โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ขยายโครงการป้องปรามนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส

ไทยโพสต์

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โครงการป้องปรามนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสเป็นตัวแทนยุโรป ชี้วัดว่ายุโรปสามารถเป็นเอกเทศมากแค่ไหน

ยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ที่หลายประเทศใช้คือ การป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ (nuclear deterrence) บนฐานคิดว่าหากมีอาวุธนิวเคลียร์หรือได้รับการปกป้องด้วยนิวเคลียร์ จะเป็นเครื่องป้องกันการโจมตีจากต่างชาติโดยเฉพาะจากอาวุธนิวเคลียร์

ในระยะหลังสหรัฐมีปัญหากับนาโตยุโรป ทรัมป์ขู่ถอนตัวจากนาโต พูดเป็นนัยว่ายุโรปต้องป้องกันตัวเอง ท่าทีที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แม้กระทั่งพันธมิตรอย่างญี่ปุ่น เกาหลีใต้และไต้หวัน ยังสงสัยอยู่เสมอสหรัฐจะปกป้องตนหรือไม่หากเกิดสงครามขึ้นจริง ก่อให้ยุโรปเกิดแนวคิดลดพึ่งพาสหรัฐ หันมาพัฒนากองทัพตนเอง รวมทั้งหาทางป้องปรามนิวเคลียร์ที่เป็นของยุโรปจริงๆ

ภาพ: เครื่องบิน Rafale ที่ติดอาวุธปล่อยนำวิถีร่อน ASMPA-R

เครดิตภาพ: ปัญญาประดิษฐ์

ฝรั่งเศสคือหนึ่งในเป้าหมายที่หลายประเทศสนใจ เพราะระบบอาวุธนิวเคลียร์ฝรั่งเศสพัฒนาด้วยตัวเอง ไม่อิงกับสหรัฐอย่างนิวเคลียร์อังกฤษ จึงมั่นใจว่ารัฐบาลฝรั่งเศสมีอำนาจใช้นิวเคลียร์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์

มีนาคม 2026 เอมมานูแอล มาครง (Emmanuel Macron) ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ประกาศนโยบายขยายการป้องปรามนี้ พฤษภาคม 2026 นอร์เวย์เป็นประเทศที่ 9 ที่เข้าร่วมโครงการป้องปรามด้วยนิวเคลียร์ฝรั่งเศส ต่อจากเยอรมนี โปแลนด์ (สหราชอาณาจักรเข้าร่วมในฐานะพันธมิตรยุทธศาสตร์ แม้มีอาวุธนิวเคลียร์เป็นของตนเอง) สวีเดน เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ เบลเยียม และกรีซ นอกจากนี้ฟินแลนด์กับกลุ่มประเทศบอลติกอยู่ในขั้นตอนหารือ

เป็นความพยายามของฝรั่งเศสในการเสนอทางเลือกเพื่อสร้าง “ความเป็นอิสระเชิงยุทธศาสตร์” ท่ามกลางความไม่แน่นอนของพันธกรณีด้านความมั่นคงในระยะยาวจากสหรัฐ ภัยคุกคามจากรัสเซีย

ภายใต้โครงการอำนาจเด็ดขาดในการสั่งการ (Command and Control) การควบคุมหัวรบนิวเคลียร์ทั้งหมดจะยังคงผูกขาดอยู่ที่ฝรั่งเศส โดยชาติภาคีจะเน้นเข้าร่วมในการวางแผนยุทธศาสตร์ร่วม การส่งกำลังบำรุง และการเปิดพื้นที่ทางอากาศให้ฝรั่งเศสส่งเครื่องบินตระกูล Rafale ที่บรรทุกอาวุธนิวเคลียร์เข้าประจำการชั่วคราว (Forward Deployment) หากจำเป็น (เป็นขั้นตอนเตรียมตัวและเตือนฝ่ายตรงข้าม) การย้ายเครื่องบินติดอาวุธนิวเคลียร์มายังประเทศสมาชิกล่วงหน้าช่วยลดเวลาในการตอบสนอง และเพิ่มระยะปฏิบัติการของขีปนาวุธ ASMPA-R เข้าสู่พรมแดนฝ่ายตรงข้ามอย่างมีนัยสำคัญ

ประเทศสมาชิกที่ลงนามจะปรับปรุงและเปิดฐานทัพอากาศหลักของตนให้รองรับมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูง ฝรั่งเศสส่งเครื่องบิน Rafale และเจ้าหน้าที่เทคนิคเข้ามาวางกำลังล่วงหน้าทั้งในสภาวะวิกฤตและระหว่างการฝึกซ้อมร่วม

