โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ศอ.บต. ย้ำชัด “ไม่มีเขื่อนรูปแบบเดิม” ลุ่มน้ำปัตตานี รับฟังชาวกรงปินัง ชูพัฒนาควบคู่ธรรมชาติ

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. ลงพื้นที่กรงปินัง รับฟังเสียงประชาชนและเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี ย้ำพัฒนาลุ่มน้ำต้องเคารพวิถีชุมชน ระบุไม่มีการเดินหน้าโครงการเขื่อนรูปแบบเดิม พร้อมหารือทางเลือกบริหารจัดการน้ำที่สมดุลและยั่งยืน

วันที่ 27 สิงหาคม 2569 นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. พร้อมด้วยนายอภิชาติ ศรีสุวรรณ์ นายอำเภอกรงปินัง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่หมู่ 8 บ้านลือมุ ตำบลกรงปินัง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา เพื่อติดตามสถานการณ์และรับฟังความคิดเห็นของประชาชน รวมถึงเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี กรณีโครงการก่อสร้าง “ประตูระบายน้ำกรงปินัง”

การลงพื้นที่ครั้งนี้สืบเนื่องจากเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานีและประชาชนในพื้นที่อำเภอกรงปินัง ได้ยื่นหนังสือต่อ ศอ.บต. เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เพื่อสะท้อนข้อกังวลและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการ พร้อมเสนอให้หน่วยงานภาครัฐรับฟังความคิดเห็นและพิจารณาแนวทางการดำเนินงานอย่างรอบด้าน

นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ลุ่มน้ำปัตตานีว่า ก่อนลงพื้นที่ได้รับการประสานจากนายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร อดีตเลขาธิการ ศอ.บต. ปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้สานต่อภารกิจสำคัญ โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่กรงปินัง พร้อมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

4717747

นายชนธัญ แสงพุ่ม กล่าวว่า จากประสบการณ์ทำงานในพื้นที่ภาคใต้มาตั้งแต่เริ่มรับราชการ ทำให้เห็นว่าการพัฒนาแหล่งน้ำต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อวิถีชีวิต ระบบนิเวศ ทรัพยากรน้ำ และการประมงของชุมชน จึงต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ โดยใช้ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของประชาชนประกอบการตัดสินใจ

“การพัฒนาลุ่มน้ำปัตตานีจะต้องเดินหน้าต่อ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้าน และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยเฉพาะการรับฟังวิถีชีวิตและความต้องการของคนในพื้นที่” ขณะนี้อยู่โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างหารือองค์ประกอบของคณะทำงานและคณะกรรมการ โดยมุ่งให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำและผู้ที่เข้าใจบริบทชุมชน ขณะเดียวกัน สทนช. อยู่ระหว่างจัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเตรียมนำข้อมูลและข้อเสนอจากพื้นที่ไปประกอบการจัดทำแผน เพื่อให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริงและต่อเนื่อง

รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. ย้ำว่า การพัฒนาต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ควรทำลายวิถีชีวิต แต่ต้องสนับสนุนให้ประชาชนมีความมั่นคงและคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมเปิดทางเลือกการพัฒนาที่สอดคล้องกับธรรมชาติ อาทิ การฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว การใช้ธรรมชาติช่วยบริหารจัดการน้ำ และแนวคิด “เขื่อนมีชีวิต” ที่ให้ชุมชนมีส่วนร่วมรักษาการ เลขาธิการ ศอ.บต. เน้นย้ำว่า “ไม่มีการเดินหน้าโครงการเขื่อนในรูปแบบเดิมอย่างแน่นอน ส่วนรูปแบบการพัฒนาที่เหมาะสมจะเป็นอย่างไร ต้องหารือร่วมกันบนฐานข้อมูลของทั้งลุ่มน้ำ เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการพัฒนา คุณภาพชีวิต และการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ”

4717745

ด้านนายซอฮาบูดิน เลาะยะพา ผู้ประสานงานเครือข่ายพิทักษ์สายน้ำปัตตานี กล่าวต้อนรับและนำเสนอข้อมูลผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการว่า เครือข่ายฯ ได้เก็บข้อมูลทรัพยากรและระบบนิเวศของแม่น้ำปัตตานีต่อเนื่องกว่า 2 ปี ครอบคลุมพื้นที่เหนือและใต้โครงการประมาณ 5 กิโลเมตร เพื่อสะท้อนคุณค่าของแม่น้ำที่มีต่อชุมชน

