โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ปกรณ์ ชงครม. ยุบตำแหน่งเกษียณ-คงอัตราข้าราชการ ก่อนปรับฐานเงินเดือนใหม่

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงแนวทางการปฏิรูประบบราชการว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ร่วมกันพิจารณากำหนดเพดาน อัตรากำลังคนภาครัฐ ทั้งระบบ ไม่ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้นไปจากปัจจุบัน พร้อมทั้งเสนอให้ยุบเลิกตำแหน่งของผู้ที่เกษียณอายุแล้วด้วย คาดว่าจะเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้

ฟรีซอัตรากำลัง-ยุบตำแหน่งเกษียณอายุ

นายปกรณ์ กล่าวว่า ตอนนี้กำลังให้ให้ไปดูอัตรากำลังคนภาครัฐทั้งระบบไม่ให้เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน หรือฟรีซเอาไว้ เพราะจำนวนตอนนี้ถือเป็นระดับสูงสุดที่ประเทศจะรับภาระได้แล้ว ครอบคลุมทั้งข้าราชการพลเรือน ทหาร และพนักงานราชการรวมประมาณ 3 ล้านคน เพื่อป้องกันปัญหาด้านงบประมาณที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาวหากไม่มีการควบคุมจำนวนบุคลากรให้สอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ

สำหรับการการบริหารจัดการอัตรากำลังคนในภาคราชการครั้งนี้ รัฐบาลจะเน้นไปที่การจัดสรรทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและลดภาระงบประมาณรายจ่ายด้านบุคลากรเพื่อให้มีงบประมาณไปใช้ในการพัฒนาประเทศด้านอื่นที่จำเป็นต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เพราะหากปล่อยไว้จะกระทบต่อโครงสร้างการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว

"เราจะเสนอให้มีการคงตัวเลขข้าราชการทั้งหมดไม่ให้เพิ่มไปกว่านี้เพราะถือว่าเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่ประเทศจะรับได้แล้วหากปล่อยให้สูงไปกว่านี้อาจจะทำให้ระบบล่มสลายได้ ซึ่งในส่วนของข้าราชการพลเรือนจะเสนอให้ยุบเลิกตำแหน่งของคนที่เกษียณอายุหรือตำแหน่งที่มีการออก เพื่อให้จำนวนอัตรากำลังลดลงอย่างเป็นระบบและนำเทคโนโลยีเข้ามาทำงานทดแทนในส่วนที่ทำได้" นายปกรณ์ ระบุ

เป้าหมายลดภาระงบ-จ่อเพิ่มเงินเดือน

รองนายกฯ กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการนี้คือการปรับปรุงโครงสร้างเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยหากเราลดจำนวนคนลงได้จาก 3 ล้านคนเหลือ 2 ล้านคนภายใต้ฐานงบประมาณก้อนเดิมจะช่วยให้ค่าเฉลี่ยของเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการที่ยังอยู่ในระบบสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่จะดึงดูดคนเก่งเข้ามาทำงานราชการและยังเป็นการปรับตัวตามแนวโน้มของบริษัทขนาดใหญ่ทั่วโลกที่หันมาลดขนาดองค์กร

อย่างไรก็ตามกลไกการบริหารจัดการอัตรากำลังใหม่นี้จะเน้นการยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างลงจากการเกษียณอายุราชการในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อการทำงานในปัจจุบันแต่จำเป็นต้องทำเพื่อปรับลดขนาดองค์กรให้มีความคล่องตัวสูงขึ้นตามสภาพสังคม

ขณะเดียวกันในการปรับฐานเงินเดือนข้าราชการนั้น หากทุกอย่างเดินหน้าตามแผนที่กำหนดไว้ได้ เชื่อว่า การปรับเพิ่มฐานเงินเดือนของราชการทั้งระบบก็สามารถปรับขึ้นได้เช่นกัน โดยที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าเงินเดือนของราชการไม่ได้ปรับขึ้นมานาน สวนทางกับภาระค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ดังนั้นในแนวทางของรัฐบาลต่อจากนี้ก็ต้องพิจารณาเรื่องการปรับฐานเงินเดือนให้ แต่การดำเนินการจะทำอย่างรอบคอบให้สอดคล้องกับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดด้วย

เสนอครม. สรุปผลซาวเสียง Early Retire

ส่วนการขับเคลื่อน โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ Early Retire นั้น ที่ผ่านมามีการรับฟังความคิดเห็นผ่านระบบกลางไปแล้ว ซึ่งพบว่า แค่ช่วงเวลา 3 วัน มีคนให้ความสนใจเข้ามาแสดงความเห็นมากกว่า 8,000 คน โดยขั้นตอนหลังจากนี้ทางสำนักงาน ก.พ. จะนำข้อมูลทั้งหมดไปวิเคราะห์ภายใน 15 วันเพื่อพิจารณาเรื่องช่วงอายุและรูปแบบการจ่ายเงินก้อนที่เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดในปีนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตัวข้าราชการและรัฐ

อย่างไรก็ตามข้อมูลจากการรับฟังความคิดเห็นจะถูกนำมาปรับปรุงโครงสร้างโครงการเพื่อให้มีแรงจูงใจที่เหมาะสมและสามารถดำเนินการได้จริงโดยไม่กระทบต่อวินัยการเงินการคลังของภาครัฐบาลที่ปัจจุบันมีงบประมาณที่ค่อนข้างตึงตัว โดยสำนักงาน ก.พ. จะสรุปผลข้อเสนอแนะต่างๆ เป็นหลักการเพื่อนำเสนอในที่ประชุม ครม. พิจารณาในช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2569 นี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...