เฝ้าระวัง ฝีดาษวานร ปี 2569 พบผู้ป่วยต่อเนื่อง แนะวิธีสังเกตอาการ เลี่ยงกิจกรรมเสี่ยง
เฝ้าระวัง “ฝีดาษวานร” ปี 2569 พบผู้ป่วยต่อเนื่อง สะสมรวม 25 ราย เริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้น แนะวิธีสังเกตอาการ เลี่ยงกิจกรรมเสี่ยง
นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เผยว่า จากการเฝ้าระวังสถานการณ์โรคฝีดาษวานรในประเทศไทย ยังคงพบผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องและเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 สิงหาคม 2569 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร ปี 2569 มีผู้ป่วยสะสม 254 ราย จำแนกเป็นสายพันธุ์ Clade I 193 ราย โดยทั้งหมดเป็นสายพันธุ์ย่อย Clade Ib และสายพันธุ์ Clade II จำนวน 58 ราย
ส่วนอีก 3 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจยืนยันสายพันธุ์ย่อยของ Clade I ซึ่งผู้ป่วยกระจายตัวในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล เมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยว มีปัจจัยเสี่ยงหลักในการติดเชื้อจากการสัมผัสที่เกี่ยวเนื่องกับเพศสัมพันธ์ซึ่งสัมพันธ์กับการเที่ยวในสถานที่ปิดและแออัด
แม้สถานการณ์ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่จากข้อมูลดังกล่าวพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ Clade Ib เพิ่มขึ้น โดยมีสัดส่วนสูงกว่า Clade II แตกต่างจากช่วงหลายปีที่ผ่านมาที่พบ Clade II เป็นหลัก ประกอบกับ Clade Ib มีรอยโรคและแสดงอาการรุนแรงกว่า Clade II โดยเฉพาะในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
โรคฝีดาษวานรสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ ผ่านการสัมผัสผื่นหรือตุ่ม สัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน จึงขอเน้นย้ำให้ประชาชนดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีผื่น ตุ่ม หรืออาการผิดปกติทางผิวหนัง
รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และลดพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค รวมถึงหมั่นสังเกตอาการตนเอง ได้แก่ ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นหรือตุ่มบริเวณต่าง ๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหลังจากมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ 5 – 21 วัน ขอให้รีบไปพบแพทย์ที่สถานบริการสุขภาพหรือโรงพยาบาล พร้อมแจ้งประวัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม
สำหรับมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคฝีดาษวานร กรมควบคุมโรคได้เสริมความเข้มแข็งของระบบเฝ้าระวังและการรายงานโรค พร้อมประสานความร่วมมือกับสถานบริการสุขภาพในการคัดกรองผู้ที่มีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ติดตามผู้สัมผัส และเชื่อมโยงการดำเนินงานกับคลินิกโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ คลินิกเอชไอวี และบริการที่เกี่ยวข้อง ควบคู่กับมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาล รวมถึงให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุข ดูแล ป้องกัน และสังเกตอาการของตนเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงลดพฤติกรรมที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีอาการสงสัยหรือมีประวัติเสี่ยง ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพราะการรู้เร็วและป้องกันอย่างเหมาะสม มีส่วนสำคัญในการลดการแพร่เชื้อและช่วยให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างทันท่วงที สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง