โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ขายดีจนเจ๊ง! บทเรียน 15 ปีของ Dakgalbi ก่อนกลับมาเปิดอีกครั้งในไทย

SMART SME

อัพเดต 11 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 42 นาทีที่แล้ว

ท่ามกลางกระแส K-Wave ที่กำลังเติบโตในไทยเมื่อกว่า 15 ปีก่อน คุณสถาพร วณิชวรพงศ์ และพี่ชาย ร่วมกันก่อตั้งร้านอาหารเกาหลีสไตล์ผัดกระทะร้อน “Dakgalbi” ภายใต้บริษัท ดัคกาลบี้ กรุ๊ป จำกัด สาขาแรกเปิดตัวที่สยามสแควร์ด้วยจุดขายที่แตกต่างจากร้านเกาหลีทั่วไป คือมีพนักงานมาบริการผัดอาหารให้ถึงโต๊ะแบบกระทะร้อน สร้างประสบการณ์ที่สนุกและน่าจดจำ จนได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และขยายสาขาไปได้มากถึง 12 สาขา ตามศูนย์การค้าใหญ่ทั่วกรุงเทพฯ ทั้งสยามสแควร์ เซ็นทรัลลาดพร้าว และเทอร์มินอล 21

จุดเปลี่ยนมาอยู่ในปี 2562 แบรนด์เริ่มพบปัญหาเรื่องอัตราการหมุนเวียนโต๊ะที่ช้า และต้นทุนค่าเช่า-ค่าแรงที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จึงตัดสินใจปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รีแบรนด์เป็น “DGB” ที่ลิโด้ คอนเนคท์ เพื่อให้ดูทันสมัยและให้บริการที่กระชับขึ้น แต่ยังไม่ทันตั้งตัวดี วิกฤตโควิด-19 ก็มาซ้ำเติมธุรกิจร้านอาหารประเภททานในร้านอย่างหนัก จนต้องทยอยปิดสาขาทีละแห่งในช่วงปี 2565-2566 กระทั่งปิดตัวลงทั้งหมดในที่สุด

สิ่งที่น่าสนใจคือ Dakgalbi ไม่ได้ปิดตัวเพราะขายไม่ดี แต่ตรงกันข้าม คุณสถาพรยอมรับตรงไปตรงมาว่าปัญหาที่แท้จริงคือ “ขายดีจนเจ๊ง” หรือ “โตจนเจ๊ง” เพราะไม่ได้คำนวณต้นทุนให้รอบคอบตั้งแต่ต้น เน้นขยายสาขาเร็วเกินไปจนควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ทัน

ในช่วงที่มีร้านเดียว ธุรกิจสามารถคำนวณกำไรขั้นต้นได้ชัดเจน และไม่จำเป็นต้องมีครัวกลาง แต่เมื่อขยายสาขาต่อเนื่อง กลับต้องเช่าครัวกลางเพิ่มเพื่อรองรับการผลิตให้ทันทุกสาขา ตัวอย่างที่ชัดเจนคือตอนขยายสาขาที่เซ็นทรัลลาดพร้าว รายได้เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว แต่รายจ่ายก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยไม่แพ้กัน ทั้งค่าสำนักงาน ค่าครัวกลาง ค่าการตลาด และค่าโลจิสติกส์ในการขนส่งวัตถุดิบไปยังแต่ละสาขา ค่าใช้จ่ายแฝงเหล่านี้เองที่กัดกินกำไรไปทีละน้อยโดยที่ตัวเลขยอดขายด้านหน้ายังดูสวยงามอยู่

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ปัญหาโครงสร้างเดิมแสดงผลชัดเจนที่สุดคือช่วงโควิด-19 ที่ธุรกิจมีแต่รายจ่ายแต่รายได้หดหาย แม้จะพยายามบริหารให้มีกำไรอย่างเต็มที่ ก็ยังไม่สามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้ คุณสถาพรสรุปบทเรียนนี้ไว้อย่างเจ็บแสบว่า “ตัวใหญ่ยิ่งล้มแรง” ยิ่งขยายสาขาเร็วโดยไม่มีรากฐานด้านต้นทุนที่แข็งแรงรองรับ เมื่อวิกฤตมาถึงก็ยิ่งเจ็บหนักกว่าธุรกิจขนาดเล็กที่คล่องตัวกว่า

หลังปิดกิจการไปหลายปี ล่าสุด Mayy R บิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดัง และเจ้าของร้านคาเฟ่ 11AM ที่ขอนแก่น ซึ่งเป็นภรรยาของคุณสถาพร ได้อัปเดตผ่านช่องยูทูปว่า Dakgalbi เตรียมกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งในกรุงเทพฯ โดยร้านใหม่จะตั้งอยู่ย่านพหลโยธิน 44 ใช้ชื่อเบื้องต้นว่า “Dakgalbi and Space” พร้อมมีร้านคาเฟ่แอนด์บรันช์ของ Mayy R ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน ขณะนี้ซื้อที่ดินไว้เรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2570

การกลับมาครั้งนี้น่าจับตาว่าทีมผู้ก่อตั้งจะนำบทเรียนจากความผิดพลาดเดิมมาปรับใช้อย่างไร โดยเฉพาะการเริ่มต้นจากจุดเดียวแทนที่จะรีบขยายสาขาแบบเดิม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณว่าครั้งนี้ให้ความสำคัญกับความมั่นคงของโครงสร้างต้นทุนมากกว่าความเร็วในการเติบโต

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...