สมาชิกที่ไม่มีอาวุธนิวเคลียร์จะมีบทบาทในเรื่องภารกิจคุ้มกันทางอากาศ ชาติสมาชิกจะใช้เครื่องบินขับไล่ของตนเอง (F-35, Eurofighter) บินคุ้มกันเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ของฝรั่งเศส รวมถึงสนับสนุนการเติมน้ำมันกลางอากาศและการลาดตระเวนรบ

นอกจากนี้ประเทศเจ้าบ้านรับผิดชอบการส่งกำลังบำรุง ต่อต้านข่าวกรอง และการป้องกันภัยฐานทัพ เพื่อคุ้มกันสินทรัพย์นิวเคลียร์ของฝรั่งเศสบนภาคพื้น แต่อำนาจสั่งการและควบคุมเป็นของฝรั่งเศสเบ็ดเสร็จ ไม่มีการโอนย้ายรหัสการยิง หรือสิทธิ์การเข้าถึงตัวอาวุธให้แก่ประเทศเจ้าบ้านในทุกกรณี จุดนี้เป็นข้อแตกต่างสำคัญระหว่างโครงการของฝรั่งเศส กับระบบ Nuclear Sharing ของ NATO ที่ใช้ระเบิดนิวเคลียร์สหรัฐ

ข้อมูลปี 2026 SIPRI คาดว่าฝรั่งเศสมีหัวรบนิวเคลียร์ราว 290 หัวรบ โดย 240 หัวรบติดตั้งกับขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ใช้ในกองทัพอากาศราว 40 หัวรบ และอีก 10 หัวรบติดตั้งบนเครื่องบิน Rafale M บนเรือบรรทุกเครื่องบิน Charles de Gaulle

รวมขีปนาวุธนิวเคลียร์ในเรือดำน้ำนิวเคลียร์ฝรั่งเศสหรือไม่:

คำตอบคือ ทั้ง “รวม” และ “ไม่รวม” ขึ้นอยู่กับการพิจารณาในโครงสร้างนโยบาย หรือการเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติการจริง

1) “รวม” ในมิติเชิงยุทธศาสตร์นโยบาย

ในถ้อยแถลงทบทวนหลักความมั่นคงนิวเคลียร์ โครงการป้องปรามล่วงหน้า (Forward Deterrence) ตั้งอยู่บนฐานคิดของการใช้คลังอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดของประเทศเพื่อปกป้อง “ผลประโยชน์สำคัญยิ่ง” (Vital Interests) ของฝรั่งเศสกับยุโรป เรือดำน้ำนิวเคลียร์จึงมีส่วนสำคัญ เป็นแกนหลักการตอบโต้ตามยุทธศาสตร์ป้องปรามของฝรั่งเศส

2) “ไม่รวม” ในโครงสร้างภาคสนาม

ถ้ามองจากมุมฝรั่งเศส เรือดำน้ำติดขีปนาวุธนิวเคลียร์เป็นแกนหลัก แต่ภายใต้ข้อตกลงและกลไกความร่วมมือภาคสนามกับ 9 ประเทศสมาชิก จะไม่มีการนำกองกำลังเรือดำน้ำนิวเคลียร์เข้าไปเกี่ยวข้องหรือแบ่งปันข้อมูลการปฏิบัติการร่วมกัน

ดังที่เห็นว่าข้อตกลงร่วมนั้นพูดถึงกองทัพอากาศ ฝูงบินเครื่องบินขับไล่ Rafale และขีปนาวุธร่อน ASMPA-R เท่านั้น เนื่องจากสามารถเคลื่อนย้ายเข้า-ออก และแสดงตนในดินแดนพันธมิตร

ที่สำคัญคือ ปฏิบัติการของเรือดำน้ำนิวเคลียร์เป็นความลับขั้นสูงสุดยอด ฝรั่งเศสจะไม่เปิดเผยข้อมูลเหล่านี้ เพื่อป้องกันการถูกตรวจจับและรักษาขีดความสามารถในการตอบโต้กลับ

สรุป เรือดำน้ำนิวเคลียร์และขีปนาวุธ M51 รวมอยู่ในนิยาม “ร่มเงาป้องปราม” คุ้มครองพันธมิตรในยุโรป แต่ไม่รวม “กลไกการปฏิบัติการร่วม” ชาติสมาชิกทั้ง 9 ประเทศสนับสนุนโครงการนี้ได้เฉพาะในส่วนของฝูงบินนิวเคลียร์ทางอากาศและการวางกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น

