โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไฟไหม้เรือโดยสาร กลางช่องแคบลอมบอกในอินโดนีเซีย ดับ 1 ราย อพยพ 172 คน

เดลินิวส์

อัพเดต 12 สิงหาคม 2569 เวลา 21.50 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ไฟไหม้เรือโดยสาร ในช่องแคบลอมบอกของอินโดนีเซีย เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย อพยพ 172 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 12 ส.ค. ว่าเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือโดยสาร “เคเอ็ม ปุตรี ยัสมิน” ขณะแล่นอยู่ในช่องแคบลอมบอก นอกชายฝั่งเกาะลอมบอก ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของเกาะบาหลี เมื่อช่วงเช้าของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น

ทั้งนี้ มีการยืนยันผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย ขณะที่เจ้าหน้าที่สามารถอพยพผู้โดยสารและลูกเรือรวม 172 คน ไปยังท่าเรือทั้งในบาหลีและลอมบอก โดยผู้รอดชีวิตทั้งหมดเป็นชาวอินโดนีเซีย ยกเว้นชาวออสเตรเลีย 1 คน

จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่า สาเหตุของเพลิงไหม้บนเรือลำนี้ ซึ่งเดินทางออกมาจากท่าเรือในบาหลี เกิดจากอะไร หรือมีปัจจัยเรื่องเรือบรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า เรือลำนี้แจ้งจำนวนผู้โดยสารไว้ที่ 114 คน และลูกเรือ 17 คน ก่อนออกเดินทาง

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งเดือน หลังเรือโดยสาร “เคเอ็ม มูเทียรา เซนโตซา 2” เกิดไฟไหม้นอกชายฝั่งเกาะมาดูรา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย และผลการสอบสวนในเบื้องต้นบ่งชี้ว่า เรือลำดังกล่าวก็มีจำนวนคนบนเรือมากกว่าที่ระบุไว้ในบัญชีรายชื่อเช่นกัน

อินโดนีเซีย เป็นประเทศซึ่งประชาชนพึ่งพาการเดินทางด้วยเรือโดยสารเป็นอย่างมาก เนื่องจากโครงสร้างทางภูมิศาสตร์ที่ประกอบด้วยเกาะเล็กและใหญ่รวมมากกว่า 17,000 แห่ง อีกทั้งการเดินทางด้วยเรือมีราคาถูก และเข้าถึงได้ง่ายกว่าการเดินทางทางอากาศ

อย่างไรก็ตาม มาตรฐานความปลอดภัยในการเดินเรือยังไม่ได้รับการบังคับใช้อย่างเข้มงวดในทุกกรณี ส่งผลให้อินโดนีเซียยังคงมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุทางเรือในระดับค่อนข้างสูง.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...