โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทีมโฆษกประชาธิปัตย์” ดาหน้า ซัด รัฐบาล-กทม. ปมน้ำมันรั่วซึมเขต คลองเตย-ยานนาวา-พระโขนง

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“ทีมโฆษกประชาธิปัตย์” ดาหน้า ซัด รัฐบาล-กทม. ปมน้ำมันรั่วซึมเขต คลองเตย-ยานนาวา-พระโขนง ชี้ ต่างคนต่างให้ข่าวย้อนแย้งกันเอง ไร้เอกภาพ ทำคน กทม.สับสน แถมปล่อยโจรลอยนวล แนะตรวจสอบ ‘อัตลักษณ์น้ำมัน’ ชี้แต่ละโรงกลั่นมีสูตรของตัวเอง และรวจปุ๊บรู้ปั๊บ โรงไหน ใช้ท่อส่งผ่านจุดไหนเพื่อหาคนรับผิดชอบ

เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2569 ที่พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายอภิมุข ฉันทวานิช และน.ส.ศิริภา อินทวิเชียร รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงถึงสถานการณ์ปัญหาน้ำมันปนเปื้อนในระบบระบายน้ำ และการติดตามตรวจสอบเหตุการณ์น้ำมันรั่วซึมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

โดยนายพงศกร กล่าวว่า พรรคเกาะติด ปัญหาน้ำมันรั่วซึมในเขตพื้นที่ยานนาวา คลองเตย และพระโขนง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่ของตนและนายอภิมุข จากเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ,นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และ

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ให้ข่าวสารของแต่ละหน่วยงานยังขาดการบูรณาการ และให้ข้อมูลที่ย้อนแย้งกันเอง คือ บางวันบอกว่า ไม่รั่วมีแต่ซึม บางวันบอกเจอจุดรั่วแล้ว อีกวันบอกยังไม่เจอ ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนอย่างมาก แต่กลับไม่ตรวจอัตลักษณ์น้ำมัน หรือตรวจสูตรเพราะแต่ละสูตร จะเป็นสูตรเฉพาะของแต่ละโรงกลั่น หากตรวจอัตลักษณ์สูตรน้ำมันก็จะรู้ทันทีว่า เป็นน้ำมันที่รั่ว ซึมมาจากโรงกลั่นของบริษัทใด จากนั้นค่อยตรวจสอบย้อนแนวท่อขนส่งของบริษัทนั้นๆ ไม่ใช่ปล่อยให้สูบน้ำมันฟรีโดยไม่หาตัวการ จนกลายเป็นการปล่อยโจรลอยนวลหรือไม่ การเสนอที่พรรคเสนอให้รัฐบาลเร่งตั้งวอร์รูมบูรณาการทำงานร่วมกัน ก็เพื่อแก้ไขปัญหาและเพื่อลงโทษผู้กระทำผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาอย่างจริงจังโดยเร็ว

ด้านนายอภิมุข กล่าวว่า ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ที่เข้าควบคุมสถานการณ์เบื้องต้นได้อย่างรวดเร็ว แต่จากการลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน พบข้อมูลที่น่าตกใจว่า ชาวบ้านได้กลิ่นเหม็นค้างมานานหลายสัปดาห์ร่วมเดือนแล้ว จนกระทั่งฝนตกหนักและทนไม่ไหวจึงแจ้งประธานชุมชนและกรรมการชุมชนเพื่อประสานเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ตนขอเรียกร้อง 3 ข้อต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือ 1.เร่งหาต้นเหตุและจุดรั่วที่ชัดเจน ต้องระบุปริมาณการรั่วไหล หน่วยงานรับผิดชอบ และมาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบให้ชัดเจน 2.ตรวจโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินและอัปเดตแผนที่ กทม. ตรวจสอบระบบท่อน้ำมัน ท่อก๊าซ และท่อสารเคมีทั่วกรุงเทพฯ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะจุดเกิดเหตุ เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย 3.ประเมินและแจ้งเตือนภัยความเสี่ยง รัฐต้องแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงอย่างตรงไปตรงมา เพราะเสี่ยงทั้งการติดไฟ ไอระเหย และการปนเปื้อนในน้ำอุปโภคบริโภค จึงไม่ใช่สถานการณ์ปกติเพราะยังหาจุดรั่วไม่เจอ

ด้าน น.ส.ศิริภา กล่าวว่า ในการป้องกันระยะยาวการพิสูจน์แหล่งที่มาของน้ำมันไม่ใช่เรื่องยาก เช่นเดียวกับคดีจับน้ำมันเถื่อนของกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือที่สามารถเข้าแล็บตรวจสอบสูตรน้ำมันได้ทันทีว่าโรงกลั่นไหน เป็นผู้ผลิต ส่วนการแก้ไขด้วยมาตรการอัดแรงดันทดสอบท่อขนส่งตามที่กระทรวงพลังงานระบุนั้น อาจไม่เพียงพอสำหรับท่อใต้ดินที่มีอายุการใช้งานเกิน 30 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่ กทม. ที่มีสภาพดินอ่อนตัวสูง จำเป็นต้องเพิ่มความถี่ในการทดสอบท่อเก่าตามอายุการใช้งาน หากรัฐบาลยังไม่สามารถหาจุดรั่วไหล และยืนยันความปลอดภัยให้คน กทม. ได้ สิ่งที่ต้องพิจารณาเร่งด่วนคือ การสั่งยกเลิกการขนส่งน้ำมันทางท่อทั้งหมดในกรุงเทพมหานครเขตกรุงเทพมหานครเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จนกว่าบริษัทเจ้าของท่อจะส่งมอบพิมพ์เขียว (Blueprint) ที่แสดงแนวท่อขนส่งน้ำมันใต้ดินทั้งหมดให้ กทม. อย่างถูกต้องเรียบร้อย ที่ผ่านมาผู้ว่าฯกทม. เหมือนต้องงมเข็มในมหาสมุทร เพราะไม่มีพิมพ์เขียวใดๆ แต่บริษัทน้ำมันย่อมรู้ดีว่าท่อตัวเองอยู่ตรงไหน ดังนั้น รัฐมนตรีและผู้ว่า กทม.ต้องมีความจริงใจในการบังคับใช้กฎหมายให้บริษัทเอกชนรับผิดชอบในการแก้ไขปัญหานี้ ไม่ใช่เอาเงินภาษีประชาชนมาใช้เป็นค่าแก้ไขปัญหา

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...