“เวียดนาม” ขาดดุลการค้า 8 เดือนติด แตะ 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
"เวียดนาม" ขาดดุลการค้า 8 เดือนติด แตะ 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการนำเข้าพุ่ง 41.4% แซงหน้าการส่งออกที่โต 25% ท่ามกลางแรงกดดันมาตรการภาษีสหรัฐ
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 09.24 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เวียดนามขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 8 ติดต่อกันในเดือน ก.ค. โดยมียอดขาดดุล 3.59 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังการนำเข้าขยายตัวในอัตราที่เร็วกว่าการส่งออก เนื่องจากภาคการผลิตเร่งนำเข้าวัตถุดิบและเครื่องจักรเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต แม้เศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกยังต้องเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
สำนักงานสถิติแห่งชาติเวียดนามเปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกเดือนก.ค.เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อน แตะ 5.31 หมื่นล้านดอลลาร์ สอดคล้องกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ขณะที่ การนำเข้าพุ่ง 41.4% สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 36.7% ส่งผลให้เวียดนามขาดดุลการค้า 3.59 พันล้านดอลลาร์
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่า เศรษฐกิจเวียดนามที่ขับเคลื่อนด้วยการส่งออกยังคงรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ แม้เผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รอบใหม่ รวมถึงผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้ราคาพลังงานและปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
รัฐบาลเวียดนามตั้งเป้าผลักดันการเติบโตทางเศรษฐกิจเป็น 10% ต่อปี เพิ่มขึ้นจาก 8% ในปี 2568 โดยอาศัยการขยายตัวของภาคการส่งออกและการลงทุนเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
ในด้านภาคการผลิต ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของ S&P Global ระบุว่า กิจกรรมโรงงานของเวียดนามยังขยายตัวต่อเนื่องในเดือนก.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของผลผลิต คำสั่งซื้อใหม่ คำสั่งซื้อส่งออก และการจัดซื้อวัตถุดิบ ขณะที่ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงช่วยบรรเทาต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจ
ส่วน อัตราเงินเฟ้อเดือน ก.ค. อยู่ที่ 4.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ใกล้เคียงเป้าหมายของรัฐบาลที่ประมาณ 4.5% แม้จะต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 4.6% อย่างไรก็ตามธนาคารกลางเวียดนามยังประเมินว่า เงินเฟ้อทั้งปีอาจเร่งตัวขึ้นแตะ 5.5% หากราคาพลังงานโลกยังอยู่ในระดับสูง
อย่างไรก็ดี เวียดนามยังเผชิญแรงกดดันด้านการค้าจากสหรัฐ หลังเป็นหนึ่งในกว่า 60 ประเทศ ที่ถูกสหรัฐเรียกเก็บภาษีนำเข้ารอบใหม่เมื่อเดือนที่ผ่านมา โดยสหรัฐฯ ระบุว่า เวียดนามยังดำเนินมาตรการป้องกันการใช้แรงงานบังคับในห่วงโซ่อุปทานไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรสหรัฐยังได้สุ่มตรวจโรงงานในเวียดนามที่มีความเชื่อมโยงกับจีน เพื่อพิจารณาแหล่งที่มาของวัตถุดิบและสัดส่วนมูลค่าเพิ่มของสินค้า พร้อมเรียกร้องให้เวียดนามลดอุปสรรคทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษี ปราบปรามการสวมสิทธิ์ส่งออกสินค้า (Transshipment) และยกระดับการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาข้อตกลงภาษีขั้นสุดท้าย
ข้อมูลยังระบุว่า วัตถุดิบ เครื่องจักร อุปกรณ์ และอะไหล่สำหรับการผลิต ยังคงเป็นสินค้าหลักที่เวียดนามนำเข้า สะท้อนการลงทุนต่อเนื่องของภาคอุตสาหกรรม
ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 สหรัฐยังคงเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของเวียดนาม โดยเวียดนามมียอดเกินดุลการค้ากับสหรัฐเพิ่มขึ้น 22.6% สู่ 9.14 หมื่นล้านดอลลาร์
ขณะที่จีนยังคงเป็นแหล่งนำเข้าสินค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม โดยเวียดนามขาดดุลการค้ากับจีน 93,000 ล้านดอลลาร์ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี และนำเข้าสินค้าจากจีนคิดเป็นมูลค่า 1.386 แสนล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 39.7% จากปีก่อน ท่ามกลางการจับตาของสหรัฐฯ ที่กังวลว่าสินค้าจีนอาจถูกส่งผ่านเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการภาษีของสหรัฐ
อ้างอิง : bloomberg.com