โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อย่าประมาท ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A อาการทรุดไว เผย 5 สัญญาณเตือนต้องรีบส่งโรงพยาบาล

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อาการป่วยที่มีไข้ ไอ เจ็บคอ หรืออ่อนเพลีย อาจไม่ได้เป็นเพียงไข้หวัดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณของ “ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A

นายแพทย์ศุภวิชญ์ สมิทธิเศรษฐ์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี อินเตอร์เนชันแนล อธิบายว่า ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Influenza A ซึ่งแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม การพูดคุยในระยะใกล้ชิด หรือการสัมผัสสารคัดหลั่งแล้วนำมือไปแตะบริเวณตา จมูก หรือปาก ความน่ากลัวของเชื้อชนิดนี้ คือ การเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เป็นระยะ ทำให้ภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อในครั้งก่อน ๆ อาจไม่สามารถป้องกันเชื้อสายพันธุ์ใหม่ได้อย่างเต็มที่

สำหรับผู้ที่ได้รับเชื้อ มักปรากฏอาการค่อนข้างรวดเร็ว โดยมีสัญญาณเด่น คือ ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย อ่อนเพลียไม่มีแรง ไอแห้ง เจ็บคอ น้ำมูกไหล คัดจมูก และเบื่ออาหาร นอกจากนี้ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก อาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือถ่ายเหลวร่วมด้วย

แม้ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A จะมีอาการคล้ายกันในหลายราย แต่ระดับความรุนแรงของโรคอาจแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ

เจาะลึก 3 ระยะของโรค จากเริ่มรับเชื้อสู่การฟื้นตัว

การดำเนินโรคของไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แบ่งออกเป็น 3 ช่วงสำคัญ ได้แก่

ระยะฟักตัว (ก่อนเริ่มมีอาการ): หลังได้รับเชื้อ อาจใช้เวลาประมาณ 1–4 วัน ก่อนเริ่มแสดงอาการ โดยช่วงนี้ไวรัสกำลังเพิ่มจำนวนในร่างกาย และผู้ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้แม้ยังไม่มีอาการชัดเจน

ระยะมีอาการ: เมื่อเริ่มป่วย อาการมักเกิดขึ้นรวดเร็ว เช่น ไข้สูง หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย

ระยะฟื้นตัว: เมื่อร่างกายเริ่มกำจัดเชื้อ ไข้และอาการปวดเมื่อยจะลดลงก่อน ส่วนอาการไอและอ่อนเพลียอาจยังคงอยู่ต่ออีกระยะ โดยทั่วไปผู้ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจะฟื้นตัวภายใน 5–7 วัน แต่สำหรับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ อาจมีอาการนานหรือแพร่เชื้อได้นานกว่าคนทั่วไป

สิ่งที่น่าเป็นห่วงเมื่อมีการติดเชื้อ คือ ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ ภาวะปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโดยตรงหรือมีแบคทีเรียซ้ำเติม, การติดเชื้อทางเดินหายใจรุนแรงจนหายใจลำบาก, โรคประจำตัวกำเริบ และภาวะขาดน้ำจากการมีไข้สูง เหงื่อออก รับประทานอาการ หรือดื่มน้ำได้น้อย

หากพบ 5 สัญญาณเตือนอันตราย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที ได้แก่

หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หรือแน่นหน้าอก

ไข้สูงต่อเนื่อง หรือมีไข้กลับมาอีกหลังจากอาการเริ่มดีขึ้น

ซึมลง หรืออ่อนเพลียมากผิดปกติ

ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้เพียงพอ

อาการไอหรืออาการทางเดินหายใจรุนแรงขึ้น

ปัจจุบัน การตรวจหาสารคัดหลั่งทางจมูกหรือคอทำได้ 2 วิธีหลัก คือ การตรวจแบบรวดเร็ว (RIDT) ซึ่งรู้ผลไวแต่ความแม่นยำต่ำกว่า และการตรวจระดับโมเลกุล (RT-PCR) ในห้องปฏิบัติการ ซึ่งตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อได้อย่างแม่นยำสูงแม้ใช้เวลานานกว่า ทั้งนี้ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีอาการบางอย่างคล้าย COVID-19 ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B และไข้หวัดธรรมดา แต่ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A ผู้ป่วยมักจะมีไข้สูง หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลียอย่างชัดเจนกว่าไข้หวัดธรรมดา

สำหรับแนวทางการรักษา ผู้ป่วยที่มีปัจจัยเสี่ยงหรืออาการรุนแรง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาต้านไวรัส เช่น Oseltamivir ซึ่งจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากเริ่มใช้ภายใน 2 วันแรกของการป่วย ส่วนผู้ป่วยอาการไม่รุนแรง สามารถดูแลตนเองได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ, ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อลดความเสี่ยงภาวะขาดน้ำ, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และย่อยง่าย เช่น โจ๊ก ข้าวต้ม ซุป ไข่ ปลา เต้าหู้ หรือเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน รวมถึงใช้ยาลดไข้หรือบรรเทาอาการตามคำแนะนำ

เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่น ควรปฏิบัติตามสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด ทั้งการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ ไม่ใช้ของส่วนตัวร่วมกัน ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม และพักอยู่บ้านจนกว่าอาการจะดีขึ้น

“การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำปีละ 1 ครั้ง ในช่วงก่อนเข้าฤดูระบาดหรือช่วงหน้าฝน จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ลดโอกาสการติดเชื้อ และลดความรุนแรงของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยในชีวิตประจำวัน เช่น หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดผู้มีอาการ สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัด และดูแลสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ” นายแพทย์ศุภวิชญ์กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...