พันล้านดอลลาร์ ล้วนเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเปลี่ยนจากการถือครองเงินสดในระดับสูง ไปสู่การนำเงินทุนกลับมาสร้างผลตอบแทนมากขึ้นภายใต้ยุคการบริหารของอาเบล

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...