โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วโลก เกิดอะไรขึ้นบ้างในสัปดาห์นี้ 2 - 8 ส.ค. 2569

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

สัปดาห์นี้ มีงานวิจัยระบุว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ไฟป่าในอเมริกาเหนือทวีความรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นเป็นเท่าตัว

ส่วนสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุด สหรัฐอเมริกา อิหร่าน และโอมาน เตรียมบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ หวังคลี่คลายวิกฤตความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

กลับมาที่เอเชีย ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำเมียนมา ได้พบตัวแทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ซึ่งถือเป็นการยืนยันความปลอดภัยครั้งแรกในรอบหลายปี

ออสเตรเลียอนุมัติสัญชาติกรณีพิเศษให้แก่ 2 นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน หลังขอลี้ภัยทางการเมืองจากเหตุการณ์ปฏิเสธการร้องเพลงชาติ

แม่น้ำสายหลักในยุโรปเผชิญภาวะน้ำลดระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์จากคลื่นความร้อน ส่งผลกระทบหนักต่อการขนส่งและวิกฤตพลังงาน

ยังมีข่าวดีจากปฏิบัติการช่วยเหลือวาฬเบลูกา 7 ตัว จากสวนน้ำในแคนาดาที่ปิดตัวลง และขนย้ายไปยังศูนย์อนุรักษ์ของสหรัฐฯ สำเร็จ

ปิดท้ายด้วยข่าวเจ้าหน้าที่โคลอมเบียเข้าช่วยเหลือลูกฮิปโปโปเตมัสแรกเกิดที่พลัดหลงและขาดสารอาหาร ซึ่งเป็นทายาทจากฝูงฮิปโปของอดีตราชายาเสพติด ปาโบล เอสโกบาร์

Canada งานวิจัยชี้ภาวะโลกร้อนทำไฟป่ารุนแรง-บ่อยขึ้น 2 เท่า

ผลการศึกษาล่าสุดจากเครือข่ายนักวิทยาศาสตร์ World Weather Attribution (WWA) ระบุว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีสาเหตุจากฝีมือมนุษย์ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สภาพอากาศแห้งแล้งและเอื้อต่อการเกิดไฟป่าในแคนาดาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า โดยปัจจุบันมีไฟป่าเกิดขึ้นเกือบ 700 จุด ครอบคลุมพื้นที่ป่ากว่า 3.8 หมื่นล้านตารางเมตร นักวิจัยชี้ว่าหากไม่มีภาวะโลกร้อนจากการเผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล สภาพอากาศลักษณะนี้จะเกิดขึ้นเพียง 1 ครั้งในรอบ 40 ปี แต่ปัจจุบันกลับมีความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 2-15 ปี แม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะวิจารณ์ว่าแคนาดาบริหารจัดการไฟป่าล้มเหลว แต่นักวิทยาศาสตร์ยืนยันว่าการปรับตัวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ประชาคมโลกต้องลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ

Middle East ‘ทรัมป์’ คาดสงครามอิหร่านใกล้สิ้นสุด เตรียมบรรลุข้อตกลงชั่วคราวเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

สหรัฐอเมริกา อิหร่าน และโอมาน ใกล้บรรลุข้อตกลงชั่วคราวเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 1 ใน 5 ของโลก โดยทางการอิหร่านยืนยันว่าได้ตกลงพิกัดเส้นทางเดินเรือใหม่กับโอมานแล้ว เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ต่อไป ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวด้วยความเชื่อมั่นว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงในเร็วๆ นี้ พร้อมยื่นคำขาดว่าช่องแคบจะต้องถูกเปิด ไม่เช่นนั้นอิหร่านจะเผชิญกับการโจมตีอย่างหนัก โดยมีรายงานว่าผู้นำสหรัฐฯ เพิ่งระงับแผนปฏิบัติการทางทหารครั้งใหญ่ ขณะที่อิหร่านยังคงปฏิเสธการเจรจาโดยตรงกับสหรัฐฯ โดยใช้โอมานเป็นคนกลางในการเจรจา

Myanmar 'ออง ซาน ซูจี' พบผู้แทนกาชาดสากล ยืนยันปลอดภัย ครั้งแรกในรอบหลายปี

ออง ซาน ซูจี อดีตผู้นำเมียนมาวัย 81 ปี ได้พบกับตัวแทนคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ในกรุงเนปิดอว์ ซึ่งถือเป็นการติดต่อกับหน่วยงานอิสระครั้งแรกนับตั้งแต่กองทัพเมียนมารัฐประหารและควบคุมตัวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ทางการเมียนมาได้เผยแพร่ภาพถ่ายขณะเธอสวมชุดพื้นเมืองยืนจับมือกับตัวแทน ICRC รวมถึงภาพการฉลองวันเกิดเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ด้าน คิม อริส บุตรชายของซูจี ระบุว่านี่คือหลักฐานชิ้นแรกที่ยืนยันว่ามารดายังมีชีวิตอยู่และมีสุขภาพที่แข็งแรง ขณะที่สหประชาชาติได้ออกแถลงการณ์ยินดีกับความคืบหน้าดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนักโทษทางการเมืองทั้งหมดอย่างไม่มีเงื่อนไขเพื่อนำไปสู่กระบวนการทางการเมืองที่โปร่งใสต่อไป

