โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกิด-แก่-เจ็บ-โกง

ไทยโพสต์

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

ชื่นใจครับ

วานนี้ (๒๐ กรกฎาคม) เขาจัดงานฟอรัมผู้นำฝ่ายค้าน เกิด-แก่-เจ็บ-โกง

มี "หัวหน้าเท้ง" เป็นพระเอก

ภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทย ปัญหาคอร์รัปชันคือคู่แฝด

แยกจากกันไม่ได้เลย

นับแต่ปี ๒๔๗๕ อยู่ยั้งยืนยงมาถึงปัจจุบัน

จะร้อยปีแล้วครับ

"หัวหน้าเท้ง" บอกว่า สังคมไทยยังมีความหวังในการหาทางออกเพื่อแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน สิ่งสำคัญคือต้องลงมือแก้ไขให้เป็นรูปธรรม ระบุในนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องแถลงต่อรัฐสภา ว่ารัฐบาลชุดนี้จะแก้ไขปัญหาการทุจริตเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง

"…วิธีพิสูจน์ว่ารัฐบาลเอาจริงกับเรื่องนี้ คือผลลัพธ์จากการจัดเสวนา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาการทุจริตล้วนวนเวียนอยู่ในกระทรวงมหาดไทย หรือคนที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ผมเชื่อว่าตอนนี้สังคมกำลังจับตาว่าสุดท้ายการลงโทษ การตรวจสอบ จะสามารถโยงไปถึงคนที่อยู่วงในรัฐบาลหรือไม่…"

ถูกต้องแล้วครับ คอร์รัปชันมันหยั่งรากลึก และ นายกฯ อนุทิน แถลงนโยบายว่า จะแก้ปัญหาทุจริตเชิงโครงสร้างจริง

แล้วรัฐบาลเริ่มไปบ้างหรือยัง

เฉพาะที่ปรากฏเป็นข่าวสารก็มีอยู่ประมาณหนึ่ง

การแก้ปัญหาทุจริตเชิงโครงสร้างของรัฐบาลอนุทิน คือ มุ่งเน้นการปฏิรูประบบราชการด้วยเทคโนโลยีและการลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่

เป้าหมายคือเพื่อแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจและการบริหารแผ่นดิน

รัฐบาลได้ขับเคลื่อนแนวทางหลักในมิติต่างๆ ดังนี้

มาตรการขับเคลื่อนและการปฏิรูปเชิงโครงสร้างประกอบด้วย

การเปิดเผยข้อมูลสาธารณะ (Open Data) ผลักดันให้หน่วยงานรัฐใช้ระบบ Open Data เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและการอนุมัติต่างๆ ให้ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น

การลดดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ

ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้มีความรวดเร็วและใช้ระบบดิจิทัลทดแทน เพื่อลดโอกาสในการเรียกรับสินบนหรือเงินใต้โต๊ะ

การตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อต่อต้านการทุจริต

มีการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะเพื่อบูรณาการตรวจสอบและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เช่น การตรวจสอบวินัยร้ายแรงในกลุ่มข้าราชการที่พัวพันกับการทุจริต

การบูรณาการภาครัฐและเอกชน

ร่วมมือกับสภาหอการค้าไทยและกลุ่มคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน ๓ สถาบัน (กกร.) ในการรับฟังและวางมาตรการสกัดกั้นช่องโหว่ทางธุรกิจที่มักเกิดการคอร์รัปชัน

นี่้คือผลงานในกระดาษ

ของจริงอยู่ตรงไหน?

การทุจริตการสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่ผลงานการปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างของรัฐบาลตามนโยบาย

แต่มันคือการตามแก้ปัญหาหลังเกิดเป็นข่าวขึ้นมา

ยังมีการคอร์รัปชันที่ไม่เป็นข่าวอีกมากมาย

ถ้าเรื่องไม่แดง ก็อิ่มแปล้กันไป

ไม่เฉพาะในกระทรวงมหาดไทย

แต่มีทุกกระทรวง

เห็น "หัวหน้าเท้ง" พุ่งเป้าไปที่การฮั้ว สว.

เพลียใจครับ

เอาเข้าจริงก่อนเลือก สว. ศาสดาส้ม ธนาธร ปิยบุตร ช่อ เดินสายล็อบบี้ให้คนที่มีแนวคิดเหมือนตัวเองลงสมัครสว.

ในวันนั้น "ธนาธร" บอกว่า ให้ประชาชนลงสมัครรับเลือก สว.เป็นจำนวนมากเพื่อสร้าง "สว.ประชาชน"

อ้างว่าเพื่อเข้าไปทลายการผูกขาดอำนาจเชิงโครงสร้างและสู้กับคะแนนจัดตั้งของกลุ่มอำนาจเดิม

รู้กันมาตั้งแต่ต้นแล้วครับว่า พวกใครเข้าไปได้มากกว่า พวกนั้นชนะ

แต่ในวันนั้น "ธนาธร" ใช้คำว่า กติกาการเลือก สว. แบบเลือกกันเองและเลือกไขว้ถูกออกแบบมาเพื่อเอื้อพวกมากลากไปและกีดกันประชาชน

ฉะนั้นการส่งคนเข้าไปสมัครจำนวนมากจึงเป็นวิธีเดียวที่จะทำลายระบบนี้ได้ต่อสู้กับ คะแนนจัดตั้ง และบล็อกโหวตได้

ก็แสดงว่า "ธนาธร" ต้องการให้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกับตนเอง เข้าไปเยอะๆ เพื่อเลือกกันเองให้มากที่สุด

แต่ถ้าคนอื่นทำแบบเดียวกัน เรียกว่า "ฮั้ว"

ฉะนั้นมุมมองปราบคอร์รัปชันของ "หัวหน้าเท้ง" จึงมีวาระทางการเมืองซ่อนอยู่

กรณีฮั้ว สว.แน่นอนว่า ต้องจัดการให้สิ้นซาก โดยเฉพาะกรณีการพบเส้นทางเงิน ใครจ่ายให้ใคร ใครได้ประโยชน์เรื่องนี้ต้องกระจ่าง

เพื่อความสมบูรณ์ของคดี ควรตรวจสอบด้วยว่า กลุ่มที่พยายามฮั้วกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะกลุ่มอื่นฮั้วเก่งกว่า ก็ต้องลากคอมาลงโทษด้วย

ดังนั้นเมื่อพูดถึงการปราบคอร์รัปชัน จึงต้องมองภาพรวมทั้งหมด จะไปเจาะจงจุดใดจุดหนึ่งมิได้

และเมื่อพรรคฝ่ายค้านตัดสินใจยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ประชาชนเองก็อยากเห็นมิติใหม่การปราบโกงโดยพรรคฝ่ายค้าน

ทำให้การตรวจสอบโดยสภาผู้แทนราษฎรมีความศักดิ์สิทธิ์

"หัวหน้าเท้ง" บอกว่า…

"…การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ผมมองว่ามีผลสะเทือนทางการเมืองต่อการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลอย่างแน่นอน

เพราะหลายคดีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช่วยสีน้ำเงินด้วย ทุจริตการสอบท้องถิ่น การพยายามยัดไส้ใน พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน ๔ แสนล้านบาท การทุจริตงานทะเบียนแจ้งเกิดเท็จ สุดท้ายแล้วเรื่องต่างๆ วนเวียนรอบตัวคนที่ชื่อนายอนุทิน…"

ก็ถือเป็นความตั้งใจดี

แต่ "หัวหน้าเท้ง" ยังมีทัศนคติแบบการเมืองโบราณ

ซักฟอกเพื่อต้องการเปลี่ยนรัฐบาล

แทนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยสมาธิอยู่ที่การขุดคุ้ยการคอร์รัปชัน ขจัดนักการเมืองโกงแทนประชาชน และให้ได้ผล ๑๐๐%

ครับ…ผลงานปราบคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างของรัฐบาลยังไม่ปรากฏ ขณะที่้ฝ่ายค้านมีธงเปลี่ยนรัฐบาล

สุดท้ายทำได้แค่ เกิด-แก่-เจ็บ-โกง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...