นาโตยุโรปพึ่งพาตัวเองได้แค่ไหน:

ในอีกด้าน ประเด็นนาโตยุโรปพึ่งพาตัวเองได้แค่ไหน เป็นคำถามที่ควรดึงกลับสู่ความจริงว่ายุโรปพร้อมแค่ไหนที่จะพึ่งพาตัวเอง

1.ความจริงคือกองทัพยุโรปต้องพึ่งพาสหรัฐ

กรกฎาคม 2026 Matthew Kroenig อดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐให้ความเห็นว่า ทุกวันนี้นาโตยังต้องพึ่งให้สหรัฐเป็นผู้นำกลุ่ม ใช้ขีดความสามารถระดับสูงของสหรัฐ เช่น การข่าว กองบัญชาการ พึ่งพาการป้องปรามนิวเคลียร์ และต้องมีกองทัพสหรัฐทางภาคพื้นดินมากพอในยุโรป ทั้งหมดนี้เกี่ยวพันกันหมด

ความจริงคือทุกวันนี้กองทัพสหรัฐยังมีส่วนร่วมในการบังคับบัญชาการอยู่มาก และยังต้องยึดแนวทางนี้หากยุโรปยังมีทหารอเมริกันร่วมด้วย

2.ยุโรปไม่เป็นเอกภาพสร้างกองทัพตัวเองไม่ได้

Camille Grand อดีตเจ้าหน้าที่นาโตให้ความเห็นว่ายุโรปพูดถึงการสร้างกองทัพของตัวเอง แต่จะสำเร็จหรือไม่เป็นเรื่องการเมืองโดยแท้ ทุกคนรู้ว่ายุโรปไม่เป็นเอกภาพ ส่วนหนึ่งอยากเป็นอิสระแต่อีกส่วนต้องการอิงกับสหรัฐ สภาพเช่นนี้ไม่สามารถสร้างกองทัพที่เป็นเอกภาพ

3.สหรัฐยังต้องการนาโต

ในที่ประชุมสุดยอดนาโต 2026 ตอกย้ำสหรัฐต้องการนาโต ที่ประชุมให้ภาพผู้นำสหรัฐที่ยิ่งใหญ่ มีอำนาจเหนือสมาชิกนาโตทั้งปวง ก่อนเข้าประชุมทรัมป์พูดแข็งกร้าวในหลายเรื่องเดิม แต่หลังการประชุมลดความแข็งกร้าวลง

มีผู้วิเคราะห์ว่าเหตุผลลึกๆ ที่รัฐบาลสหรัฐ (ไม่ว่าจะเป็นพรรคเดโมแครตหรือรีพับลิกัน) ต้องการให้นาโตยุโรปเข้มแข็ง เพราะยุทธศาสตร์ระยะยาวของสหรัฐต้องการย้ายทรัพยากรและจุดโฟกัสทางทหารจากยุโรปและตะวันออกกลาง มารับมือจีนที่ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

หากยุโรปยังพึ่งพากำลังทหารของสหรัฐมาก สหรัฐจะไม่สามารถระดมทรัพยากรทั้งหมดไปแข่งขันกับจีนในเอเชียอย่างเต็มที่ การกดดันให้ยุโรปเพิ่มงบกลาโหม จึงบีบให้ยุโรปต้อง “ยืนด้วยขาของตัวเอง”

เมื่อยุโรปเห็นความจำเป็นต้องยืนบนขาของตัวเอง ถ้าต้องการอยู่รอดอย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรี โจทย์ใหญ่คือทำอย่างไรจะลดความสูญเสีย รักษาประโยชน์ได้มากที่สุดในยามที่ยุโรปยังต้องอยู่กับสหรัฐ

โครงการป้องปรามนิวเคลียร์ของฝรั่งเศสเป็นตัวแทนยุโรป เป็นตัวชี้วัดว่ายุโรปสามารถเป็นเอกเทศมากแค่ไหน คำว่านาโตยุโรปท้ายที่สุดอาจต้องแยกออกเป็นฝ่ายที่เป็นตัวของตัวเองมาก กับอีกฝ่ายที่อยู่ใกล้ชิดสหรัฐ

ในด้านยุทธศาสตร์ป้องปราม การเพิ่มจำนวนอาวุธนิวเคลียร์ย่อมเพิ่มขีดความสามารถ ซึ่งตัวเลือกมีน้อยมาก สำหรับยุโรปแล้วฝรั่งเศสคือตัวเลือกที่ดีที่สุด.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...