โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ขับรถ “ลาพัก…ไปรักษ์โลก”

เดลินิวส์

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เพราะการเดินทางท่องเที่ยววันนี้ ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยวที่เก็บเพียงภาพถ่ายเหลือเพียงรอยเท้าอย่างที่เคยผ่านมา และช่วงเวลาก็ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงวันหยุดยาวประจำปีอีกต่อไป นั่นคือเหตุผลส่วนหนึ่งซึ่งเป็นที่มาของโครงการ “Take Leave Consciously ลาพัก…ไปรักษ์โลก” ภายใต้แนวคิด “Regenerative Tourism: Leave a Positive Impact” ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มีบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นหนึ่งในผู้ให้การสนับสนุน

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนี่งในการส่งเสริมแนวคิดการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟู ชวนคนวัยทำงานเปลี่ยนมุมมองการใช้วันลาพักร้อนให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น ผ่านการเดินทางที่ไม่เพียงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังสร้างคุณค่าและผลเชิงบวกกลับคืนสู่ธรรมชาติ ชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่น และสังคม

ความร่วมมือครั้งนี้โตโยต้ามีบทบาทในฐานะพันธมิตรด้าน Mobility สนับสนุนการเดินทางที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ โดยนำแนวคิด “Multi-Pathway” มาประยุกต์ใช้กับการเดินทาง ผ่านทางเลือกด้านยานยนต์ และพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง ICE, HEV, PHEV และ BEV เพื่อให้สามารถเลือกใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมกับรูปแบบการเดินทาง ลักษณะเส้นทาง และความต้องการของผู้ใช้งาน ควบคู่กับการสนับสนุนเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน

หนึ่งในเส้นทางนำร่องของโครงการก็คือ “Give & Grow @ราชบุรี” ทริป 3 วัน 2 คืนที่มีจุดหมายอยู่ที่ จ.ราชบุรี โดยมีทางผ่านอย่างสมุทรสงครามเป็นจุดแวะพักด้วย และจุดพักที่ว่าก็คือ “Salt Lake De Maeklong” (ซอลท์ เลค เดอ แม่กลอง) คาเฟ่นาเกลือสไตล์มินิมอล ที่มีการนำ “ดอกเกลือ” มาเป็นส่วนผสมของกาแฟสูตรเด็ดของร้าน แต่ที่ห้ามพลาดอีกอย่างก็คือ “สปาเกลือแช่เท้า” ที่มีสูตรเกลือแช่เท้าเฉพาะของร้านอย่างกลิ่นกุหลาบและลาเวนเดอร์ เมื่อนำมาผสมกับน้ำอุ่นแช่เท้า นอกจากลดอาการปวดเมื่อยหรือเมื่อยล้าจากการเดินทางแล้ว ยังช่วยดับกลิ่นอับพร้อมบำรุงผิวเท้าให้ชุ่มชื้น นอกจากนี้ยังช่วยดึงประจุพลังงานลบออกจากร่างกายให้รู้สึกผ่อนคลาย หากยังมีเวลาลงมือทำ Workshop น้ำหอมดอกเกลือด้วยอีกอย่าง

เดินทางต่อไปยังราชบุรี มีจุดหมายห้ามพลาดหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ “วัดมหาธาตุวรวิหาร” วัดเก่าแก่เก่าแก่อายุนับพันปีสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยวัฒนธรรมทวารวดี จึงไม่น่าแปลกใจที่พระปรางค์ประธานจะมีสถาปัตยกรรมแบบขอมคล้ายกับปราสาทนครวัด สร้างด้วยศิลาแลงและอิฐ มีการฉาบปูนและแกะสลักลวดลายปูนปั้นที่วิจิตรบรรจงล้อมรอบ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ด้านหลังของพระปรางค์ประธาน เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงประทับนั่งสององค์ที่หันพระปฤษฎางค์ (หลัง) ชนกัน ซึ่งเป็นลักษณะการจัดวางพระพุทธรูปโบราณที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน ส่วนวิหารหลวงประดิษฐาน "พระมงคลบุรี" พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ ศิลปะสมัยอยุธยาที่เป็นพระประธานหลักของวัด นอกจากนี้ด้านข้างของพระปรางค์ประธานองค์ใหญ่ยังมี “ระฆังหินโบราณ” หนึ่งในวัตถุโบราณที่ทางวัดอนุรักษ์ไว้

