โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สุดยื้อ จิ๋วไทรโยค ลูกช้างป่าพลัดหลง จากไปอย่างสงบแล้ว

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Nick
วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานว่า สุดยื้อ

วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รายงานว่า สุดยื้อ "จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลงจากไปอย่างสงบด้วยอาการไตวายเฉียบพลัน

"จิ๋วไทรโยค" ลูกช้างป่าพลัดหลงที่ได้รับการดูแลที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้ล้มลงอย่างสงบแล้วเมื่อช่วงเวลา 02.00 น. ของวันที่ 4 สิงหาคม 2569 ท่ามกลางความเสียใจของทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับลูกช้างป่า "จิ๋วไทรโยค" เป็นลูกช้างป่าพลัดหลงที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน พบลูกช้างป่าอยู่บริเวณชายน้ำห้วยแม่น้ำน้อย เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่และชาวบ้านจึงดำเนินเข้าช่วยเหลือด้วยเรือเนื่องจากเป็นพื้นที่ยาก ลูกช้างมีสภาพอิดโรยและไม่พบโขลงช้างบริเวณนั้น คาดถูกทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน เจ้าหน้าที่จึงได้นอนเฝ้าเพื่อสังเกตพฤติกรรม และรอโขลงช้างมารับ ตลอดทั้งคืนลูกช้างป่าส่งเสียงร้องเรียกหาแม่ช้างเป็นช่วงๆ แต่ไม่มีเสียงฝูงตอบรับ

ต่อมาวันที่ 31 กรกฎาคม ทีมสัตวแพทย์ สบอ.3 (บ้านโป่ง) และ สัตวแพทย์ สบอ.3 สาขาเพชรบุรี ได้เข้าพื้นที่เพื่อประเมินสถานการณ์ลูกช้างป่า โดยเส้นทางการเข้าไปตรวจสอบต้องนั่งเรือเข้าไปยังจุดพบลูกช้างป่าใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ประกอบกับในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่องทำให้ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเสี่ยงต่อการเกิดน้ำป่าไหลหลาก ทีมสัตวแพทย์ฯได้ประเมินอาการลูกช้าง

เบื้องต้นพบมีสภาพอิดโรยมีแผลถลอกพุพอง และหลุมแผลหลายจุดในช่องปาก มีแผลคล้ายร้อนใน ขาดน้ำอย่างรุนแรง มีแผลที่สะดือ งวงมีแผลพุพองมีเศษเนื้อตาย ไม่มีหนอง ไม่มีไข่แมลงวัน ปากเป็นแผลร้อนในขนาดเท่าเหรียญ 10 กินนมได้น้อย มีแมลงตอมที่บริเวณตา ทำให้เยื่อบุตาอักเสบ ปัสสาวะมีสีเหลืองเข้มแดง อาจเกิดจากการติดเชื้อหรือขาดน้ำ ถ่ายเหลวมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว สุขภาพอยู่ในแนวโน้มน่าเป็นห่วง จึงได้ทำการเคลื่อนย้ายมายังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยคและอยู่ในความดูแลของสัตวแพทย์พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติไทรโยคอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาสัตวแพทย์ได้ให้การรักษาด้วยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ และให้ดมออกซิเจนอย่างต่อเนื่อง ในระหว่างการดูแลรักษา ลูกช้างป่ายังคงมีความพยายามต่อสู้ โดยยังสามารถกินนมได้ตามปกติทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ปริมาณครั้งละ 350 - 500 มิลลิลิตร แม้ในบางช่วงจะมีอาการอ่อนแรงสลับกับความพยายามลุกยืน แต่ยังมีอาการถ่ายเหลว และมีปัสสาวะสีเข้ม จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 02.00 น. ลูกช้างป่าได้นอนหลับและจากไปอย่างสงบ ทีมสัตวแพทย์ได้เร่งทำการกู้ชีพอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้

เบื้องต้นสัตวแพทย์สันนิษฐานว่า สาเหตุน่าจะมาจาก "สภาวะไตวายเฉียบพลัน" โดยอ้างอิงจากผลการตรวจเลือดจากห้องแล็ป ประกอบกับอาจมีภาวะความผิดปกติของอวัยวะภายในมาแต่กำเนิด ทั้งนี้ ทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่เตรียมดำเนินการผ่าชันสูตรซาก พร้อมเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุอย่างละเอียดต่อไป

ขอส่งกำลังใจให้ทีมสัตวแพทย์และทีมงานช่วยเหลือทุกคน ที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลรักษาลูกช้างป่าพลัดหลง "จิ๋วไทรโยค" อย่างดีที่สุดจนถึงนาทีสุดท้าย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...