โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาเลเซียเผย เมียนมาจะรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยา 5,000 คนกลับประเทศ

JS100

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • JS100:จส.100
มาเลเซียเผย เมียนมาจะรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยา 5,000 คนกลับประเทศ

นายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซีย เปิดเผยว่าทางการเมียนมาตกลงรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงยา 5,000 คนกลับประเทศ จากที่ก่อนหน้านี้ทางการเมียนมาปฏิเสธการรับตัวกลับ เขากล่าวว่า ข้อตกลงนี้เป็นผลมาจากการเจรจาทางการทูตและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัฐบาลทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งนอกจากนี้ เมียนมายังตกลงรับกลุ่มชาวโรฮิงยาอีก 300,000 คนกลับจากบังกลาเทศด้วย

คำกล่าวของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ยังเกิดขึ้นหลังจากที่ตำรวจมาเลเซียควบคุมตัวชาวโรฮิงยามากกว่า 100 คน ที่รวมกลุ่มอยู่ที่ด้านหน้าสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยของสหประชาชาติ (UNHCR) ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งมาเลเซียเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัยที่ลงทะเบียนกับ UNHCR มากกว่า 215,000 คน ซึ่งรวมถึงชาวโรฮิงยามากกว่า 126,000 คน ทำให้เป็นชุมชนผู้ลี้ภัยที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ

สำนักข่าวเบอร์นามา รายงานอ้างการเปิดเผยของกลุ่มพิทักษ์สิทธิชาวโรฮิงยาในมาเลเซีย ที่ว่าชาวโรฮิงยาที่ถูกตำรวจจับกุมในกัวลาลัมเปอร์ เป็นกลุ่มที่ถูกข่มขู่และผลักดันออกจากที่ตั้งถิ่นฐานอย่างไม่เป็นทางการในรัฐปีนังตอนเหนือ จากการตรวจสอบทั้งหมดมีเอกสารรับรองที่ถูกต้องซึ่งออกโดย UNHCR โดยในวันพุธ (29 ก.ค.69) เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ที่ถูกจับกุมและส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วประเทศมาเลเซียแล้ว

แม้ว่ามาเลเซียจะเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยจำนวนมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่มาเลเซียไม่ได้เป็นภาคีของอนุสัญญาว่าด้วยผู้ลี้ภัยปี 1951 และไม่ได้ให้การรับรองสถานะผู้ลี้ภัยอย่างเป็นทางการ

#โรฮิงยา

#มาเลเซีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...