BOJ เตือนกระแส AI ดันเงินเฟ้อญี่ปุ่นสูงต่อเนื่อง หนุนโอกาสขึ้นดอกเบี้ยอีก
ธนาคารกลางญี่ปุ่น ชี้การลงทุนและอุปสงค์ด้าน AI ทั่วโลกกำลังสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อของญี่ปุ่นมากกว่าผลบวกด้านผลิตภาพในระยะสั้น เพิ่มโอกาสปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 15.30 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ระบุว่าอุปสงค์ด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก อาจเป็นปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อของญี่ปุ่นให้อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง พร้อมส่งสัญญาณว่าความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจสนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกในระยะข้างหน้า
ในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจรายไตรมาสฉบับสมบูรณ์ที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ BOJ ระบุว่า แม้ AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพและลดแรงกดดันด้านราคาในระยะกลางถึงระยะยาว เมื่อภาคธุรกิจและแรงงานสามารถปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีได้ แต่ในระยะสั้น ผลของการลงทุนด้าน AI ที่เร่งตัวขึ้นจะสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อมากกว่าประโยชน์ด้านผลิตภาพ เนื่องจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นกระตุ้นอุปสงค์และผลักดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
BOJ ชี้ว่า ราคาผู้ผลิตทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่ ราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และอุปสงค์สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่งทั่วโลก ซึ่งผลกระทบจากความต้องการ AI มีแนวโน้มส่งผ่านมายังเศรษฐกิจญี่ปุ่นต่อเนื่อง
นอกจากนี้การอ่อนค่าของเงินเยนในช่วงที่ผ่านมา ยังทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้น ส่งผลให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อภายในประเทศมีแนวโน้มยืดเยื้อ โดย BOJ ประเมินว่า อุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อพื้นฐานของญี่ปุ่น (ไม่รวมอาหารสดและพลังงาน) ในลักษณะที่คงอยู่เป็นเวลานาน
รายงานยังวิเคราะห์ผลกระทบของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อภาคครัวเรือน โดยระบุว่า ครัวเรือนญี่ปุ่นถือครองสินทรัพย์ทางการเงินรวมประมาณ 2,400 ล้านล้านเยน ในจำนวนนี้เป็นเงินฝากราว 1,000 ล้านล้านเยน ขณะที่หนี้สินมีเพียงประมาณ 400 ล้านล้านเยน และกว่าครึ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัย
BOJ จึงมองว่า ครัวเรือนญี่ปุ่นโดยรวมได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น เพราะมูลค่าเงินฝากมีมากกว่าภาระหนี้อย่างมีนัยสำคัญ
ก่อนหน้านี้ BOJ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 1% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 31 ปี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากแรงกดดันด้านราคาจากเงินเยนอ่อนค่า ต้นทุนพลังงาน และอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับ AI ยังคงอยู่ในระดับสูง
ธนาคารกลางญี่ปุ่นระบุว่า การตัดสินใจเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป จะพิจารณาจากการส่งผ่านของต้นทุนผู้ผลิตไปยังเงินเฟ้อผู้บริโภค รวมถึงผลกระทบของการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่ดำเนินการไปแล้วต่อเศรษฐกิจโดยรวม
อ้างอิง : reuters.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่