โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“เวียดนาม” ขาดดุลการค้า 8 เดือนติด แตะ 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 03 ส.ค. เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. เวลา 03.51 น.

"เวียดนาม" ขาดดุลการค้า 8 เดือนติด แตะ 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการนำเข้าพุ่ง 41.4% แซงหน้าการส่งออกที่โต 25% ท่ามกลางแรงกดดันมาตรการภาษีสหรัฐ

วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 09.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวียดนามขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือน ก.ค. โดยมียอดขาดดุล 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการนำเข้าขยายตัวในอัตราที่เร็วกว่าการส่งออก เนื่องจากภาคการผลิตเร่งนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แม้เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกยังต้องเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ

สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน แตะ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ การนำเข้าพุ่ง 41.4% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 36.7% ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้า 3.59 พันล้านดอลลาร์

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เศรษฐกิจเวียดนามที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รอบใหม่ รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาพลังงานและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 10% ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 8% ในปี 2568 โดยอาศัยการขยายตัวของภาคการส่งออกและการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก

ในด้านภาคการผลิต ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ S&P Global ระบุว่า กิจกรรมโรงงานของเวียดนามยังขยายตัวต่อเนื่องในเดือนก.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิต คำสั่งซื้อใหม่ คำสั่งซื้อส่งออก และการจัดซื้อวัตถุดิบ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงช่วยบรรเทาต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ

ส่วน อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. อยู่ที่ 4.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงเป้าหมายของรัฐบาลที่ประมาณ 4.5% แม้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.6% อย่างไรก็ตามธนาคารกลางเวียดนามยังประเมินว่า เงินเฟ้อทั้งปีอาจเร่งตัวขึ้นแตะ 5.5% หากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูง

อย่างไรก็ดี เวียดนามยังเผชิญแรงกดดันด้านการค้าจากสหรัฐ หลังเป็นหนึ่งในกว่า 60 ประเทศ ที่ถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ระบุว่า เวียดนามยังดำเนินมาตรการป้องกันการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานไม่เพียงพอ

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐยังได้สุ่มตรวจโรงงานในเวียดนามที่มีความเชื่อมโยงกับจีน เพื่อพิจารณาแหล่งที่มาของวัตถุดิบและสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของสินค้า พร้อมเรียกร้องให้เวียดนามลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ปราบปรามการสวมสิทธิ์ส่งออกสินค้า (Transshipment) และยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาข้อตกลงภาษีขั้นสุดท้าย

ข้อมูลยังระบุว่า วัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่สำหรับการผลิต ยังคงเป็นสินค้าหลักที่เวียดนามนำเข้า สะท้อนการลงทุนต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรม

ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 สหรัฐยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของเวียดนาม โดยเวียดนามมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐเพิ่มขึ้น 22.6% สู่ 9.14 หมื่นล้านดอลลาร์

ขณะที่จีนยังคงเป็นแหล่งนำเข้าสินค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยเวียดนามขาดดุลการค้ากับจีน 93,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี และนำเข้าสินค้าจากจีนคิดเป็นมูลค่า 1.386 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 39.7% จากปีก่อน ท่ามกลางการจับตาของสหรัฐฯ ที่กังวลว่าสินค้าจีนอาจถูกส่งผ่านเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐ

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...