ลูกชายเล่าเอง! เผยสาเหตุแท้จริง ครูแอ๊ดเก็บร่างภรรยาไว้นานถึง 20 ปี
จากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้บ้านของ นายพรพิสิทธิ์ บำรุงพฤกษ์ หรือ ครูแอ๊ด อายุ 80 ปี อดีตข้าราชการครู ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ขวัญเมือง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ก่อนพบว่าโลงบรรจุร่างภรรยาของครูแอ๊ด ซึ่งเสียชีวิตมานานกว่า 20 ปีและถูกเก็บรักษาไว้บริเวณชั้น 2 ของบ้าน ร่วงลงมาพร้อมโครงสร้างบ้าน ก่อนถูกไฟเผาจนเหลือเพียงกระดูก สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้พบเห็น
ล่าสุด นางสมทรง พันธ์เจริญวรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมคณะ ลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจครอบครัวครูแอ๊ด พร้อมนำถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นไปมอบให้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น รวมทั้งประสานทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าดูแลสภาพจิตใจ หลังครอบครัวต้องเผชิญกับความสูญเสียทั้งบ้าน ทรัพย์สิน และสิ่งของที่มีคุณค่าทางความรู้สึก
นางสมทรงกล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อครอบครัวอย่างมาก โดยเฉพาะครูแอ๊ดที่มีความรักและผูกพันกับภรรยามาอย่างยาวนาน อบจ. พระนครศรีอยุธยาจึงพร้อมสนับสนุนการช่วยเหลือทั้งสิ่งของจำเป็น การฟื้นฟูบ้าน และการดูแลด้านจิตใจ ขณะเดียวกัน ลูกชายของครูแอ๊ด ซึ่งทำงานอยู่กับ อบจ. พระนครศรีอยุธยา ได้รับอนุญาตให้ลางานเพื่อกลับมาดูแลครอบครัวและช่วยจัดการสิ่งของภายในบ้าน หากต้องใช้เครื่องมือ เครื่องจักร หรือรถบรรทุกเพื่อขนย้ายสิ่งของและฟื้นฟูพื้นที่ อบจ. ก็พร้อมให้การสนับสนุนตามความเหมาะสม
นายเกียรติภัทรชัย บำรุงพฤกษ์ อายุ 39 ปี ลูกชายของครูแอ๊ด เปิดเผยถึงสาเหตุที่ ครูแอ๊ดเก็บร่างของภรรยาไว้นานถึง 20 ปีว่า หลังแม่เสียชีวิต พ่อยังไม่สามารถทำใจได้และไม่ต้องการนำร่างไปฌาปนกิจ เนื่องจากยังคงมีความรักและความผูกพันอย่างมาก ลูก ๆ จึงเคารพการตัดสินใจของพ่อ และยอมให้เก็บโลงไว้บริเวณชั้น 2 ของบ้าน เพื่อให้พ่อได้อยู่ใกล้กับความทรงจำของภรรยา ซึ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา พ่อและลูก ๆ ยังคงนำอาหารและน้ำผลไม้ไปให้แม่เป็นประจำทุกวัน จนรู้สึกเสมือนว่าแม่ยังคงอยู่กับครอบครัว โดยในวันที่ 20 ธันวาคมที่จะถึงนี้ จะครบรอบ 20 ปีนับจากวันที่แม่เสียชีวิต แต่กลับเกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นก่อน ทำให้โลงและร่างของแม่ได้รับความเสียหาย
นอกจากตัวบ้านและทรัพย์สินจำนวนมากแล้ว ทองคำที่ครอบครัวสะสมไว้เกือบ 5 บาท รวมถึงพระเครื่องเลี่ยมทองบางส่วน ก็ถูกเพลิงเผาทำลาย อย่างไรก็ตาม หลังเข้าตรวจสอบกองเถ้าถ่านในช่วงเช้า ครอบครัวยังพบสร้อยคอบางส่วนของครูแอ๊ดหลงเหลืออยู่ จึงนำกลับมาให้ครูแอ๊ด ซึ่งสร้างความดีใจให้กับเจ้าตัว เพราะเป็นทรัพย์สินที่เก็บสะสมมานานและมีคุณค่าทางจิตใจ
ด้าน ครูแอ๊ด ได้เดินกลับมาดูซากบ้านที่ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้ ก่อนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ พร้อมเปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะเกิดไฟไหม้ ตนพยายามนำน้ำเข้าไปช่วยดับไฟ แต่เกิดหกล้มจนได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผลตามร่างกายและบริเวณหน้าผาก เมื่อเห็นว่าไฟลุกลามอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ จึงตะโกนเรียกให้คนเข้ามาช่วย
ครูแอ๊ดยอมรับว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ สิ่งแรกและสิ่งเดียวที่คิดถึงคือ ร่างของภรรยาที่เก็บรักษาไว้ในบ้านมานานกว่า 20 ปี แต่เนื่องจากเปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ทำให้ไม่สามารถเข้าไปนำร่างภรรยาออกมาได้ ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ครูแอ๊ดยังคงดูแลร่างของภรรยาเสมือนว่ายังมีชีวิตอยู่ ทั้งจัดเตรียมอาหารและดูแลเรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี โดยก่อนเกิดเหตุเพลิงไหม้ มื้อสุดท้ายที่เตรียมไว้ให้ภรรยาคือ ข้าวเหนียวน้ำกะทิ
ครูแอ๊ดกล่าวด้วยความสะเทือนใจว่า รู้สึกเสียใจและอยากขอโทษภรรยาที่ครั้งนี้ไม่สามารถดูแลและรักษาร่างของเธอเอาไว้ได้ หลังจากที่พยายามเก็บรักษาและดูแลมานานถึง 20 ปี
ภายหลังเหตุการณ์ ญาติและลูก ๆ ได้ช่วยกันเก็บกระดูกของผู้เป็นแม่ไว้ก่อน เพื่อรอปรึกษาหารือกันว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ส่วนครูแอ๊ดอยู่ในความดูแลของลูกๆ โดยมีผู้นำชุมชนและชาวบ้านในพื้นที่เข้าไปให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
สำหรับสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและประเมินมูลค่าความเสียหาย ขณะที่หน่วยงานในพื้นที่เตรียมให้ความช่วยเหลือครอบครัวอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าวเพิ่มเติม