อธิบดี ปภ. ขานรับนายกฯ ลุยยกระดับมาตรฐานป้องกันอัคคีภัยสถานบริการ-อาคารสาธารณะทั่วประเทศ
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขานรับนโยบายรัฐบาล ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการการะทรวงมหาดไทย ได้เสนอในที่ประชุมคณะะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2569 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบสถานบริการ สถานประกอบการ และอาคารสาธารณะที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมากทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและป้องกันการเกิดเหตุอัคคีภัย
นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า ตามที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เสนอในที่ประชุมคณะะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 14 กรกฏาคม 2569 มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยดูแลความปลอดภัยสถานบริการทั่วประเทศ และนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ขับเคลื่อนมาตรการอย่างเข้มข้น
ในส่วนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่กำกับดูแลกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เน้นย้ำให้ ปภ. ขับเคลื่อนการปฏิบัติงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี โดยเน้นย้ำให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตทุกแห่ง สนับสนุนเจ้าหน้าที่เข้าร่วมตรวจตราให้คำแนะนำเพื่อเพิ่มความปลอดภัยจากอัคคีภัยอย่างถูกต้อง อาทิ การตรวจความพร้อมของระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย ระบบสัญญาณเตือนภัย อุปกรณ์ดับเพลิง เส้นทางหนีไฟ ทางออกฉุกเฉิน จุดรวมพล และแผนอพยพหนีไฟ และสนับสนุนองค์ความรู้ให้แก่สถานประกอบการในการฝึกป้องกันและระงับอัคคีภัย พร้อมให้บูรณาการกับจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสังกัดกรมการปกครอง กรมโยธาธิการและผังเมือง สถานีตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดูแลความปลอดภัยของสถานประกอบการ และอาคารสาธารณะที่มีประชาชนใช้บริการจำนวนมาก ให้มีความปลอดภัยจากอัคคีภัย พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการทุกแห่งให้ความสำคัญกับมาตรการด้านความปลอดภัย ไม่ปิดกั้นทางหนีไฟ ดูแลอุปกรณ์ป้องกันและระงับอัคคีภัยให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงจากอัคคีภัย และสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในการใช้บริการสถานประกอบการและอาคารสาธารณะทั่วประเทศ
“ปภ. ให้ความสำคัญกับการสร้าง “วัฒนธรรมความปลอดภัย” (Safety Culture) เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้านอัคคีภัย โดยพร้อมสนับสนุนการตรวจความพร้อมของระบบป้องกันอัคคีภัยสถานบริการ และจัดฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุอัคคีภัยเป็นประจำ รวมถึงสร้างความรู้ความเข้าใจให้บุคลากรสามารถใช้อุปกรณ์ดับเพลิงเบื้องต้น และอพยพประชาชนได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากอัคคีภัยได้ ซึ่ง ปภ. พร้อมสนับสนุนเครื่องมืออุปกรณ์ในการระงับเหตุอัคคีภัย อาทิ รถดับเพลิงอาคาร รถยนต์ดับเพลิงชนิดหอน้ำ ความสูง 35 เมตร และ 90 เมตร รถบรรทุกน้ำช่วยดับเพลิง รถยนต์ดับเพลิงพร้อมโฟมอัดอากาศแรงดันสูง พร้อมชุดยานยนต์ดับเพลิงด้วยระบบควบคุมระยะไกล รวมถึงส่งเสริมความรู้ด้านการป้องกันอัคคีภัยแก่ประชาชน เพื่อขับเคลื่อนข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้บรรลุผล” นายธีรพัฒน์ อธิบดี ปภ. กล่าว