โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไขข้อสงสัย เงินเยียวยาเกษตรกรชาวไร่นาไร่ละ 2,240 ตรวจสอบลงทะเบียนแล้ว ได้เงินตอนไหน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 ก.ย เวลา 02.46 น. • Nick
กรมส่งเสริมการเกษตร สรุปหลักเกณฑ์ อัตราการช่วยเหลือ และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่

กรมส่งเสริมการเกษตร สรุปหลักเกณฑ์ อัตราการช่วยเหลือ และขั้นตอนการขอรับความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่อให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบสามารถเตรียมเอกสารและดำเนินการตามขั้นตอนได้อย่างถูกต้อง โดยการช่วยเหลือจะพิจารณาจากความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง และต้องเป็นพื้นที่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

3 เรื่องสำคัญที่เกษตรกรต้องรู้

ตรวจสอบทะเบียนเกษตรกร และปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันก่อนเกิดภัยพิบัติ

เมื่อเกิดความเสียหาย ต้องยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ กษ 01 พร้อมผ่านการตรวจสอบและรับรองความเสียหายตามขั้นตอน

ติดตามการประชาคม การตรวจสอบ และประกาศรายชื่อ ผู้ผ่านการพิจารณาจากหน่วยงานในพื้นที่

สำหรับอัตราการช่วยเหลือด้านพืช ครอบคลุมทั้งข้าว พืชไร่และพืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น รวมถึงกรณีพื้นที่ถูกดิน โคลน หรือซากวัสดุทับถมจนไม่สามารถเพาะปลูกได้ โดยมีหลักเกณฑ์และอัตราการช่วยเหลือแตกต่างกันตามประเภทความเสียหาย

เงินเยียวยาเกษตรกร 2569 ได้ไร่ละเท่าไร?

ตามหลักเกณฑ์ใหม่ กำหนดอัตราช่วยเหลือด้านพืช ดังนี้

ข้าว ช่วยเหลือ 2,240 บาทต่อไร่

พืชไร่และพืชผัก ช่วยเหลือ 3,180 บาทต่อไร่

ไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ช่วยเหลือ 6,800 บาทต่อไร่

ไม้ผลและไม้ยืนต้นที่ชะงักการเจริญเติบโต แต่ไม่ตาย หรือผลผลิตได้รับความเสียหาย ช่วยเหลือ 3,400 บาทต่อไร่

พื้นที่ถูกหิน ดิน ทราย ไม้ โคลน หรือซากวัสดุทับถม จนไม่สามารถใช้เพาะปลูกได้ ช่วยเหลือค่าขุดลอกและขนย้าย 16,000 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 5 ไร่

ทั้งนี้ การช่วยเหลือกำหนดวงเงิน ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยจะพิจารณาจากพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง

ใครมีสิทธิได้รับเงินเยียวยา?

เกษตรกรที่จะได้รับการพิจารณาช่วยเหลือ ต้องมีคุณสมบัติสำคัญ ได้แก่ ขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย พื้นที่เพาะปลูกได้รับความเสียหายจริง และต้องอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ

กรณีพืชตายหรือได้รับความเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูหรือเยียวยาให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ จะพิจารณาช่วยเหลือตามพื้นที่ที่เสียหายจริง ภายใต้เพดานไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

ดังนั้น เงิน 6,800 บาทต่อไร่ ไม่ใช่อัตราที่เกษตรกรทุกประเภทจะได้รับ แต่เป็นอัตราสำหรับไม้ผล ไม้ยืนต้น และอื่น ๆ ที่พืชตายหรือเสียหายจนไม่สามารถฟื้นฟูกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ส่วนผู้ปลูกข้าวจะได้รับในอัตรา 2,240 บาทต่อไร่

ยื่นเอกสารแล้ว จะได้รับเงินเมื่อไหร่?

ขั้นตอนการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568 โดยระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของการให้ความช่วยเหลือ ไม่เกิน 3 เดือน นับตั้งแต่วันที่เกิดภัย

ขั้นตอนหลักมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1

ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน

ขั้นตอนที่ 2

เกษตรกรยื่นแบบขอรับความช่วยเหลือ กษ 01 โดยมีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายก อบต. หรือนายกเทศมนตรี ตรวจสอบและรับรองความเสียหาย

ขั้นตอนที่ 3

คณะอนุกรรมการตรวจสอบความเสียหายระดับหมู่บ้าน ตรวจสอบและรับรองความเสียหายของเกษตรกร

ขั้นตอนที่ 4

นำรายชื่อเกษตรกรที่ผ่านการตรวจสอบไปติดประกาศ ณ สถานที่ที่กำหนด ไม่น้อยกว่า 3 วัน

จากนั้น สำนักงานเกษตรอำเภอจะนำเสนอรายชื่อและข้อมูลต่อคณะกรรมการ ก.ช.ภ.อ. เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดสรร

หากวงเงินไม่เพียงพอ สำนักงานเกษตรจังหวัดจะเสนอคณะกรรมการ ก.ช.ภ.จ. พิจารณาเพิ่มเติม และหากยังไม่เพียงพอ จะเข้าสู่ขั้นตอนการขอใช้เงินทดรองราชการในอำนาจปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เงินโอนเข้าบัญชีใคร?

เมื่อผ่านการพิจารณาและได้รับอนุมัติแล้ว ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะเป็นผู้โอนเงินช่วยเหลือ เข้าบัญชีของเกษตรกรโดยตรง

ดังนั้น การยื่น กษ.01 แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินทันที เพราะยังต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบ รับรองความเสียหาย ประกาศรายชื่อ และพิจารณาจัดสรรเงินตามขั้นตอนของทางราชการก่อน

ระวังมิจฉาชีพ!

กรมส่งเสริมการเกษตรย้ำว่า การช่วยเหลือเกษตรกรจะดำเนินการผ่านหน่วยงานภาครัฐตามขั้นตอน และเงินช่วยเหลือจะโอนเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ไม่มีการเรียกเก็บค่าดำเนินการ

เกษตรกรสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานเกษตรอำเภอใกล้บ้าน และติดตามข้อมูลข่าวสารจากช่องทางทางการของกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวง

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมส่งเสริมการเกษตร

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...