โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

22 ปี ดับไฟใต้ ทุ่มงบทะลุ 5 แสนล้าน แต่คนพื้นที่ยังจนกว่าเดิม จี้รัฐเปลี่ยน KPI ดันชายแดนใต้

Nation Online

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

20 กันยายน 2569 นายราเชน ตระกูลเวียง สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคทางเลือกใหม่ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการทหาร (กมธ.ทหาร) สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยถึงข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุด โดยเรียกร้องให้รัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร ปรับมุมมองจากมิติ "ความมั่นคงทางทหาร" มาสู่ "ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ" อย่างเป็นรูปธรรม เนื่องจากพบข้อมูลสถิติที่สะท้อนว่า ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประชาชนในพื้นที่ยังคงไม่หลุดพ้นจากกับดักความยากจน

นายราเชน อ้างอิงข้อมูลสถิติความยากจนในพื้นที่ชายแดนใต้ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา พบว่าตัวเลขความยากจนคือภาพสะท้อนปัญหาที่สะสมมายาวนาน โดยในปี 2547 จ.ปัตตานี มีสัดส่วนประชากรยากจนประมาณร้อยละ 20.5 แต่เมื่อผ่านมาสองทศวรรษ ในปี 2567 สัดส่วนดังกล่าวกลับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ร้อยละ 25.4

นอกจากนี้ ในปี 2567 พื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ยังคงติดอยู่ในกลุ่มจังหวัดที่มีสัดส่วนคนจนสูงที่สุดเป็นอันดับ 5 ของประเทศไทย ทำให้เกิดคำถามว่า เหตุใดท่ามกลางการเดินหน้าของประเทศ ประชาชนจำนวนมากในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้จึงยังก้าวออกจากความยากจนไม่ได้ ทั้งๆ ที่มีงบประมาณลงพื้นที่มากมาย

รองประธาน กมธ.ทหาร กล่าวต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา รัฐบาลทุกยุคไม่ได้ทอดทิ้งพื้นที่ มีการจัดสรรงบประมาณทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา การศึกษา และการเยียวยา โดยอ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พบว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้รวมแล้วสูงกว่า 5 แสนล้านบาท

"ผมไม่ได้หยิบตัวเลขนี้ขึ้นมาเพื่อถามว่าเงินหายไปไหน แต่คำถามที่สำคัญกว่าคือ เงินที่เราใช้ไป เปลี่ยนชีวิตประชาชนได้มากเพียงใด ความสำเร็จไม่ควรวัดเพียงว่าเราทำกี่โครงการ อบรมประชาชนกี่คน หรือเบิกจ่ายงบได้กี่เปอร์เซ็นต์ แต่ควรเปลี่ยนจาก KPI ของโครงการ สู่ KPI ของชีวิตประชาชน เช่น ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นเท่าไร ครัวเรือนยากจนลดลงหรือไม่ และเกิดการจ้างงานที่มั่นคงกี่ตำแหน่ง" นายราเชน ระบุ

นายราเชน ยังกล่าวถึงข้ออ้างที่ว่าความยากจนเกิดจากความไม่สงบในพื้นที่ โดยยอมรับว่าความไม่สงบกระทบต่อความเชื่อมั่นและการลงทุนจริง แต่รัฐบาลไม่ควรปล่อยให้เป็นสาเหตุที่ทำให้การพัฒนาต้องหยุดชะงัก หรือต้องรอให้สงบก่อนจึงจะพัฒนาเศรษฐกิจได้ แต่ควรเดินหน้า "สร้างสันติสุขไปพร้อมกับสร้างเศรษฐกิจ"

ทั้งนี้ นายราเชน ได้เตรียมเสนอแนวทาง 3 ข้อ ไปยังรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในพื้นที่ชายแดนใต้ ประกอบด้วย

  • กำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน ต้องตั้งเป้าให้จังหวัดชายแดนใต้หลุดพ้นจากกลุ่มจังหวัดที่มีความยากจนสูงที่สุดของประเทศ และบูรณาการให้ทุกหน่วยงานใช้เป้าหมายนี้ร่วมกัน
  • เปลี่ยน “การสร้างอาชีพ” เป็น “การสร้างรายได้” การอบรมเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ รัฐต้องจัดหาตลาด เงินทุน เทคโนโลยี และช่องทางการขาย โดยดึงศักยภาพพื้นที่ เช่น อาหารฮาลาล การเกษตร ประมง การค้าชายแดน โลจิสติกส์ และความเชื่อมโยงกับมาเลเซีย มาแปลงเป็นรายได้จริงให้ประชาชน
  • สร้างอนาคตให้คนรุ่นใหม่ในบ้านเกิด ต้องสร้างระบบที่ทำให้เยาวชนเรียนจบแล้วมีงานทำ มีรายได้ เพื่อไม่ให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าต้องทิ้งถิ่นฐานบ้านเกิดเพื่อไปแสวงหาชีวิตที่ดีกว่าที่อื่น

นายราเชน ย้ำทิ้งท้ายว่า รัฐบาลไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่าง "ความมั่นคง" กับ "การพัฒนา" เพราะประชาชนชายแดนใต้สมควรได้รับทั้งสองอย่างควบคู่กัน

"ความสงบ ไม่ได้หมายถึงเพียงไม่มีเสียงปืน แต่ความสงบคือ การเปิดร้านแล้วมีลูกค้า ทำสวนแล้วขายผลผลิตได้ราคา ลูกเรียนจบแล้วมีงานทำ ผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวกล้าเข้ามา และประชาชนกลับบ้านหาครอบครัวได้อย่างปลอดภัย" รองประธาน กมธ.ทหาร ระบุ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...