โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

บ้านร้อน แต่ไม่อยากออกไปไหน รวมวิธีช่วยให้ที่อยู่อาศัยเย็นลง อยู่สบาย และประหยัดไฟ

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว • THE MOMENTUM

ภัยพิบัติของคนติดบ้านกลับมาอีกครั้งเมื่ออากาศร้อน บ้านที่เคยอยู่แล้วอบอุ่นใจก็พลันเปลี่ยนเป็นนรกสุดอบอ้าว เหงื่อไหลไคลย้อยแม้จะแค่นั่งเล่นบนโซฟา และปัญหาใหญ่คืออากาศร้อนมาพร้อมกับค่าไฟที่พุ่งทะยาน จากการเปิดแอร์ทั้งวัน แต่หลายคนก็ไม่อยากขนหัวลุกตอนเห็นบิลค่าไฟสิ้นเดือน ก็ต้องบังคับตัวเองให้ออกจากบ้านไปนั่งตากแอร์เย็นฉ่ำในห้างสรรพสินค้าหรือคาเฟ่

แต่การออกจากบ้านเพื่อหนีร้อนและต้องการประหยัดไฟ ดันเป็นฝันร้ายของอินโทรเวิร์ตที่อยากนอนพักผ่อนอยู่บ้าน ด้วยเหตุนี้เราจึงได้รวบรวมวิธีการที่จะช่วยทุกคนอยู่บ้านได้ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน ให้พักได้อย่างสบายตัว สบายใจ รวมถึงสบายกระเป๋าด้วย

ปรับเปลี่ยนบ้านเพียงเล็กน้อย

ทุกวันนี้มีนวัตกรรมมากมายถูกคิดค้นมาเพื่อให้บ้านเย็นและเหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศร้อนอย่างประเทศไทย อย่างเช่น การสร้างบ้านด้วยหลังคาที่ลดการสะสมความร้อน เลือกสีทาบ้านที่ไม่กักเก็บความร้อน ใช้กระเบื้องเย็น ติดฉนวนกันความร้อน แผ่นสะท้อนความร้อนใต้หลังคาและฝ้าเพดานช่วยลดอุณหภูมิ หรือติดตั้งสปริงเกอร์พ่นน้ำบนหลังคา

อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นรีโนเวตปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหลัง หรืออพยพหาบ้านใหม่ เพราะยังมีอีกหลายนวัตกรรมที่ติดตั้งง่าย รวดเร็ว และลงทุนไม่มาก อันดับแรกให้พิจารณาว่าการกักเก็บความร้อนของบ้านเรามีสาเหตุหลักมาจากอะไร

อย่างบ้านบางหลังติดกระจกรอบตัวบ้าน จะยิ่งร้อนมากขึ้นเมื่อแดดส่องเข้าตัวบ้าน จึงจำเป็นต้องติดฟิล์มกันแสง และเปลี่ยนผ้าม่านเป็นม่านกันยูวี เพราะจะได้ช่วยลดรังสีความร้อนที่ทะลุผ่านกระจกเข้ามา บ้านจะสะสมความร้อนน้อยลงและเย็นขึ้น

สำหรับชาวคอนโดห้องร้อนอบอ้าว อาจเป็นเพราะลมไม่พัดผ่าน จึงระบายอากาศได้น้อย ให้พยามยามเปิดหน้าต่างระบายอากาศในช่วงอุณหภูมิต่ำหรืออากาศเย็น ซึ่งก็คือตอนเช้าและเย็น เปิดให้อากาศเย็นเข้ามาแทนที่อากาศร้อนในห้อง ทั้งนี้ ควรปิดม่านเอาไว้เมื่อมีแสงแดดส่องเข้ามา เพื่อไม่ให้เกิดการสะสมความร้อน และจัดวางเฟอร์นิเจอร์ไม่ให้บังทิศทางลม

ให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้า

ปัญหาอากาศร้อนไม่ได้กระทบเพียงแค่ร่างกายคน แต่ยังส่งผลให้ค่าไฟแพงขึ้นจนกระเป๋าฉีก ซึ่งทำให้หลายคนต้องเนรเทศตัวเองออกจากบ้านในเวลากลางวันเพราะไม่อยากเปลืองไฟ

โดยวิธีการที่จะช่วยให้อยู่บ้านแต่ประหยัดไฟ ให้ตรวจสอบตรวจใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะหลอดไฟควรเปลี่ยนไปใช้หลอดไฟ LED ที่ปล่อยความน้อย และประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ปล่อยความร้อนในช่วงเวลาที่อากาศร้อนเพื่อลดการสะสมความร้อนในบ้าน เช่น เตารีด เตาอบ เครื่องอบผ้า หรือไดร์เป่าผม ซึ่งสามารถใช้ได้ในช่วงกลางคืนที่อากาศเย็นลงแล้ว

อีกหนึ่งวิธีที่หลายคนทำแล้วได้ผลลัพธ์ช่วยประหยัดไฟ คือ เปิดพัดลมควบคู่กับการเปิดแอร์ โดยเปิดแอร์อุณหภูมิ 25-27 องศา แล้วพัดลมจะช่วยกระจายอากาศเย็นจากแอร์ให้ทั่วถึง ลดการทำงานหนักของแอร์ ช่วยให้ประหยัดไฟ แต่ยังรู้สึกเย็นสบายเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม นอกจากปรับบ้านให้พร้อมปะทะอากาศร้อน สำหรับตัวผู้อยู่อาศัยเองก็ต้องปรับพฤติกรรมเพื่อให้อยู่บ้านได้อย่างสบาย ไม่ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพอย่างภาวะฮีตสโตรกในวันร้อนจัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ที่ทั้งโลกกำลังประสบกับฮีตเวฟ โดยวิธีช่วยป้องกันคือจิบน้ำอย่างสม่ำเสมอ โดยไม่ต้องรอให้รู้สึกหิวกระหาย เพราะการจิบน้ำบ่อยๆ จะช่วยลดอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงกินผลไม้ที่มีน้ำเยอะอย่างผลไม้จำพวกแตง

แต่หากใครเลือกอาบน้ำเพื่อคลายร้อนก็ขอให้ระมัดระวัง อย่าอาบน้ำในช่วงที่อุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป ให้พักจนกว่าอุณหภูมิร่างกายเป็นปกติ แล้วจึงอาบน้ำ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนอยู่บ้านอย่างมีความสุขแม้ในสภาวะอากาศร้อน และหากบ้านไหนมีเคล็ดลับคลายร้อนก็สามารถแบ่งปันกันได้

ที่มา:

- https://www.sansiri.com/content/view/homecare-howto-cool-down-your-home/th

- https://www.lh.co.th/th/blogs/living-tips/tips-to-keep-house-cool
- https://globalhouse.co.th/globalidea/detail/160

- https://www.gov-online.go.jp/eng/publicity/book/hlj/html/201808/201808_08_en.html

- https://www.theguardian.com/environment/2026/jul/26/how-to-keep-cool-in-a-heatwave-from-people-who-know-best

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...