แล้วยังมี “ศูนย์ศึกษาวิธีการฟื้นฟูที่ดินเสื่อมโทรมเขาชะงุ้มอันเนื่องมาจากพระราชดำริ” โครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2529 เพื่อเป็นศูนย์กลางในการศึกษาวิจัย สาธิต และทดสอบวิธีการฟื้นฟูดินเสื่อมโทรมให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และสามารถเพาะปลูกได้อีกครั้ง แต่เดิมพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นฟาร์มปศุสัตว์และปลูกพืชไร่ที่มีการใช้ประโยชน์จากดินอย่างผิดวิธี จนทำให้หน้าดินเสียหาย ทรุดโทรม และถูกขุดลูกรังไปขายจนดินขาดความอุดมสมบูรณ์กลายเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงทรงมีพระราชดำริให้พัฒนาพื้นที่แห่งนี้เพื่อเป็นแบบอย่างในการจัดการดิน น้ำ และพืชอย่างยั่งยืน

ปัจจุบันที่นี่ได้พัฒนาต่อยอดกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและการเรียนรู้ธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี ไฮไลท์ห้ามพลาด ได้แก่ ต้นประดู่ทรงปลูก ต้นไม้ประวัติศาสตร์ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปลูกไว้เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนโครงการ พลับพลาที่ประทับกลางน้ำศาลาไม้กลางอ่างเก็บน้ำเขาชะงุ้ม จุดชมทัศนียภาพที่สวยงามร่มรื่นและเป็นเอกภาพ และทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล ไฮไลท์ยอดนิยมคือการชมทุ่งดอกทานตะวัน

อีกแห่งที่ต้องแวะไป “พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอนวัดขนอน” สถานที่อนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมการแสดงหนังใหญ่อันทรงคุณค่า ซึ่งได้รับรางวัลจากยูเนสโก (UNESCO) ในฐานะชุมชนดีเด่นของโลกที่มีผลงานในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพย์สินชิ้นเอกของมนุษยชาติ จัดแสดงตัวหนังใหญ่โบราณที่ประณีตงดงามมากกว่า 300 ตัว อยู่บนเรือนไทยโบราณ ส่วนใหญ่จัดสร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ชมการจัดแสดงนิทรรศการตัวหนังใหญ่แบบเปิดไฟส่องหลังให้เห็นลวดลายฉลุอันวิจิตรมีการจัดแสดงเชิดหนังใหญ่ประกอบดนตรีปี่พาทย์แบบโบราณโดยนักเรียนจากโรงเนียนวัดขนอน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Nature Walk “ปลูกป่าในใจคน” ชมอุโมงค์ต้นไผ่ เรียนรู้วิธีการจัดระเบียบป่า ชมสวนสัตว์ Mini Zoo ในป่าบ้านฉัน ชิมขนมปากหม้อและน้ำสมุนไพร หรือทดลองแปรรูปทำเครื่องดื่มโปรตีนสูง เมนูมัทฉะตำลึง ไร้คาเฟอีน

การเดินทางครั้งนี้โตโยต้าได้นำยานยนต์มาสนับสนุน เพื่อร่วมทดลองการใช้งาน Mobility Solution ในบริบทของการท่องเที่ยว เก็บเกี่ยวประสบการณ์และองค์ความรู้จากการใช้งานจริง และนำไปต่อยอดสู่แนวทางการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและพื้นที่ปลายทางในอนาคต

ความร่วมมือระหว่าง ททท. และโตโยต้า จึงเป็นการเชื่อมโยง “Mobility × Tourism × Sustainability” เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับการเดินทางให้เป็นมากกว่าการเคลื่อนย้าย สู่ประสบการณ์ที่สร้างคุณค่าให้แก่ผู้เดินทาง ชุมชน และพื้นที่ท่องเที่ยว พร้อมต่อยอดองค์ความรู้และประสบการณ์จากการใช้งานจริง สู่การพัฒนารูปแบบการเดินทางและการท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์อนาคต และเติบโตอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...