จากการสำรวจพบสัตว์น้ำท้องถิ่นมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอาหารและสร้างรายได้ให้ประชาชน โดยข้อมูลจาก 74 ครอบครัว พบว่ามีมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาทต่อปี ขณะที่พื้นที่กระชังปลาหลายจุดมีมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมเกือบ 3 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ พื้นที่สันทรายยังเป็นพื้นที่พักผ่อน เล่นน้ำ และทำกิจกรรมของเด็ก เยาวชน และครอบครัว หากได้รับผลกระทบจากโครงการ สิ่งที่สูญเสียอาจไม่ใช่เพียงรายได้หรือทรัพย์สิน แต่รวมถึงวิถีชีวิตและคุณค่าทางจิตใจที่ชุมชนผูกพันกับแม่น้ำมาอย่างยาวนาน

ขณะเดียวกัน ข้อมูลของเครือข่ายฯ พบสัตว์น้ำที่ยังคงมีอยู่มากกว่า 30 ชนิด และพบว่าสัตว์น้ำท้องถิ่นอีกไม่น้อยกว่า 15 ชนิดได้สูญหายไปจากการเปลี่ยนแปลงของระบบน้ำและการกั้นทางน้ำที่ผ่านมา จึงมีความกังวลว่าการพัฒนาโครงสร้างขนาดใหญ่อาจกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพเพิ่มเติม

ทั้งนี้ เครือข่ายฯ ได้เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นและมีประชาชนร่วมแสดงเจตนารมณ์คัดค้านโครงการกว่า 600 คน พร้อมเสนอให้ทุกฝ่ายพิจารณาผลกระทบต่อแม่น้ำ ระบบนิเวศ และวิถีชีวิตของชุมชนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่รอแก้ไขหรือชดเชยเมื่อเกิดความเสียหายแล้ว

ด้านผู้แทนประชาชนที่มาร่วมรับฟัง กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งใจและประทับใจกับแนวทางของรักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. ที่ให้ความสำคัญกับเสียงของประชาชน ทำให้คลายความกังวลลงได้มาก ทั้งนี้ ประชาชนในพื้นที่ยืนยันว่า ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างเขื่อน เนื่องจากต้องการรักษาแม่น้ำปัตตานีให้คงสภาพตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นแหล่งอาหาร แหล่งทำมาหากิน และเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนในชุมชนมาอย่างยาวนาน ประชาชนอยากให้การบริหารจัดการน้ำเลือกใช้แนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติและไม่ทำลายระบบนิเวศ โดยเปิดโอกาสให้แม่น้ำไหลอย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อรักษาทรัพยากรไว้ให้คนในพื้นที่ รวมถึงลูกหลานในอนาคตได้พึ่งพาและใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน

4717744

ด้าน นายอำเภอกรงปินัง ยังเน้นย้ำว่า โครงการพัฒนาของภาครัฐต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งการศึกษา สำรวจ ตรวจสอบ และรับฟังความคิดเห็นอย่างครบถ้วน โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง โดยเฉพาะโครงการที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรของชุมชน

“สิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในการพัฒนาโครงการใด ๆ คือ เราต้องไม่มองข้ามเสียงของชาวบ้าน หากประชาชนได้รับผลกระทบหรือได้รับความเดือดร้อน เราต้องรับฟังและหาทางแก้ไขร่วมกัน ไม่ใช่รอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยกลับมาแก้ทีหลัง”

ท้ายที่สุด นายชนธัญ แสงพุ่ม รักษาการเลขาธิการ ศอ.บต. ย้ำว่า การบริหารจัดการลุ่มน้ำปัตตานีต้องมองภาพรวมทั้งระบบ ไม่สามารถพิจารณาเฉพาะจุดใดจุดหนึ่งได้ เนื่องจากการดำเนินการในพื้นที่หนึ่งอาจส่งผลต่อพื้นที่ต้นน้ำหรือปลายน้ำ จึงจำเป็นต้องวางแผนอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ จนถึงปลายน้ำ ก่อนที่แม่น้ำปัตตานีจะไหลออกสู่ทะเล เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตของประชาชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ

“การพัฒนาที่ดี ไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งใหม่ แต่ต้องเป็นการพัฒนาที่ประชาชนมีส่วนร่วม อยู่ร่วมกับชุมชนและธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...