โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ไข่ไก่-หมูจี้รัฐรื้อ ‘ประกันข้าวโพด’ ชี้ต้นทุนพุ่ง ไทยเสียเปรียบคู่แข่ง

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นางจุฑามาศ บุญแสง ประธานสหกรณ์เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ลุ่มแม่น้ำน้อย เปิดเผยว่า รัฐควรทบทวนโครงสร้างการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยปรับจากมาตรการประกันราคาไปเป็นการลดต้นทุนปัจจัยการผลิต เนื่องจากเกษตรกรรายย่อยจำนวนมากไม่มีเงินทุนและสถานที่จัดเก็บผลผลิต จึงจำเป็นต้องขายผลผลิตล่วงหน้าให้พ่อค้าคนกลาง เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายก่อน

ต้นทุนอาหารสัตว์พุ่ง กดผู้เลี้ยงไก่ไข่

ปัญหาสำคัญอยู่ที่ช่วงเก็บเกี่ยวข้าวโพดซึ่งตรงกับหน้าฝน ทำให้ผลผลิตมีความชื้นสูงประมาณ 30-38% และถูกหักค่าความชื้น ส่งผลให้เกษตรกรขายได้จริงเพียงประมาณ 5-6.50 บาทต่อกิโลกรัม ต่ำกว่าราคาประกันที่กำหนดไว้ที่ความชื้น 14% กิโลกรัมละ 9.80 บาท โดยหากคิดที่ความชื้น 30% จะเหลือประมาณ 7.05 บาทต่อกิโลกรัม

ขณะที่เมื่อพ้นฤดูเก็บเกี่ยว ข้าวโพดส่วนใหญ่ไปอยู่กับพ่อค้ารับซื้อแล้ว แต่ราคากลับปรับขึ้นสูงถึง 12-13 บาทต่อกิโลกรัม ผู้ประกอบการที่ต้องใช้วัตถุดิบจึงต้องซื้อในราคาที่สูงขึ้น ทำให้ต้นทุนผู้เลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น แต่เกษตรกรที่ขายผลผลิตไปก่อนหน้านั้นกลับไม่ได้รับประโยชน์จากราคาที่เพิ่มขึ้น

นางจุฑามาศกล่าวว่า ต้นทุนการเลี้ยงไก่ไข่มากกว่า 60% เป็นค่าอาหารสัตว์ ดังนั้น เมื่อราคาข้าวโพดสูงและมีความผันผวน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต ขณะที่การปรับราคาไข่ไก่ทำได้ยาก ทำให้ผู้เลี้ยงต้องแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

ชี้สูตร 3:1 ดันต้นทุนไทย แพ้มาเลย์-เวียดนาม

อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนคือมาตรการ 3:1 ซึ่งกำหนดให้โรงงานอาหารสัตว์ซื้อข้าวโพดในประเทศ 3 ส่วน ต่อการนำเข้าข้าวสาลี 1 ส่วน ส่งผลให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์ต้องใช้วัตถุดิบในประเทศที่มีราคาสูง ขณะที่มาเลเซียและเวียดนามสามารถนำเข้าข้าวโพดจากตลาดโลกได้ในราคาประมาณ 5-7 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้มีต้นทุนอาหารสัตว์ต่ำกว่าไทย

สำหรับประเทศไทยมีผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ประมาณ 4.5 ล้านตัน หากซื้อในประเทศตามสัดส่วน 3:1 ทั้งหมด จะมีสิทธินำเข้าข้าวสาลีอีกประมาณ 1.5 ล้านตัน รวมเป็นวัตถุดิบ 6 ล้านตัน แต่ยังขาดวัตถุดิบอีกประมาณ 3-4 ล้านตัน

นางจุฑามาศ เสนอให้รัฐเปลี่ยนแนวทางจากการประกันราคาข้าวโพด มาเป็นการสนับสนุนต้นทุนปัจจัยการผลิตให้เกษตรกรโดยตรง ทั้งปุ๋ย ยา เมล็ดพันธุ์ และน้ำมัน ผ่านระบบบัตรสวัสดิการ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงเกษตรกรตัวจริงมากขึ้น พร้อมทั้งทบทวนมาตรการ 3:1 เพื่อให้ต้นทุนอาหารสัตว์ของไทยสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้

ด้านสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กของสมาคม โดยระบุว่า กลุ่มผู้เลี้ยงสุกรไทยไม่เห็นด้วยกับการสร้างภาระให้ภาคปศุสัตว์จากการประกันราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้แก่พ่อค้า เพราะเท่ากับเป็นการนำภาระขาดทุนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง 3 ปี รวมถึงการสร้างภาระหนี้จากการประกันราคาไปให้ผู้รวบรวม

สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเห็นว่า หากรัฐจะดำเนินมาตรการประกันราคา ควรใช้งบประมาณแผ่นดินในการประกันราคาโดยตรง มากกว่าการผลักภาระต้นทุนไปยังภาคปศุสัตว์ ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนกลับมาเป็นต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของผู้เลี้ยงสัตว์ไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...