STM ขนทัพโดรนรบ AI บุกไทยงาน ‘DronTech Asia 2026’
นายเอิซกือร์ กือเลอรือซ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาวุนมา เทกโนโลชีเลรี มิวเฮนดิสลิก เว ทีจาเรต อา.เช. จำกัด (STM) เปิดเผยว่า ท่ามกลางความท้าทายด้านภูมิรัฐศาสตร์ อุตสาหกรรม UAV กลายเป็นกลไกความมั่นคงและเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุด STM ในฐานะผู้ขับเคลื่อนหลักของตุรกีได้พัฒนาแพลตฟอร์มไร้คนขับมากกว่า 13-14 รูปแบบ โดยชูจุดเด่นการผสานปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning และ Computer Vision ทำให้โดรนสามารถปฏิบัติการแบบฝูง (Swarm) วางแผนบินอัตโนมัติ และทำงานได้แม้ในพื้นที่ไร้สัญญาณ GPS หรือถูกรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์
ผงาดจากผู้ซื้อสู่ผู้ส่งออกท็อปโลก
ความสำเร็จของอุตสาหกรรมโดรนตุรกีเกิดจากนโยบายพึ่งพาตนเองด้านการป้องกันประเทศ (Defense Self-Sufficiency) ด้วยการทุ่มงบ R&D ควบคู่การนำประสบการณ์จากสมรภูมิจริงมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ จนได้โดรนที่มีความคุ้มค่าและประสิทธิภาพสูง ล่าสุดในปี 2569 STM คว้าสัญญายักษ์ใหญ่จากประเทศสมาชิกองค์การ NATO และสหภาพยุโรป (EU) ในการติดตั้งระบบโดรน KARGU และ ALPAGU บนยานเกราะทางบก ยืนยันถึงความเชื่อมั่นในระดับสากล
ขณะเดียวกันปีนี้ ได้ยกทัพอากาศยานไร้คนขับ (UAV) และนวัตกรรมโดรนอัจฉริยะลุยงาน "DronTech Asia 2026" ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 11–13 พ.ย. 69 นี้ มุ่งโชว์ศักยภาพเทคโนโลยีทางทหารระดับโลกที่กวาดสัญญาเคียงข้างชาติตะวันตกและส่งออกแล้วกว่า 15 ประเทศทั่วโลก
ขนไฮไลต์'โดรนพิฆาต' บุกเมืองทองธานี
สำหรับเทคโนโลยีที่จะนำมาจัดแสดงในประเทศไทยช่วงปลายปีนี้ ครอบคลุมทุกภารกิจทางยุทธวิธี อาทิ:
KARGU: ระบบอาวุธบินวนโจมตี (Loitering Munition) รองรับการรบแบบฝูง
TOGAN: โดรนลาดตระเวนและเฝ้าตรวจ ลุยได้ทั้งกลางวัน-กลางคืน พร้อมระบบแท่นชาร์จอัตโนมัติ NEST Smart Nesting System
BOYGA: โดรนปล่อยกระสุนโจมตีเป้าหมายความแม่นยำสูง
แพลตฟอร์มอื่นๆ: เช่น ALPAGU, KUZGUN และ TUNGA-X
มุ่งสู่ระบบนิเวศไร้คนขับครบวงจร
STM มองว่าอนาคตของเทคโนโลยีไร้คนขับจะไม่จำกัดอยู่แค่บนอากาศ แต่จะขยายสู่ผิวน้ำและใต้น้ำแบบบูรณาการ เน้นการทำงานร่วมกันระหว่างกำลังพลกับระบบอัตโนมัติ (Manned-Unmanned Teaming) การเข้าร่วมงาน DronTech Asia 2026 ครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสสำคัญของหน่วยงานความมั่นคงและนักลงทุนในภูมิภาคเอเชียที่จะได้แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับผู้นำเทคโนโลยีระดับโลกอย่างใกล้ชิด