Australia ให้สัญชาติ 2 นักเตะหญิงอิหร่าน หลังขอลี้ภัยปมปฏิเสธร้องเพลงชาติ

รัฐบาลออสเตรเลียอนุมัติสัญชาติเป็นกรณีพิเศษให้แก่ ฟาเตเมห์ ปาซานดิเดห์ และ อาเตเฟห์ ราเมซานิซาเดห์ สองนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน หลังยื่นเรื่องขอลี้ภัยทางการเมืองเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เนื่องจากพวกเธอและเพื่อนร่วมทีมปฏิเสธการร้องเพลงชาติอิหร่านก่อนการแข่งขัน เพื่อแสดงจุดยืนประท้วง จนถูกสื่อในประเทศตราหน้าว่าเป็นคนทรยศ กระบวนการมอบสัญชาติครั้งนี้ถูกเร่งรัดให้เร็วกว่าปกติที่ต้องใช้เวลาถึง 4 ปี ซึ่งคาดว่าเพื่อให้ทั้งสองสามารถลงเล่นในนามทีมชาติออสเตรเลียได้ ปัจจุบันทั้งคู่ได้เข้าร่วมสโมสร Brisbane Roar ในลีกสูงสุดของออสเตรเลีย โดยมีรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ร่วมกดดันและสนับสนุนนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียในการให้สัญชาติครั้งนี้ด้วย

Europe วิกฤตแม่น้ำไรน์-ดานูบแห้งขอด ลดต่ำทุบสถิติหลายประเทศ

ยุโรปกำลังเผชิญวิกฤตภัยแล้งและคลื่นความร้อนที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำสายสำคัญอย่างแม่น้ำไรน์และแม่น้ำดานูบ ลดต่ำลงทุบสถิติในหลายพื้นที่ทั้งในเยอรมนีและเนเธอร์แลนด์ จนเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะชะงักงันของห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการขนส่งที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ภัยแล้งยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบผลิตไฟฟ้า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในฮังการีต้องลดกำลังการผลิต ขณะที่เซอร์เบียต้องลดการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเนื่องจากขาดแคลนน้ำหล่อเย็น

United States ต้อนรับวาฬเบลูกา 7 ตัว ขนย้ายครั้งใหญ่จากแคนาดา

ปฏิบัติการขนย้ายวาฬเบลูกาจำนวน 7 ตัว จากสวนน้ำมารีนแลนด์ ในเมืองไนแอการาฟอลส์ ประเทศแคนาดาซึ่งปิดตัวลงเมื่อปี 2024 สู่ศูนย์อนุรักษ์สัตว์น้ำ ซีเวิลด์ ซานอันโตนิโอ ในรัฐเทกซัส สหรัฐอเมริกา สำเร็จอย่างปลอดภัย ถือเป็นการขนย้ายวาฬเบลูกาจำนวนมากที่สุดในคราวเดียว โดยวาฬเพศเมียทั้ง 7 ตัวอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากทีมสัตวแพทย์ เพื่อปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ ก่อนจะไปสมทบอยู่กับวาฬที่ได้รับความช่วยเหลือก่อนหน้านี้

Colombia ช่วยชีวิตลูก 'โคเคนฮิปโป' พลัดหลง ก่อนส่งเข้าเขตอนุรักษ์

ชาวประมงในเขตปวยร์โตนาเร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโคลอมเบีย ค้นพบและช่วยเหลือลูกฮิปโปโปเตมัสแรกเกิดที่พลัดหลงจากแม่และมีภาวะขาดสารอาหารรุนแรง ริมฝั่งแม่น้ำมักดาเลนา โดยฮิปโปตัวนี้เป็นหนึ่งในทายาทของฝูง ‘โคเคนฮิปโป’ ที่ ปาโบล เอสโกบาร์ อดีตราชายาเสพติด นำเข้ามาเลี้ยงในสวนสัตว์ส่วนตัวเมื่อยุค 1980 เมื่อเขาเสียชีวิต ฝูงฮิปโปได้หลุดรอดสู่ธรรมชาติและขยายพันธุ์จนมีจำนวนกว่า 200 ตัว ซึ่งถือเป็นฝูงฮิปโปที่ใหญ่ที่สุดนอกทวีปแอฟริกา

อ้างอิง

theguardian

aljazeera

reuters

nbcnews

bbc

yahoo

cbsnews

บทความต้นฉบับได้ที่ : ทั่วโลก เกิดอะไรขึ้นบ้างในสัปดาห์นี้ 2 - 8 ส.ค. 2569

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...